ทีมงาน Chiraacademy
การพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาสู่การเปลี่ยนแปลงยุคใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม
ผมได้รับเกียรติให้มาบรรยายหัวข้อ การพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาสู่การเปลี่ยนแปลงยุคใหม่ ให้กับผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้บริหารระดับบัณฑิตศึกษา อาจารย์ที่ปรึกษา และอาจารย์ผู้สอนระดับบัณฑิตศึกษา ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม จำนวน 40 ท่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาให้มีความรู้ความสามารถ ในการบริหารงานอุดมศึกษาและเป็นกำลังขับเคลื่อนในการบริหารงานบัณฑิตศึกษาและมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งจะส่งผลต่อภาครวมในความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยในอนาคต
อ.จีระ : สิ่งแรกที่จะให้ทำคือ การค้นหาตัวเอง เชื่อมโยงกับบุคคลภายนอกด้วย เป็น Digital และ เครื่องมือต่างๆ ด้วย เดินต่อไปและกระเด้ง ไม่ต้องทำเยอะ แต่ขอให้ทำอย่างต่อเนื่อง เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทำปรากฏการณ์ที่ มรภ.นครปฐม และทำอย่างต่อเนื่อง
วันนี้ขอให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน โดยใช้ทฤษฎี 4L's มีวิธีการเรียนรู้ที่ดี ได้วิธีการเรียนคือการกระตุ้นในการเรียน โดยการทำ Workshop และเกิดโอกาสการเรียนรู้ และนำไปสร้าง Network ทั้งหมดคือ Learning Community
ขอให้พูดถึงความคาดหวัง ของแต่ละท่าน
อ.วิศิษฎ์ : เจออาจารย์จีระ เป็นครั้งที่ 2 อยากได้ต่อยอดจากครั้งที่แล้ว จากท่านอ.
อ.สุพจน์ : เจอเป็นครั้งที่ 2 ต่อยอดจากครั้งก่อน
อ.หรรษา : สวนสุนันทา รุ่นที่ 1 สอนเรื่องการจัดการ การบริหารจัดการในชุมชน กองทุนหมู่บ้าน
อ.จีระ : ดีใจที่ได้มาพบกันอีกครับ
สอนวิชาอาเซียนศึกษา จะได้ความรู้เรื่องภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อไปปรับ
สอนวิชาวิทยาศาสตร์
อ.จีระ : ผมสอนให้คณะแพทยศาสตร์ ได้นำคณะม.อ. ไปสอนเด็กที่เทพศิรินทร์
อ.วิไลลักษณ์ : สอนภาษาอังกฤษ อยากได้ความรู้ทางการบริหาร เพิ่มขึ้น จะได้รับความรู้จากอาจารย์เพิ่มขึ้น
อ.ใกล้รุ่ง : มาเป็นครั้งที่ 2 แนะนำเกี่ยวกับการสร้างเครือข่ายด้านไอที แนะนำเรื่องหาเครือข่าย ให้มีความหลากหลาย และแชร์ข้อมูลร่วมกัน
แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่อง มาฟังความคิดเห็นของท่าน อย่าเก่งคนเดียว ต้องรวมพลังกันถึงจะสำเร็จ เครือข่ายของราชภัฏต้องร่วมกัน การขยายพลังจริยธรรมไปในแนวราบ
อ.จันทนา : ฟังหรือ อยากทำต่อ เรามีความรับผิดชอบในการทำงาน ขอบพระคุณที่มาในวันนี้
อ.จีระ : อยากมาเป็นแนวร่วมกับท่าน มาเพื่อฟังและร่วมกันทำต่อ อย่าหยุดเรียนรู้ ต้องกระตุ้นให้คิดร่วมกัน ค่อยๆซึมในการเปลี่ยนวัฒนธรรมแบบเดิมๆ ให้ปรับเปลี่ยนไปในสิ่งที่ดีขึ้น
อ.เบญจรัตน์ : สาขาบรรณรักษ์ มาครั้งที่ 2 เพื่อเติมความรู้ เพิ่มขึ้น
รองอธิการบดี : เราควรทำความเข้าใจ ในจุดมุ่งหมาย โอกาส ที่ท่านอ.จีระให้โอกาส เราควรหยิบยื่นให้มากที่สุด ลงมือปฏิบัติ และแสดงความคิดออกมา เป็นวิธีการที่ดีมาก
อ.จีระ : พัฒนาคน เก็บเกี่ยว เอาความเป็นเลิศออกมา เอาชนะอุปสรรคให้ได้ ข้ามเล็กๆ ไปก่อน อย่ารีบข้ามแล้วตายกลางคัน
อ.พิชญ์ภูรี : ในการสร้างผู้นำ ต้องมีอยู่ในตัวเองด้วย มีเวลาหาข้อมูลข่าวสารในการนำไปสร้างผู้นำอย่างต่อเนื่อง มีเรื่องทุนมนุษย์เพื่อสร้างภาวะผู้นำ
อ.จีระ : ไม่ว่าจะไปลิงก์กับใคร เราต้องมีการให้เกียรติกัน เห็นศักดิ์ศรีของมนุษย์
อ.พิชญ์ภูรี : ผู้ประกอบการ การมีภาวะผู้ประกอบการ ทำราชภัฏให้มีชื่อเสียง ชนะเล็กๆ ภาวะผู้นำที่ต้องมีคือ ต่อเนื่อง ต่อเนื่องและต่อเนื่อง
อ.จีระ : ชนะเล็กๆ ก่อน อย่าทำใหญ่ๆเลยจะไม่ชนะ ค่อยๆขึ้นไป ขึ้นช้าๆก่อน
Trust คืออะไร? มีหลายคำจำกัดความ..แต่ในความเห็นของผมน่าจะแปลว่าคนในองค์กร/ชุมชน/สังคมเชื่อมั่น ศรัทธาและพึ่งพาในการกระทำในช่วงวิกฤติ และช่วงปกติที่จะนำองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน และคนในองค์กร/ชุมชน/สังคมมีความสุข
John Kotter ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Leading Change พูดถึง กลยุทธ์ในการกระตุ้นการเปลี่ยนแปลง 8 ขั้นตอน โดยถือเป็นภาระของผู้นำที่จะต้องกระตุ้นองค์การให้เปลี่ยนแปลง ดังนี้
- สร้างความรู้สึกถึงตระหนักถึงความจำเป็น สร้างความรู้สึกกระตือรือร้น และเร่งด่วนที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร (Establishing a sense of urgency)
- การรวมกลุ่มที่มีพลังมากพอที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง (Forming a powerful guiding coalition)
- สร้างวิสัยทัศน์ (Creating a vision)
- การสื่อสารและถ่ายทอดวิสัยทัศน์ (Communicating the vision)
- การให้อำนาจ และทำให้คนในองค์กรดำเนินการตามวิสัยทัศน์ (Empowering others to act on the vision)
- การวางแผนเพื่อให้เกิดความสำเร็จในระยะสั้น (Planning for and creating short-term wins)
- ประมวลการปรับปรุงเหล่านี้ให้ครบถ้วน (Consolidating Improvements and Producing Still More Change)
ปลูกฝังวิธีใหม่ในองค์การให้คงอยู่ (Institutionalizing new approaches)
กฎเกณฑ์ 7 Cs from Change
1. Complexity
2. Clarity
3. Confidence
4. Creativity
5. Commitment
6. Consolidation
7. Change
Principle 5 ข้อของ leaders กับ Change
1. แต่ละคนมีความรู้สึกเรื่อง Change แตกต่างกัน
2. ต้องศึกษาความต้องการของแต่ละคนเกี่ยวกับ Change
3. Change กับ Loss ไปด้วยกัน ศึกษาให้ดีว่าจะต้องจัดการกับ loss อย่างไร
4. การคาดหวัง Expectation ต้องบริหารให้ดี
5. ต้องบริหาร Fear หรือความกลัวให้ได้
มีการคาดหวังในการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
Rules of Leadership (Nelson Mandela)
คุณสมบัติของผู้นำตามแนวทางของ Mandela
1.กล้าหาญ
2. ต้องรุกได้ แต่ต้องตั้งรับ และไม่ประมาท
3. การนำอยู่ข้างหลัง จะต้องแน่ใจว่า คนที่เรายกย่องให้มีบทบาทอยู่ข้างหน้า ต้องให้เขามีความรู้สึกว่า เขาได้นำอย่างน่าภูมิใจ และสมศักดิ์ศรี
4. ถ้าจะจัดการบริหารศัตรู ต้องรู้จักศัตรูให้ดี
5. การจะอยู่อย่างผู้นำควรใกล้ชิดกับเพื่อน แต่กับคู่แข่ง หรือคนที่เราไม่ชอบ ต้องใกล้ชิดมากกว่า
6. มีภาพลักษณ์ที่ดี ต้องปรากฏตัวตามที่ต่าง ๆ อย่างมีเกียรติและสง่างามเสมอ
7. ไม่เน้น ถูกหรือผิด แบบ 100% หรือ ขาวหรือดำ 100% มีการประนีประนอมที่เหมาะสม แต่รักษาหลักการไว้ และหาทางตกลงกันได้แบบ Win - Win
8. รู้ว่าจังหวะไหน จะ "พอ" หรือ จะ "ถอย"
เพื่อที่จะเอาชนะอุปสรรคไปสู่ความสำเร็จลองศึกษา ตัวอย่างเรื่องภาวะผู้นำ ของ Peter Drucker & Dr.Chira Hongladarom
1. Crisis management การจัดการภาวะวิกฤต
2. Anticipate change การมีส่วนร่วมในความเปลี่ยนแปลง
3. Motivate others to be excellent การกระตุ้นผู้คนสู่ความยอดเยี่ยม
4. Conflict resolution การแก้ไขความขัดแย้ง
5. Explore opportunities การสร้างโอกาสแก่ผู้อื่น
6. Rhythm & Speed รู้จักใช้จังหวะและความรวดเร็ว
7. Edge ( Decisiveness ) กล้าตัดสินใจ
8. Teamwork ทำงานเป็นทีม
9. Managing uncertainty การบริหารความไม่แน่นอน
อ.พิชญ์ภูรี : ผู้นำที่พูดถึง ผู้นำตามผู้บังคับบัญชา และผู้นำตามธรรมชาติ มีทฤษฎี คือ ทฤษฎี 2 R's และต้องมีเครือข่ายร่วมกัน
ภาวะผู้นำของ Peter Drucker
1. Ask what needs to be done ถามตัวเองว่าเราต้องทำอะไรให้สำเร็จ
2. Ask what’s right for enterprise ถามว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องที่ต้องลงมือทำ
3. Develop action plans พัฒนาแผนปฏิบัติการ
4. Take responsibility for decision รับผิดชอบต่อการตัดสินใจ
5. Take responsibility for communicating รับผิดชอบต่อการสื่อสาร
6. Focus on opportunities not problems มุ่งที่โอกาสไม่ใช่ปัญหา
7. Run productive meetings จัดให้มีการประชุมที่สร้างให้เกิดผลผลิต
8. Think and say We not I คิดและพูดด้วยคำว่า “เรา” ไม่ใช่ “ฉัน”