ทีมงาน chiraacademy

การพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา สู่.. การเปลี่ยนแปลงยุคใหม่

อ.จีระ : จะขอแนะนำหัวข้อวิทยานิพนธ์ ขอให้เลือกหัวข้อให้ดี บางทีเลือกหัวข้อทำแล้วจบ แต่ยังไม่ได้ให้ประโยชน์ทางวิชาการ น่าจะเป็นหัวข้อที่น่าสนใจ น่าจะมีที่ปรึกษาข้างนอกมาร่วมด้วย เลือกคนที่เข้าใจเรา ชื่นชมในสิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว มนุษย์เราทุกคนมีจุดแข็งของตัวเอง

กฎ 9 ข้อ ของการเป็น Ph.D. Thesis Advisor

  1. ถ้าเรายังไม่มีประสบการณ์ควรจะหาผู้เชี่ยวชาญผู้ใหญ่ที่เคยผ่านการเป็น advisor ที่ดีมาช่วยเราเพื่อเสริมเติมในสิ่งที่ขาด
  2. การเป็น Advisor ที่ดีน่าจะดูเรื่อง Process มากกว่าแค่ปลายน้ำ เช่น แนะนำให้เขาสนใจการเรียน COURSE WORK ที่มีคุณค่ามากว่าสนใจแค่วิชา Research Method ซึ่งเป็นแค่เครื่องมือ และให้ค้นหาหัวข้อ Thesis ตั้งแต่เริ่มต้นการเรียน Ph.D อย่าให้ COURSE WORK กับ Thesis แยกออกจากกัน

ถ้าลูกศิษย์บริหารเวลาไม่ได้ก็จะล้มเหลว และได้ Ph.D ที่ไม่มีคุณภาพ

ทำอย่างไรเมื่อทำแล้วให้คิดว่า อันนี้เป็น thesis ของเรา

อ.พิชญ์ภูรี : อย่ากลัวความยาก หาตัวช่วย แต่ตัวช่วยที่ดี น่าจะเป็นเครือข่ายของเราเอง ต่อมากระบวนการ ไม่จำเป็นข้อมูลครบหมด ช่วงที่ขาดเราต้องหาเพิ่ม แต่ต้องมีการจินตนาการ ในพื้นฐานของความเป็นจริงมาใช้ และตอนจบขอให้เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ตัวเอง องค์กรและประเทศชาติด้วย นี่คือชนะเล็กๆ ที่จะนำไปทำต่อได้ เรื่อง Research นำมาเพื่อความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ เป็นเครื่องมือในการทำงานด้วย เพื่อให้งานที่ทำประสบความสำเร็จ การค้นหาคำตอบกับความจริงให้ออกมา รู้จักหาตัวช่วย คือเครือข่ายออกมา

3. การทำวิทยานิพนธ์ คือ ส่วนแรกของการทำวิจัย ซึ่งควรทำต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ทำครั้งเดียวเสร็จ

4. Research ในความเห็นของผม..

  • เน้น Hypothesis และ Testable Hypothesis มาก ๆ คือ ฝึกวินัยในการตั้งโจทย์ หรือ Hypothesis ที่น่าสนใจ และนำไปใช้ได้ แล้วเก็บข้อมูลนำเสนอว่าตอบโจทย์ Hypothesis ที่ตั้งไว้ว่าทำได้หรือไม่?
  • และ Hypothesis ต้อง 2 R’s คือ ตรงกับความจริงและตรงประเด็น น่าสนใจ เกิด Impact ต่อตัวเราและต่องาน การสอน หรือ การแก้ปัญหาของประเทศ ไม่ใช่แค่ได้ปริญญาอีกใบหนึ่ง

5. Trends ของ Research ที่ดี ในยุคใหม่จะเน้นหัวข้อก่อนแล้วจึงจะหา Data มาตอบโจทย์ จุดอ่อนของราชภัฏ คือ หัวข้ออ่อน ตอบโจทย์เดิม ๆ แค่จบ ในอนาคตคงจะต้องมองภาพใหญ่ (Macro) เพื่อรองรับการทำงานในระดับที่เล็กลงมา (Micro) มีความรู้ลึกและกว้างและ Relevant

6. การจะได้ หัวข้อคือ ต้องอ่านมาก ๆ ฟังมาก ๆ รู้จักคนเก่งนอกมหาวิทยาลัยก่อนจบพยายามไปประชุมทางวิชาการต่างประเทศและในประเทศ เพื่อจะได้มีความในการมองโอกาสของหัวข้อที่น่าสนใจ ใหม่ ๆ กล้าลงทุนในการหาโอกาส (Opportunities) ใหม่ ๆ Ph.D ต้อง Outside the box อย่าอยู่ในกะลาครอบ

7. กรณีศึกษาการเขียนวิทยานิพนธ์ของผม

8. ประสบการณ์ในการเป็น Advisor ตั้งแต่ที่ธรรมศาสตร์ และที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และอื่น ๆ มีทั้งที่เป็นกรณีศึกษาที่ดีและไม่ดี บทเรียนเหล่านี้จะช่วยอะไรเราได้

9. การตีพิมพ์ ต้องหารือกับ Advisor ที่มีประสบการณ์ วางแผนล่วงหน้า อย่ารอให้เสร็จแล้วจึงคิดจะตีพิมพ์ ใช้จังหวะและความรวดเร็ว(Rhythm and Speed) เป็นหลัก จัดสรรเวลาให้ถูกต้อง อย่า Waste หรือเสียเวลา

หลักเพิ่มเติม

1.ถ้าเป็นนักเรียนต้องเลือกประธานให้เหมาะสม และประธานต้องมีเครือข่าย สามารถดึงเอาศักยภาพของแต่ละคนมาได้ ใช้แนว 3V 's คือความหลากหลาย เข้ามาเป็นทีมเดียวกันได้

2.ดูคนที่จะมาช่วยเรา จะต้องไม่เป็นคนที่เด็กหรือ young แต่ต้องมีคนที่มีอุปสรรค และสามารถแก้ปัญหา มาเป็น supervisor thesis ได้ด้วย

3.supervisor thesis ต้องมีเวลาให้กับนักเรียนเหล่านั้นด้วย

4.คณะกรรมการชุดนี้ต้องเป็นคนที่แก้ปัญหา เช่น กฎระเบียบ ช่วยเรื่องบริหารการจัดการ การเรียนด้วย ไม่ใช่แค่หัวข้อเพียงอย่างเดียว

5 Co advisor ขอให้เป็นทีมเดียวกัน อย่าขัดแย้งกัน

6 ถ้า advisor ที่อยู่พื้นที่เดียวกัน จะได้มีคำแนะนำให้เราได้มากขึ้น เข้าไปช่วยเขาให้ได้มากที่สุด

7. เวลาในการพบ advisor อย่าปล่อยให้นานเกินไป

เป็นการต่อยอดจากครั้งที่แล้ว มาเสริมสิ่งเหล่านี้