วันที่ 27 มกราคม 2559

สรุปเนื้อหา

การอภิปรายเรื่องท่องเที่ยวและกีฬากับแนวทางการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงสู่อาเซียน

กรณีศึกษาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและชุมชนกับแนวทางการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงสู่อาเซียน

โดย นายชูชาติ ราชจันทร์ วัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย์

จากมุมมองนักวัฒนธรรมที่ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับอีสานใต้ ที่มหาสารคามมีลุ่มแม่น้ำชีกั้น สะท้อนความเป็นล้านช้าง พอมาที่สตึก ก็เป็นเรื่องของอารยธรรมขอมมีความยิ่งใหญ่มาก

ข้าวสวยที่คนไทยบริโภคเรียกว่า ข้าวเจ้า เพราะเป็นข้าวของเจ้าขุนมูลนายจริง แต่ข้าวเหนียวเป็นเรื่องเกี่ยวกับการประกอบพิธี เป็นเรื่องของล้านช้าง

อารยธรรมขอมแผ่ขยายไปถึงเชียงใหม่ ภาคกลางเกือบทั้งหมด แล้วครอบคลุมไปเกือบทุกพื้นที่ เป็นเส้นทางเส้นตรงทั้งหมด มีธรรมศาลา มีศาลาไฟเหมือนกับที่พักผู้โดยสาร มีจุดบัญชาการอยู่ที่พิมาย มีศูนย์พลังสุริยะเทพอยู่ที่เขาพนมรุ้ง มีจ้าวโลกคือศิวลึงค์ มีเรื่องเทพก่อเกิดจากต้นน้ำที่มาจากพราหมณ์ เพราะฉะนั้นความเป็นขอมเป็นความยิ่งใหญ่ และยังคงเหลืออยู่ เช่น ในชุมชน เหลือดนตรีไทย นุ่งโจงกระเบน ภาษาอยุธยา ถูกใช้ที่นี่นานแล้วเพราะต้นน้ำอยู่ที่อินเดีย สมมติเทพอยู่ที่พราหมณ์ เมื่อมีการขยายอำนาจการปกครอง ก็มาแลกเรื่องวัฒนธรรมไป ที่อีสานใต้โดยเฉพาะบุรีรัมย์มีคำขวัญว่า เป็นเมืองภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม

บุรีรัมย์ตำน้ำกิน ที่มหาสารคาม ก็มีการตำน้ำ แต่ตำแล้วน้ำไม่ออกมา เพราะที่บุรีรัมย์มีภูเขาไฟ ลาวาแข็งตัวแล้วกลายเป็นหินลอยน้ำมีรูพรุน ตรงนั้นมีหิมะและสารอินทรีย์มากมายมหาศาล หลังบ้านพัก เมื่อ 10 ปีที่แล้ว มีพันธุ์กล้วยสมเด็จพระเทพ แสดงว่า ดินมีความชุ่มน้ำในตัว จึงสามารถตำดินให้น้ำออกมาได้

ช่วงที่ตนมาทำงานเดือนแรกคือ เดือนตุลาคมซึ่งเป็นช่วงออกพรรษา ที่บุรีรัมย์ทำพิธีกวนข้าวทิพย์ แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ ความเจริญทางวัฒนธรรมเป็นอู่

เวลาเข้าไปชุมชน ก็เหมือนกับเดินทางไปต่างประเทศ เวลาพูดกับคนต่างถิ่น ก็ใช้ภาษาไทยกลาง แต่เวลาสื่อสารในกลุ่มก็ใช้ภาษาขะแมร์ นอกจากนี้มีชนชาติต่างๆเช่น ส่วย กุย ลาว เยอในทุกพื้นที่ เป็นความร่ำรวยวัฒนธรรมของบุรีรัมย์

กระทรวงวัฒนธรรมกำหนดแผนงานไว้ 3 ระดับคือ

1.วิถีถิ่น วิถีไทย กวนข้าวทิพย์ บุญกฐินเดือน 12 กระทรวงควรช่วยประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อให้มากขึ้นเกี่ยวกับบุญกฐินเดือน 12 ให้นักท่องเที่ยวซื้อ จะเกิดเป็นเม็ดเงินมหาศาล กฐินอำเภอใน 23 อำเภอของจังหวัดบุรีรัมย์มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท เป็นตัวเงินที่ออกไปสร้างการกุศล ยอดนี้ยังไม่รวมยอดที่ชาวบ้านไปซื้อผ้าและสังฆทานที่ไม่สามารถเก็บเป็นตัวเลขได้ เป็นตัวอย่างที่สร้างรายได้แต่คนในกระทรวงยังมองไม่เห็นว่าสร้างเศรษฐกิจได้

2.วัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมอาเซียนที่ขายคือ ยิ้มสวย ไหว้งาม นวดแผนไทย สปา มวยไทย ที่บุรีรัมย์มีการนวดแผนไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก เมื่อพิมพ์คำว่า “นวดโบราณ” ก็จะพบว่า มีนักบินจากยุโรปบินมาที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้วต่อไปยังเมียนมา นั่งรถมาลงที่สตึกแล้วมานวดที่บุรีรัมย์ มีผู้สูงอายุมานวดเชิงรักษากับอาจารย์โบราณ ใช้เวลา 3 ชั่วโมงทำให้เห็นคุณค่าความเป็นไทย ภูมิปัญญาไทยสามารถคลายกล้ามเนื้อได้อย่างแท้จริง ในเรื่องวิถีถิ่น วิถีไทยก็ทำเรื่องแบบนี้ ในเรื่องวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมอาเซียน Service Mind ของไทยโดดเด่นกว่าประเทศอื่นในอาเซียน อาหารไทยโดดเด่นกว่า แต่สิงคโปร์โจมตีไทยว่า เป็นค้ามนุษย์ ความเป็นวัฒนธรรมของไทยยังมีอยู่ แต่สงกรานต์ก็มีในหลากหลายประเทศ แต่มีจุดเริ่มของพุทธศาสนาจากอินเดียจึงเหมือนกัน

3.มรดกไทย มรดกโลก เป็นวัฒนธรรมที่กว้างกว่า ปีนี้ ทางกระทรวงเสนอภูพระบาทที่อุดรธานีเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เขาพนมรุ้งยังไม่ได้รับการเสนอชื่อ มีแค่การเตรียมการ ที่ปราสาทเมืองต่ำ ก็มีป้ายแต่การรับรู้ของเมืองยังไม่ถึง ปัจจุบันนี้ จะเห็นรถจากทั่วทุกสารทิศมาจอดที่สนามไอโมบาย พวกนักท่องเที่ยวเห็นเขาพนมรุ้งในสภาพทรุดโทรม แต่เมื่อมาสนามไอโมบาย ก็เกิดความตื่นเต้นกับสนาม บุรีรัมย์จึงเป็นเมือง 2 ยุค เขาพนมรุ้งสร้างขึ้นในยุคพระเจ้าชัยวรมัน ส่วนที่อื่นก็เป็นรุ่นลูกหลานเป็นคนสร้าง ยุคที่คนปัจจุบันสร้าง ใช้เวลาไม่กี่วัน

จากการที่ได้ฟังสัมมนาจัดโดยฐานเศรษฐกิจที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ซึ่งเน้นเรื่อง “Next Step บุรีรัมย์” วางตำแหน่งไว้เป็นเมืองกีฬา เมืองสุขภาพ มีโฮมสเตย์ สถานปฏิบัติธรรม คอร์สกีฬา ภาคเอกชนใช้เรื่องคนบุรีรัมย์ขึ้นมาสร้างเมืองทำให้ดำเนินการได้เร็ว แต่ภาครัฐก็ต้องช่วยเหลือด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์จึงได้ทำเรื่อง 9 ดีขึ้นมา ครอบคลุมทุกส่วน ตนเองรับผิดชอบเรื่องคนดี นำศีล 5 มาขับเคลื่อนงาน ประเพณีบุญข้าวสารท เดือน 10 ก็เหมือนกับแซนโฏนตา คล้ายกับสงกรานต์ที่ทุกคนกลับมาบ้าน

ในช่วงนโยบายทั้งสามข้อ จะนำมาทำเป็นเชิงท่องเที่ยว ที่อีสานใต้ มีศิลปะการแสดง หมอลำหมู่ กันตรึม

สามารถดาวน์โหลดได้ผ่านเว็บไซต์ เยาวชนยังขาดความรู้เรื่องรากเหง้าทางวัฒนธรรม

เกาหลีสร้างวัฒนธรรม ไทยควรนำแบบอย่างมาสร้างวัฒนธรรม ตอนนี้ก็ได้ทำ CPOT ขึ้นมา จะนำกระแสไอโมบายขึ้นมาช่วยให้คนรู้จักศิลปวัฒนธรรมบุรีรัมย์

อาจารย์พิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

นายชูชาติเริ่มต้นขึ้นด้วยการกล่าวถึงภูมิศาสตร์ วัฒนธรรมลุ่มน้ำชี-มูล ฮีตสิบสอง คองสิบสี่

ฮีตคือจารีตประเพณีทั้ง 12 เดือน คองคือ กฎเกณฑ์ในการครองบ้าน ครองเรือน ฮีตสิบสอง คองสิบสี่ครอบคลุมทุกอย่าง เช่น ทำขวัญข้าว บุญผะเหวด สามารถนำไปทำการตลาดได้ทั้งหมด การทำท่องเที่ยวแบบนี้ยังช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรม สร้างความเข้มแข็ง เชื่อมต่อให้คนรุ่นหลังได้

เมื่อนายชูชาติกล่าวถึงวิถีถิ่น วิถีอีสานแล้ว ยังได้ให้แนวทางเกี่ยวกับอารยธรรมขอม โดยเน้นความเชื่อมโยง ประสาทพระวิหารต่อยอดมาในประเทศไทย มีกองบัญชาการที่พิมาย มีโอสถศาลา ทุกอย่างเชื่อมโยงกันเพราะมีทั้งในกัมพูชาและไทย นอกจากนี้ยังมีปราสาทแบบนี้ในลาว จึงควรจะคิดเชื่อมโยงต่อ นายชูชาติยังได้นำเสนอการเชื่อมโยงเรื่องคน ถิ่นที่อยู่ เส้นทางการเดินทาง ซึ่งมีทั้งเหมืองหลัก เมืองรอง จุดพัก จุดรักษาพยาบาลคือโอสถศาลา

นายชูชาติได้เสนอว่า ไม่ควรขาดการเชื่อมโยงและประชาสัมพันธ์ บางครั้งไอทีก็ยังไม่สามารถเชื่อมโยงกับคนไทยได้ นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงวิถีเกษตรสมัยใหม่ เช่น กาแฟภูเขาไฟบุรีรัมย์ การแสดงต่างๆ

เมื่อได้กล่าวถึงเรื่องวัฒนธรรมแล้ว ก็จะไปกล่าวถึงเรื่องกีฬาและการเชื่อมโยงไปสู่อาเซียน

กรณีศึกษาการท่องเที่ยวเชิงกีฬากับแนวทางการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงสู่อาเซียน

โดย นาวาเอกปารัช รัตนไชยพันธ์ รองเลขาธิการสมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย

เริ่มที่อาเซียน อันดับแรกต้องตระหนักรู้อาเซียนว่าสำคัญ

เมื่อเปรียบเทียบจำนวนประชากร จีนมีประชากรมากที่สุด อินเดียรองลงมา อาเซียนมีประชากรประมาณ 625 ล้านคน อาเซียนมี GDP 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นรองประเทศที่เจริญแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา จีน เมื่อประเทศในกลุ่มอาเซียนรวมตัวกันจะมีศักยภาพในการจับจ่ายใช้สอย มีอัตราขยายตัว 2.5%

อาเซียนมี 3 เสาหลักคือ Political-security (การเมืองความมั่นคง) เศรษฐกิจ และ Socio-cultural (สังคมวัฒนธรรม)

ประชาคมอาเซียนมีความเชื่อมโยงด้านกีฬา แสดงถึงความสำคัญ

ผลกระทบจากการรวมตัวของอาเซียน ประชากรของอาเซียนประมาณ 625 ล้านคนจะทำให้ตลาดใหญ่ขึ้น มีทางเลือกมากขึ้น ไทยมีภูมิศาสตร์ที่ดีคืออยู่ตรงกลาง ควรจะสร้างความเชื่อมโยงในด้านการคมนาคมขนส่ง และอาหาร เป็นโอกาสที่ไทยจะคว้าความได้เปรียบมา นอกจากนี้ ไทยจะมีปฏิสัมพันธ์กับประเทศในกลุ่มอาเซียนมากขึ้น แต่ก็จะพบกับการแข่งขันสูงขึ้น ไม่ควรกังวลด้านการแข่งขัน แต่สามารถเป็นพันธมิตรกับคู่แข่ง ทำให้เข้มแข็งขึ้นและมีโอกาสร่วมกัน รวมถึงอำนาจในการเจรจาต่อรองมีมากขึ้น

กีฬาในบริบทประเทศไทย ต้องทำให้กีฬาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาจังหวัดและประเทศ

ตัวแผนพัฒนาที่เป็นแผนแม่บทเรื่องกีฬาในฉบับปัจจุบัน สิ่งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริบทของประเทศไทยคือทำให้กีฬาเป็นแหล่งสร้างรายได้ สร้างอาชีพและการพัฒนาสังคมเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ต้องมีส่วนราชการมารับผิดชอบ นอกจากนี้ ภาคเอกชนและชุมชนก็มีส่วนร่วมแสวงหาประโยชน์จากกีฬาได้ตามอัตภาพ

กีฬาในประเทศไทยแบ่งเป็นประเภทหลักๆ เป็น 4 เสาหลักของกีฬา ซึ่งปรากฏในยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติคือ

  • กีฬาขั้นพื้นฐาน คือ กีฬานำไปใช้พัฒนาความเป็นอยู่ของมนุษย์ เป็นการพัฒนาร่างกาย
  • กีฬาเพื่อมวลชน คือ เมื่อคนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ก็ใช้กีฬาเพื่อการผ่อนคลาย สันทนาการและนันทนาการ
  • กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ เช่น เวลาที่ประเทศไทยส่งนักกีฬาไปแข่งกีฬาในระดับนานาชาติ เมื่อชนะแล้วประเทศไทยได้ชื่อเสียง ประเทศแคเมอรูนเป็นที่รู้จักเมื่อมีทีมฟุตบอลเข้ารอบการแข่งขันฟุตบอลโลก
  • กีฬาอาชีพ เป็นกีฬาที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เข้ามาส่งเสริม คือ ทำกีฬาให้เป็นอาชีพสร้างรายได้ ต้องขึ้นอยู่กับโครงสร้างกีฬาอาชีพที่มีสหพันธ์กีฬานานาชาติกำหนด ตอนนี้มี 10-11 ชนิดกีฬาที่เป็นกีฬาอาชีพ ตัวอย่าง เช่น ฟุตบอล มวย วอลเล่ย์บอล เทนนิส ตะกร้อ เป็นต้น

ในแง่มิติการพัฒนากีฬา สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่ากีฬาคือเครื่องมือ ปัจจุบันมีการใช้กีฬาเพื่อเหตุผลทางสังคม เช่น นำเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมาเล่นกีฬา

กีฬาเพื่อความมั่นคง เช่น กีฬาใน 3 จังหวัดชายแดนเป็นการดึงเยาวชนออกมาด้วยกีฬา

กีฬาเพื่อเศรษฐกิจ อย่างที่ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์กล่าวถึง Sport Marketing

การท่องเที่ยวเชิงกีฬา คือ กิจกรรมที่ทำให้คนต่างถิ่นมาจับจ่ายใช้สอยในอีกท้องถิ่นโดยมีกีฬาเป็นเป้าประสงค์ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามามีประสบการณ์ตรงกับกีฬาโดยสัมผัส เข้าร่วมหรือการเข้าไปสังเกตการณ์ การเข้าชม

การแบ่งประเภทกลุ่มเป้าหมายของกีฬามีดังนี้

  • High Performance คือ กลุ่มนักกีฬาอาชีพ เป็นกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยว
  • Mass Sport คือ คนเล่นกีฬาเป็นประจำเพื่อสุขภาพหรือนันทนาการ เช่น การจัดแข่งขันวิ่งมาราธอนมีนักกีฬาต่างชาติเข้ามาร่วมแข่งขัน
  • Occasional Sport คือ กลุ่มคนที่เล่นกีฬาเป็นบางโอกาสเพื่อนันทนาการ เช่น ชาวเกาหลีหรือญี่ปุ่นที่เข้ามาท่องเที่ยว ตีกอล์ฟแล้วกลับ
  • นักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่ผู้เล่นกีฬา คือ ผู้ที่ต้องการประสบการณ์การชม การสัมผัส เข้ามาดูกีฬา คล้ายกับที่ฮ่องกงจัดการแข่งขัน World Rugby รักบี้ซีรีส์ แม้จะเป็นทีมที่ไม่เก่ง แต่เวลาจัด บัตรเต็ม ต้องจองล่วงหน้า

การแบ่งประเภทกีฬาตามสถานที่

  • การเล่นกีฬาที่ศูนย์กีฬา เช่น สนามไอโมบาย สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต
  • การเล่นกีฬาในสถานที่ที่ไม่ใช่สนามกีฬา ควรจะคิดว่าในกลุ่มอีสานใต้ มีสถานที่ใดที่ใช้เล่นกีฬาได้บ้าง

แนวโน้มการท่องเที่ยวเชิงกีฬาสมัยใหม่

จากบทวิเคราะห์ที่คัดออกมาจากบทความต่างๆ พบว่า กระแสนิยมในเรื่องของการดูกีฬา การเล่นกีฬา

การออกกำลังกายเพิ่มสูงขึ้นทุกปี แม้แต่ในแผนแม่บทพัฒนากีฬาแห่งชาติก็ระบุไว้ว่า สถิติการออกกำลังกายของคนไทยอยู่ที่ 20% กว่า เพิ่มขึ้นทุกปี แต่เพิ่มในลักษณะเป็นจุดทศนิยม แสดงว่า จำนวนคนออกกำลังกายเพิ่มขึ้น แต่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำ

บริบทของกีฬาในประเทศไทยคือ ความสนใจของคนไทยในด้านกีฬามีน้อย แต่กระแสความสนใจสุขภาพมีมาก การตื่นตัวของผู้สูงอายุในเรื่องสุขภาพก็มีความสำคัญ

บริบทในอาเซียน คือ ความนิยมในการออกกำลังกายในอาเซียนอยู่ในระดับที่ดี บางประเทศอาจจะมีกระแสความนิยมด้านนี้สูงกว่าประเทศไทย

สภาพเศรษฐกิจและสังคมมีผลต่อการเล่นกีฬา คนที่จะเล่นกีฬาได้ต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีก่อน ควรจะค้นหาชนิดกีฬาที่เหมาะสมกับคนอาเซียน

โอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ในแต่ละท้องถิ่นมีกีฬาที่เหมาะสมกับแต่ละท้องถิ่น เพราะวัฒนธรรม ภูมิประเทศ ภูมิอากาศต่างกัน เชื่อมโยงไปถึงพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันที่แตกต่างกัน

กลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจ ต้องดูว่าอาเซียนมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มใดบ้าง กลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจคือ RCEP คือ ASEAN+6 หมายถึงเป็นกลุ่มที่มีการติดต่อค้าขาย ก็จะมีโอกาสเข้ามาในอาเซียน ส่วนที่เหลือก็คือนักท่องเที่ยวที่มีการติดต่อค้าขายทั่วๆไป เช่น ยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลาง

กิจกรรมกีฬา Sport Tourism ที่จะเลือกจัดให้แก่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ต้องเหมาะสมกับจริตของคนไทยและต้องเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

สิ่งอำนวยความสะดวกในการดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงกีฬา ควรมีความแปลกตาและสวยงามกว่าที่อื่น

ความแตกต่างที่ซื้อไม่ได้คือ ภูมิอากาศและวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เช่น สนามกอล์ฟ Pebble Beach ที่อยู่ริมทะเลในแคลิฟอร์เนีย มีคนไปจองคิดเป็นเดือนเพราะมีความสวยงาม

ผลิตภัณฑ์และบริการที่จะเกิดขึ้นในชนิดกีฬาต้องมีอัตลักษณ์และทันสมัย สนามกีฬาต่างๆมีชื่อเสียงและอัตลักษณ์ของตนเองบ่งบอกถึงความเป็นกีฬาแต่ละชนิด เช่น เวลากล่าวถึงฟุตบอลอังกฤษ คนจะคิดถึงสนามเวมบลีย์ที่เป็นสนามเหย้าของทีมชาติ ถ้ากล่าวถึงกอล์ฟ ก็จะคิดถึงสนามกอล์ฟ Pebble Beachหรือ St. Andrews ควรจะทำให้ผลิตผลิตภัณฑ์และบริการกีฬาของไทยเป็นที่น่าจดจำเหมือนตัวอย่างข้างต้น

การจัด Sport Tourism อาจนำกีฬาไปพ่วงวัฒนธรรม เกษตรและอื่นๆ ไม่ได้แตกต่างแต่ขึ้นอยู่กับว่าจะเชื่อมโยงกันอย่างไร

สิ่งสำคัญคือจริตของแต่ละกิจกรรมกีฬา คนที่ชอบเล่นกีฬากลางแจ้งมักไม่กลัวแดด ชาวยุโรปหนีหนาวมาเล่นกีฬากลางแจ้งที่ประเทศไทย ถ้าจัดกิจกรรมกลางแจ้งไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมกีฬาหรือวัฒนธรรม ชาวยุโรปก็จะสนใจร่วมกิจกรรม

เนื่องจากคนที่อยู่ในแวดวงกีฬามีหลายประเภท คนที่มา Chang International Circuit ส่วนใหญ่ไม่ใช่นักแข่งรถ ผู้ชมเป็นคนมีเงิน มีบารมี คนซื้อบัตรให้ มีโอกาสใช้จ่ายสูง ควรจัดกิจกรรมหรือบริการให้เหมาะสมกับคนกลุ่มนี้ ผู้ชมการแข่งรถที่ Chang International Circuit กับผู้ชมการแข่งขันฟุตบอลที่ i-mobile Stadium ไม่ใช่กลุ่มเดียวกัน การจัด Sport Tourism ไม่ใช่จัดแบบ Mass หรือสินค้าแบบเดียวแต่ขายให้ได้แก่ลูกค้าทุกประเภท ต้องมีการวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าด้วย

เทคโนโลยีสมัยใหม่มีความจำเป็นในการให้บริการ บุรีรัมย์มีของดีอยู่แล้ว เช่น ปราสาทหินพนมรุ้ง แต่เรื่องราวก็สำคัญ ต้องหาวิธีให้คนสามารถเสพวัฒนธรรมได้ ถ้านำเทคโนโลยีสมัยใหม่ไม่ว่าจะเป็นภาพ 3 มิติ มัลติมีเดียเข้ามาให้กลมกลืน เดินไปมีเพลงฟัง กล่อมเกลาอารมณ์ มีร่มเงา ทำให้ขายได้มากขึ้น แม้แต่ในกีฬา

เทคโนโลยีก็มีความสำคัญ

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ 10 ปีผ่านไป ของอยู่ในสภาพเดิม ตอนนี้มีเทคโนโลยีนำเสนอพิพิธภัณฑ์มีหลากหลาย คนทำงานด้านการท่องเที่ยวต้องศึกษาเทคโนโลยีแล้วนำมาใช้

ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นายเฉลียว อยู่วิทยาบริจาคเงินให้ 50 ล้านบาท ทำพิพิธภัณฑ์เรื่องฟัน มีการนำเทคโนโลยีมัลติมีเดียมาใช้ดึงดูดคน ต้องทำให้น่าสนใจ มีการสร้างปากขนาดใหญ่ให้เด็กเข้าไปนั่งถอดฟันดูได้ มีแปรงเล็กเข้าไปถู เป็นการเสพความรู้ด้วยวิธีการแปรงฟันใหม่ๆ

ในเรื่องการบริหารจัดการธุรกิจกีฬา อีกปัจจัยสำคัญคือ บุคลากร ต้องมีคนมีความรู้ เชี่ยวชาญสูง ต้องไม่ปฏิเสธการรวมกลุ่มทางธุรกิจ รวมไปถึงการเชื่อมโยง ประเทศไทยมีความวิเศษกว่าประเทศอื่นที่มีดินแดนที่ใหญ่กว่า เพราะใช้เวลาเดินทางในประเทศน้อยกว่า จากสุรินทร์ไปบุรีรัมย์ระยะทาง 50 กิโลเมตร จัดกลุ่มไปด้วยกันได้ เช้าอยู่ที่หนึ่ง เย็นอยู่อีกที่หนึ่ง ศรีสะเกษกับอุบลราชธานีก็ไม่ไกลกัน นครราชสีมาอาจจะไกลกว่า แต่ถ้ามีการคมนาคมขนส่งที่เร็ว ก็จะช่วยประหยัดเวลาสำหรับนักท่องเที่ยวได้ อาจจะทำเป็นสถานีท่องเที่ยว ก็จะมีความน่าสนใจ กลุ่มจังหวัดควรจะเติบโตพร้อมกัน ดูจริตจังหวัดแล้วต่อไปยังด้านวัฒนธรรมแล้วไปเกษตร แล้วจัดเป็นแพคเกจไปด้วยกันได้ ดังที่ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์เรียกว่า “เขาวงกต” คือ กระตุ้นให้คนใช้เงินให้หมดในจังหวัดก่อนกลับ

ในเรื่องการจัดกิจกรรมกีฬา (Sport Events) มีจังหวัดอื่นที่มีความก้าวหน้า เช่น นครนายกมีวิสัยทัศน์คือสนใจกีฬาผจญภัย (Adventure Sport) ได้แก่ ปีนหน้าผา ขี่เอทีวี ขี่จักรยาน เมื่อปี 2551 สมาคมเรือพายเคยไปเสนอโครงการต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ใช้เงินครั้งแรกทำแก่งเทียมเป็นระยะทาง 300 เมตรหน้ารีสอร์ท ตรงแม่น้ำนครนายก ลงทุนโดยงบอบจ. 15 ล้านบาท ตอนนั้นถูกต่อต้านจากธุรกิจล่องแก่งมากเพราะไปปิดลำน้ำ เพราะพวกนี้ทำมาหากินไม่ได้ ต่อมาธุรกิจเจริญเติบโตขึ้น ปัจจุบันนี้ คนเล่นกีฬาล่องแก่ง และพายเรือแคนูจะสนุกขึ้นเพราะแก่งเทียม จึงเกิดการขยายเส้นทางให้ยาวขึ้น ทั้งนี้อยู่บนวิสัยทัศน์ ไม่ได้ออกนอกกรอบเพราะยังคงเป็นกีฬาผจญภัย

บุรีรัมย์มีแม่เหล็กอยู่ 2 จุดหลัก คือ 2 สนาม ควรคิดว่ายังขาดอะไร จะนำคนจาก 2 สนามนี้ไปเที่ยวที่อื่นด้วยได้อย่างไร อาจมีการสร้างกิจกรรมการท่องเที่ยวอื่นๆด้วยได้ ในช่วงที่ไม่มีการแข่งขัน

อาจารย์พิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

นาวาเอกปารัชได้นำเสนอรายละเอียดที่ชัดเจนมาก และได้เสนอแนะให้เลือกสิ่งที่ถูกต้อง อาศัยจังหวะ อัตราเร่งที่เหมาะสม ก็ตรงกับที่ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ได้กล่าวไป นอกจากนี้ ต้องเลือกการประชาสัมพันธ์ให้ถูกต้อง รวมกลุ่มทางธุรกิจให้มีการรวมพลัง สิ่งสำคัญก็คือต้องก้าวข้ามปัญหาและอุปสรรค ในการสร้างแก่ง ถ้าถูกคัดค้านจะทำอย่างไร ต้อง bypass ให้ 300 เมตร ทำเสมือนว่าชีวิตนี้ไม่มีอุปสรรค

วิทยากรท่านสุดท้าย ได้กล่าวแล้วว่า ผู้ป่วยเที่ยวไม่ได้ เล่นกีฬาก็ไม่ได้ ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์จะกล่าวถึงมุมมองกรณีศึกษาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกับแนวทางการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงสู่อาเซียน

กรณีศึกษาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกับแนวทางการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงสู่อาเซียน

โดย ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์

ต้องเริ่มจากความสำคัญการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เมื่อดูวิถีชีวิตชาวอีสานในปีนี้ อ้อยยาวแค่ 1 เมตร ต้นเล็ก มันต้นเล็ก ข้าวราคา 3 กิโลกรัม 100 บาท ควรมีทางออกและข้อเสนอแนะที่ดีจะเป็นประโยชน์ต่อการประชุมครั้งนี้ ควรเริ่มจากทำเรื่องใกล้ตัวก่อน คืออาหารและสุขภาพ

จากการประชุมครั้งที่แล้ว ก็ได้ทำงานเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เช่น ไปศึกษาดูงานที่อุบลราชธานี อุทัยธานี กำแพงเพชร และได้เห็นกรณีตัวอย่างที่ดีมากมายมาทำงานต่อ ตนเองมีเครือข่ายมากมาย เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2559 ได้ลง Facebook เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ก็มีคนมาให้ข้อเสนอแนะมากมาย มีคนแนะนำว่า ที่ชีวาศรมมีเศรษฐีมาอยู่ 15-30 วัน สามารถจัดคอร์สวันละเป็นหมื่นบาทได้

ตอนที่ไปอุบลราชธานี ได้ไปศึกษาดูงานหลายแห่ง ไปสามพันโบก ก็ต้องมีเครือข่าย เวลาที่ดีสุดคือไปตี 4 แล้วนั่งรถมาที่ลงเรือตี 5 นั่งเรือไปถึงสามพันโบก อาทิตย์อุทัยสว่าง เป็นภาพที่สวยงามที่สุด อากาศเย็นสบาย ได้ออกกำลังกายแล้วถ่ายคลิปลง Facebook

ส่วนเรื่องของอาหาร ในอีสาน จุดที่ทำและสามารถนำมาเป็นตัวอย่างได้คือ หมู่บ้านราชธานีอโศกซึ่งทำด้านเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง นำผลผลิตมาบริโภคและใช้ในชีวิตประจำวัน มีกระบวนการพัฒนาไม่หยุดนิ่งและ พัฒนางานต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม ทำแบบวิถีชีวิตตัวเองอย่างแท้จริง ซึ่งทำได้ดีและครบวงจรอยู่แล้ว นำมาพัฒนาให้ก้าวหน้า

ในการลงมือทำ ควรจะไปดูงานจากกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จแล้วค่อยนำมาทำ

ต่อมา ได้ไปวัดหลวงปู่ชา เป็นการส่งเสริมสุขภาพทั้งกายและใจ ได้ไปดูว่ามรดกที่หลวงปู่ชาทิ้งไว้ให้ชาวอีสาน ทำให้ได้ความรู้มากมาย

เมื่อไปที่อุทัยธานี มีอาจารย์เกษียณแล้วเป็นศึกษานิเทศก์ออกมาทำโฮมสเตย์ 4 หลังมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เพราะเป็นโฮมสเตย์ที่มีชีวิตชีวาที่พัฒนา บรรยากาศและอาหารดี อาจารย์ท่านนี้กล่าวว่า ควรทำกิจกรรมเพื่อเอื้ออำนวยให้คนถ่ายรูปให้ได้ มีเศรษฐีมาพักในบรรยากาศเงียบสงบ บริโภคอาหารสุขภาพ นั่งคุยกัน ทำให้ได้บทเรียนว่า ควรทำเรื่องธรรมดาให้เป็นเรื่องพิเศษ ทำเรื่องต่างๆให้มีชีวิตชีวาและน่าตื่นเต้น

ตอนที่ทำเกษตรอินทรีย์ ปลูกผัก มีตัวลิ้นหมากับตัวทากมากิน คนที่ปลูกมากๆ ก็ใช้ยาฉีด แต่ถ้าเป็นคนทำเกษตรอินทรีย์ ก็นำไฟฉายมาส่องเก็บตัวลิ้นหมาซึ่งเหนียวยิ่งกว่ากาวตราช้าง ต่อมาได้ส่งเมือกลิ้นหมาไปให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีให้วิจัย แล้วก็ได้นำไปทำเครื่องสำอาง ถ้าขายได้ราคาแพง ก็ปลูกผักเลี้ยงตัวลิ้นหมา

แม้ว่าไม่มีความรู้ แต่มีเพื่อนเป็นนักวิจัยก็สามารถทำได้โดยไปขูดผิวแล้วสกัดเป็นน้ำมันออกมา

ในเรื่องธรรมดา ถ้าทุกคนเป็นผู้เรียน ก็จะอยากรู้ อยากเห็น อยากทดลอง

เมื่อฤดูหนาวปี 2558 มีแพทย์หญิงและวิศวกรแต่งงานกัน แล้วมาฮันนีมูนเพราะมาชมผักที่มีเอกลักษณ์ เกิดความประทับใจ สิ่งสำคัญคือทำเรื่องให้ปรากฏให้ได้ แล้วทำให้มีชีวิตชีวา

ควรหาคนที่มีความพร้อมมาทำโดยประกาศทาง Facebook จัดการอบรม 2 วัน ราคา 1,500 บาท คัดเลือก 30 คนเข้าร่วมโครงการจากทั่วประเทศ ส่วนใหญ่เป็นคนอายุประมาณ 40 ปี มีความรู้ ความตั้งใจ และได้เคยศึกษามาจากทั่วประเทศก่อนเข้าอบรม เมื่อเข้าอบรม ก็มาหารือกัน มีรายหนึ่ง เป็นผู้จัดการเจ้าของสวนทุเรียนสดที่อยากทำแต่บิดามารดาคัดค้าน และเป็นสวนอินทรีย์พันธุ์ดี เคยเป็นพนักงานลาออกมาทำสวน แต่บิดามารดาคัดค้าน หลังจากการอบรมครั้งนั้น ก็ใจสู้ ทำเกษตรอินทรีย์ แล้วนำไปขาย ผลิตจนขายไม่ทัน

สังคมอยู่ได้ก็จะต้องเป็นสังคมการเรียนรู้ ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรที่มีศักยภาพความพร้อมมากที่สุดในโลก เพียงแต่คิดที่ยกระดับอย่างไร จีนส่งของมาขายที่ไทย ทั้งๆ ที่ไทยเป็นประเทศเกษตร ไทยควรคิดว่าจะขายสินค้าอะไรให้จีน จีนขนไม้ไผ่กับวัว ควายไปจากไทย เนื้อวัวควายขายที่จีนกิโลกรัมละ 700 บาท พอไปถึงเวียดนาม ราคาขายเนื้อวัวควายกิโลกรัมละ 500 บาท พอมาถึงไทย ราคาขายเนื้อวัวควายกิโลกรัมละ 300 บาท

เกษตรกรขายสินค้าผิดที่ เพราะไม่มีคนเลี้ยง แต่คิดจะปลูกยางพารา

คนที่จะทำงานต้องมีความรู้ และองค์ความรู้เก่าใช้ไม่ได้ ต้องมีฐานความรู้ใหม่ คนอีสานควรเลี้ยงแพะเพราะกินน้อย ปีหนึ่งออกลูก 2 ครั้ง ครั้งละ 4 ตัว กินใบไม้ หญ้า ครูบาสุทธินันท์ก็ได้รีดนม ทำสบู่และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่กำแพงเพชรมีผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงแพะ ครูบาสุทธินันท์มีแพะ 20 ตัว

เกษตรกรควรปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตโดยลงมือหาข้อมูล ต้องลองของก่อน ทำให้เห็นปัญหามาเล่า

จากการประชุมโครงการเสริมสร้างศักยภาพองค์กรเครือข่ายท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืนรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้) ครั้งที่แล้ว ก็ได้มองเรื่องผลไม้ ดร.จีระเดช ดิสกะประกาย กล่าวว่า โค้กและเป๊ปซี่ขายลดลงแต่ปลูกมะพร้าวทั่วโลก ครูบาสุทธินันท์จึงได้เล็งเห็นว่าผลไม้ที่มีอนาคตต้องเป็นผลไม้ที่เกี่ยวกับสุขภาพ เช่น หม่อน มะพร้าว ทุเรียน กล้วย คนที่ปลูกแล้วทำที่เพชรบุรี

ที่อุทัยธานี ครูบาสุทธินันท์ก็ปลูกต้นไม้ใหญ่ จะสร้างบ้าน แล้วประกาศทาง Facebook เพื่อหาคนออกแบบ ก็มีผู้จัดการแลนด์แอนด์เฮ้าส์มาออกแบบให้ คนเป็นเจ้าของเฟอร์นิเจอร์อยู่ที่ชลบุรี นำตัวอย่างไม้มาให้ครูบาสุทธินันท์ดู แสดงให้เห็นว่า ทุกอย่างเป็นไปได้ ถ้าทำจริง ความจริงมีอานุภาพจะนำไปสู่สิ่งต่างๆมากมาย

ปรากฏการณ์ควรเริ่มจากจุดเล็กๆก่อน คิดให้ชัด ทำให้ออก จะจุดประกายได้ดี

ควรทำสวนผักสุขภาพ มีหินวาง เวลาเข้าต้องถอดรองเท้า เหมือนเดินนวดเท้า เข้าไปเก็บผักมาประกอบอาหาร หุงข้าวด้วยหม้อดิน มีเครือข่ายส่งข้าว อาหารแห้งและอาหารทะเลมาให้ครูบาสุทธินันท์ชิม แสดงให้เห็นว่า มิตรภาพและไมตรีมีในไทย ต้องร่วมทุกข์และสุขกัน ครูบาสุทธินันท์เขียน Facebook ทุกวัน วันใดที่ไม่ได้เขียนก็จะมีคนอื่นโทรศัพท์มาถามถึง ครูบาสุทธินันท์ต้องเริ่มเขียน Facebook ตอนตี 3 เพราะเครือข่ายที่อื่นเริ่มทำงานแล้ว Facebook ทำให้ทราบผลงานและรู้จักเครือข่ายของครูบาสุทธินันท์ ทำให้มีความสุขในการทำงาน

อาจารย์พิชญ์ภูรี พึ่งสำราญ

ครูบาสุทธินันท์ กล่าวว่า ต้องอยู่รอด อยู่ได้และต้องอยู่ดี ประเด็นที่น่าสนใจคือความจำเป็นที่จะต้องก้าวข้ามผ่านจุดเดิมๆ ตลาดต้องการอ้อยมาก แต่ก็ผลิตไม่พอ ส่วนภาคใต้ ก็ตัดยางพาราทิ้งไปแล้วปลูกกาแฟขึ้น

ขั้นตอนของครูบาสุทธินันท์ ขั้นแรกคือคิดให้ชัด ต่อมา ลงมือทำ โดยแสวงหาเครือข่าย เลือกของดีมีอยู่แล้วพัฒนา ต้องมีข้อมูลใหม่ตลอด นักวิจัยต้องช่วย มีข้อมูลมาทาง Facebook ตลอด คิดกิจกรรมที่ดี ทุกอย่างที่ทำต้องมีชีวิตชีวาตื่นเต้น ไม่มีเซ็ง