อรุณสวัสดิ์..ยามเช้าค่ะ..คุณพนัส
- จริงๆแล้วไม่ถนัดเลยในการเรียกชื่อค่ะ..เพราะว่าตัวเองถนัดที่จะเรียกแบบ พี่..น้อง..มากกว่า แต่พอไม่รู้ว่าอายุเท่าใด..เลยไม่รู้จะเรียกอย่างไร..รู้สึกแข็งๆ พิกลค่ะ..
- อ่านบันทึกคุณพนัส หลายครั้งที่รู้สึกว่า มีอะไรคล้ายๆกันมาก (ในหลายๆเรื่อง) รวมทั้งเรื่องนี้ อาจะเป็นเพราะตัวเอง..เป็นเด็กบ้านนอกและอยู่กับธรรมชาติกระมัง
- เมื่อก่อนโดยเฉพาะช่วงวัยรุ่น จนเมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว ตัวเองก็ยังมีปัญหาเวลาเข้ากรุงเทพ คือรู้สึกจะอึดอัดในหัวอก...เหงา..เดียวดาย..ซึม...หัวใจเหี่ยว..หรือรู้สึกว่าใจไปอยู่ที่ตาตุ่ม(จริงๆ) ด้วยสิ่งแวดล้อมที่ไม่โล่ง เป็นตึกคอนกรีต..และภาพบางภาพของชีวิตที่น่ารันทด...ความเร่งรีบ..ไร้มิตรไมตรี..โดยทั่วๆไป
- แต่ตอนนี้ดีแล้วค่ะ...ระยะหลังนี้ การภาวนา การตามรู้กาย-ใจ ด้วยจิตที่เป็นกลาง ช่วยได้เยอะมาก เคยต้องเข้าไปอบรมในกรุงเทพ และอยู่ในโรงแรม (พักคนเดียว 4วัน) กลับไม่เป็นปัญหาเลย...เล่นโยคะบ้าง..อ่านหนังสือดีๆที่พกพามา...นั่งสมาธิ เดินจงกรมบ้าง...สวดมนต์ และทำงานหลังการประชุม....เวลาหมดไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเวลาที่พบเจอกับสังคมที่มีกำแพงขวางกั้นมิตรไมตรีแห่งชีวิต ก็เจริญสติ ดูไตรลักษณ์ รู้สึกถึงความมั่นคงของใจ....ไม่กวัดแกว่ง หรือกวัดแกว่งน้อยมากๆ มีความสุข ดีขึ้นเยอะเลยค่ะ...อาจเป็นเพราะ ..ถึงวัยอันควร...(คือแก่แล้วนั่นเอง)...นี่แสดงว่า...คุณพนัสยังไม่แก่หรอกค่ะ...อาจจะยังเป็นเด็กหนุ่มอยู่ด้วยซ้ำ
- แต่ดีใจด้วยนะคะ ..ที่มีเพื่อนชีวิตที่น่ารักและอบอุ่นถึง 3 คน...เป็นโชคดีของชีวิตแล้วค่ะ..รวมถึงการที่ได้มีถิ่นที่อยู่ที่ใกล้ชิดธรรมชาติ รวมถึงผู้คนที่มีชีวิตสัมพันธ์....เพราะถึงอย่างไร การได้ใช้ชีวิตอย่างบ้านนอกเรานี่แหละ..ทำให้ใจและกายของเราอยู่ในสุขภาวะมากกว่า ด้วยเราเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ..ขอให้มีความสุขมากๆ กับครอบครัวที่น่ารักนะคะ...สวัสดีค่ะ