Workshop
กลุ่ม 5
อธิบายอุปสรรคที่ทำให้องค์กรและตัวท่านออกนอกกรอบไม่ได้คืออะไร 3 เรื่อง
1. ระเบียบ ข้อบังคับ กลัวปัญหาต่างๆ กลัวโดนฟ้อง ทำให้เราไม่สามารถคิดนอกกรอบได้
2. วัฒนธรรมองค์กร ไม่ถูกใจใครๆ ทำให้ไม่สามารถคิดนอกกรอบได้
3. ตัวเราเอง ไม่มีความเชื่อมั่น กลัวคนไม่ยอมรับ กลัวโดนด่า คิดว่า เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด เลยไม่กล้าทำอะไร คิดนอกกรอบได้
ดร.จีระ : ควรมีความคิดริเริ่ม คิดนอกกรอบ ทำไม่ได้ก็อ่านหนังสือ มีเพื่อนร่วมงานและผนึกกำลังร่วมกัน ผู้นำ ที่ดีต้องมองการเปลี่ยนแปลงให้เป็น พาองค์กรสู่ความเป็นเลิศให้ได้
กลุ่ม 6 :
ทำไม entrepreneurship จึงจำเป็นในการทำให้ Creativity ประสบความสำเร็จ ยกตัวอย่าง
ภารกิจบทบาท เราพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการ บทบาทของกระทรวงศึกษาธิการในการเพิ่มมูลค่า เราเห็นว่าเราจะสอนหรือเพิ่มให้เด็กคิดเป็นวิเคราะห์เป็น มอง Value Creation/Value added/ Value Diversity การทำงานของเราเนื่องจากงบประมาณรายหัว ในการเราจะเปลี่ยนแปลง ยากมาก งบประมาณที่ได้รับลดลง เราจะสร้างและผลิตเด็กอย่างไรให้ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนและให้เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการ ให้เด็กได้รับคุณภาพซึ่งได้ร่วมลงทุนกับ เบทาโกรแล้วด้วย
ดร.จีระ : ปะทะกันทางปัญญา ด้วย 3V entrepreneurship ทำให้ V 2 และ V 3 มีโอกาสทำต่อเนื่อง ขอเพิ่มเรื่องอาชีวะเกษตร ในความเห็นผม เป็นสิ่งที่ดี อุตสาหกรรม มาเกษตรและมาที่การบริการ ผมเคยฝึกที่ กศน.เพื่อให้เข้ามาต่อยอดเรื่องเกษตร เช่นเรื่องแปรรูปยางพาราต่อยอดรายย่อย สร้างมูลค่าเพิ่ม และเป็นผู้ประกอบการ มี partnership มี 3V ร่วมด้วย มีนวัตกรรมอย่างเดียวไม่พอ มี entrepreneurship ด้วย และในที่สุดเป็นแนวร่วมกันด้วย ขอชื่นชมด้วย
คุณพิชญ์ภูรี : ความกล้าที่จะทำ เห็นในความคิดสร้างสรรค์ บวกทักษะประสบการณ์ มีองค์ความรู้ ก้าวข้ามอุปสรรคไปได้
กลุ่ม 4 :
ยกตัวอย่างที่องค์กรของท่านที่มีความคิดสร้างสรรค์ แต่มีปัจจัยบางอย่างมาฆ่าทิ้ง อธิบายว่าคืออะไร และจะแก้อย่างไร
เป้าหมายคือสร้างผู้ประกอบการใหม่ ให้เกิดขึ้นองค์กร ทั้งใน ปวช.และปวส.สิ่งที่ทำมาไม่เกิดที่แท้จริง ปูพรม สวนทาง ในความต้องการที่จะสร้างผู้ประกอบการใหม่ และเรามีหลักสูตรในรายวิชา ปัจจัยสำคัญคือ ประสบการณ์ของครูและผู้เรียน ครูไม่ใช่นักธุรกิจ แต่ไม่เก่ง แต่มีการเขียนแผนธุรกิจ ในการติดตามประเมินที่ไม่ออกมาเป็นผลเลย
ส่วนที่ 2 เพิ่มภาระงาน ในการต้องไปดูในการทำธุรกิจ ที่ไม่ชำนาญ ขาดแรงจูงใจ และคัดสรร เด็กไม่ได้อยากทำจริงๆ
แนวทาง ที่กลุ่ม 6 เสนอ คือปรับหลักสูตรที่จริงจังให้เป็นไปได้จริงเราต้องมองหลักสูตรในการเสริมเรื่องการประกอบอาชีพเสริม และดึงจากหน่วยงานข้างนอกเข้ามาและร่วมมือกับสถานประกอบการในอนาคต สถาบันการเงินก็เข้ามาร่วมในการเสริมพลัง และความคิดของครูและเด็กก็ถูกปรับเปลี่ยนเพื่อเสริมตรงนี้ ส่งเสริมและร่วมกันเป็นเครือข่าย เชื่อว่า SME จะเกิดขึ้นในประเทศไทย
ดร.จีระ : ที่ผมทำ คือ ภาษาอังกฤษ กับผู้ประกอบการ คือต้องจุดประกายและตรงประเด็น ให้เกิด จริงๆ เรื่องธุรกิจอยู่ในสายเลือดคนไทยอยู่แล้ว ต้องทำให้ต่อเนื่อง เอาจริง คิดว่าคงไม่ยาก เราต้องเริ่ม เด็กรุ่นใหม่ก็ไม่อยากเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่แล้วด้วย เสริมความมั่นใจของเด็ก ว่าสามารถเป็นผู้บริหารได้ในอนาคต
อ.พิชญ์ภูรี : ใช้เหตุผลเชื่อมโยงในการศึกษาจริงมาโยงกัน Learn share care ด้วยกัน ระหว่างกลุ่ม 4 และ กลุ่ม 6 เรียกเครือข่าย แบ่งเบาภาระงานได้ด้วย อย่าลืมตัวละคร 4 กลุ่ม คือวิชาการ เอกชน ชุมชนและท้องถิ่น ภาครัฐ เครือข่าย ใน 4 ตัวละครนี้มาร่วมด้วย
ดร.จีระ : แต่ต้องมีการประสานให้ดี นั่นคือคนกลาง ที่จะมารวมตัวละครทั้ง 4 ตัวมาร่วมกันให้ได้ดี การศึกษาของเราไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่ไม่มีคนมาจุดประกาย และต้องเป็นความรู้ที่สด ใหม่ ด้วย เพราะในอนาคตเราต้องทำอีกหลายอย่าง ไม่ว่าสนามบิน รถไฟ เป็นต้น
ดร.สมโภชน์ : น่าสนใจมากครับ บ้านเรานอกจากข้าวและยางพารา ยังมีน้ำตาล ไม่มีการสอนเลย มีสอนปริญญาโทเรื่อง Sugar กว่าจะรับเด็กเข้าไปทำงานได้ต้องฝึกงานถึง 2 ปี ซึ่งนานมาก ความร่วมมือนี้จับมือร่วมกันตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปลูกอ้อย และการผลิตต่างๆ ร่วมกัน อุปสรรค อยู่ที่ภาครัฐและเอกชนไม่เกิดร่วมกันเท่าที่ควร
กลุ่ม 2
ยกตัวอย่างที่องค์กรของท่านที่มีความคิดสร้างสรรค์ แต่มีปัจจัยบางอย่างมาฆ่าทิ้ง อธิบายว่าคืออะไร และจะแก้อย่างไร
สิ่งที่เป็นตัวฆ่า ตัวผู้บริหารไม่กล้าจะทำอะไร ก็ไม่แตกต่างกับแบบเดิม ที่เกิดความท้าทาย วัฒนธรรมองค์กร เปลี่ยนโดยการรับผิดชอบตัวเอง
สิ่งที่แก้ไข คือนิตินัยเป็นพฤตินัย กระบวนการการสรรหาบุคลากร ควรมีความชัดเจนและแน่นอน บอกระยะเวลาที่แน่นอน ทำให้เกิดความกล้าและท้าทาย เราขาดครู เช่น ครูภาษาอังกฤษ ต้องสอบอีก 3 เดือน ถึงได้ครู ซึ่งช้ามา น่าจะเป็นโรงเรียนที่มีอำนาจในการจัดหาเองเพื่อความรวดเร็ว และการพัฒนาใดๆ ควรเป็นไปในทางที่ยั่งยืน
ดร.จีระ : ถึงมีคนมาฆ่าทิ้ง ถ้ามันดี ต้องอยู่ให้มันรอด ชนะเล็กๆ มากกว่าชนะทันที สะสมประสบการณ์ การสรรหาผู้บริหารในการศึกษาให้ชำเรืองในผู้บริหารสถาบันศึกษา โหวตกันในสถาบันการศึกษาเอง คนที่รู้เรื่องในองค์กรนั้น ต้องมั่นใจว่าจะสามารถจัดการได้
กลุ่ม 3
อธิบายอุปสรรคที่ทำให้องค์กรและตัวท่านออกนอกกรอบไม่ได้คืออะไร 3 เรื่อง
กฏระเบียบคือแนวปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อจำกัด สิ่งสำคัญคือผู้นำ และผู้บริหาร เรามองในจุดที่ตัวเราเอง ในหลักการวิธีการเพื่อให้ประสบความสำเร็จ อยู่ที่ตัวเรา บริหารจัดการในการสร้างการคิดนอกกรอบ นั่นคือผู้นำ ในการจุดประกายให้ได้ดีที่สุด
ดร.จีระ : มีการคิดนอกกรอบ เพื่อให้ทำให้สำเร็จ เพราะเวลาเจออุปสรรค ผู้นำสำคัญที่สุด ซึ่งไม่ใช่ผู้บังคับบัญชา ต้องมองในอนาคต กล้าตัดสินใจ มีจังหวะเวลา คิดถึง V มากกว่าคิดถึงตัวเอง ผู้นำที่ดีเชิญผู้มีภาวะผู้นำมาบรรยายเพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจ
กลุ่ม 1
ยกตัวอย่างที่ทำสำเร็จ 3 เรื่อง ในการออกนอกกรอบที่เป็นรูปธรรมและยกเหตุผลที่ชัดเจน 3 ข้อ
การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์มีเจ้าหน้าที่สภาพัฒน์มาเป็นที่ปรึกษาด้วย คนของเรามีความสามารถพอหรือไม่ เชิญผ.อ.มาประชุมและกำหนดศักยภาพและสร้างนักศึกษาในการความรู้ความเข้าใจในจังหวัด สิงห์บุรี และอบรม กว่า 2,000 คน สร้างความเข้าใจในคนในพื้นที่ อบรมอาสาสมัครนักท่องเที่ยว สิงห์บุรีแหล่งการเรียนรู้ขึ้นยูทูปในสิงห์บุรี ทำให้มีคนเข้าไปท่องเที่ยวมากขึ้น สร้างงานพัฒนาคนและสร้างความเข้าใจคนในท้องถิ่นด้วย
ที่จังหวัดชลบุรี ระดมความคิดในการทำชลบุรีโมเดล เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมให้เหมาะสมกับตลาดแรงงาน คิดหลักสูตร ว่าทำอย่างไรเมื่อเด็กจบแล้วสามารถทำงานในสถานประกอบการที่มีคุณภาพ เราผลิตลูกค้ามีนิสัยอุตสาหกรรม และมีทักษะวิชาชีพ ประชุมไปเกือบ 6 เดือน เริ่มเรียนตั้งแต่อนุบาลถึงประถมให้รู้เรื่องอาชีพ เมื่อได้หลักสูตรก็นำร่อง มีโครงการติดตามและทำโครงการวิจัย ทุกโรงเรียน เอาหลักสูตรเพื่อมีงานทำเข้าร่วม และไม่ขัดกับระเบียบ ขอชื่นชมผู้ว่าในเรื่องนี้เพื่อลดอัตราการว่างงาน สามารถปรับภาพลักษณ์ได้ คิดนอกรอบได้ประโยชน์มาก
imagination จากที่ได้อ่านและติดตามคือ เกิดจากการที่จิตเป็นสมาธิ คิดทบทวนสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเรา มีปัญหาอุปสรรคอะไร เกิดและความคิดขึ้นมา เป็นจินตนาและสมาธิและความคิดที่เป็นระบบ และจดมาและจัดให้เกิดเป็นระบบและมาเป็น Innovation
บริหารโดยการสำรวจ ความต้องการ ปัญหา ความสำคัญ วางแผนและนำมาดำเนินงานต่อไป และบูรณาการ ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน และและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเกิดการขยายผลออกมา
อ.พิชญ์ภูรี : สิ่งที่ได้รับคือได้องค์ความรู้ใหม่ ได้กระตุ้นและได้แชร์กัน เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนกัน ได้ Value Added และ value diversity และได้จุดประกายขึ้นมา
ดร.สมโภชน์ อ.ไม่ใช่จุดประกาย แต่อ.ช็อตพวกเรา บางท่านรับได้ บางท่านรับไม่ได้ ทำให้เรากระตุ้น ยอมรับ ต่อต้าน เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย นี่คือ Learn share care โดยแท้จริง ท้าทายที่จะเป็นผู้นำของตัวท่านเอง นี่สิ่งที่อ.จีระช็อตพวกเรา
ดร.จีระ : ผมจะนำไปคิดต่อ ในเรื่องต่างๆ ซึ่งเกิดจากปะทะทางปัญญา จะหาจากข้อมูลตรงๆไม่ได้ เราต้องฝึกไปตลอดชีวิต มี Impact ขอให้จำผมได้ 1 เรื่อง การกระตุ้นให้ผมด้วย แต่ที่ทำไปอยากเอาข้างในของทุกคนออกมา