ขั้นตอนการนำไปใช้ประโยชน์ (อนุสิทธิบัตร/สิทธิบัตร)

สิทธิบัตร (Patent)หมายถึง หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ (Invention) หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) ที่มีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนด เป็นสิทธิพิเศษ ที่ให้ผู้ประดิษฐ์คิดค้นหรือผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ มีสิทธิที่จะผลิตสินค้า จำหน่ายสินค้าแต่เพียงผู้เดียว ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง การประดิษฐ์ (Invention) หมายถึง ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับ ลักษณะองค์ประกอบ โครงสร้างหรือกลไกของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งกรรมวิธีในการผลิตการรักษา หรือปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น หรือทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ขึ้นใหม่ ที่แตกต่างไปจากเดิม เช่น กลไกของเครื่องยนต์ ,ยารักษาโรค, ,วิธีการในการเก็บรักษาพืชผักผลไม้ไม่ให้เน่าเสียเร็วเกินไป เป็นต้น
อนุสิทธิบัตร (Petty Patent)คือ หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์จะมีลักษณะคล้ายกันกับการประดิษฐ์ แต่เป็นความคิดสร้างสรรค์ที่มีระดับการพัฒนาเทคโนโลยีไม่สูงมาก หรือเป็นการประดิษฐ์คิดค้นเพียงเล็กน้อย และมีประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น การขอรับความคุ้มครอง

เว็บไซท์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา http://www.ipthailand.go.th/

1. เริ่มต้นตรวจสอบก่อนว่านักวิจัยจะจดสิทธิบัตร หรืออนุสิทธิบัตร หัวข้อนั้นๆ มีใครทำมาแล้วบ้าง ที่

ค้นหาสิทธิบัตร และอนุสิทธิบัตร http://203.209.117.243/DIP2013/simplesearch.php

2. หากยังไม่มีใครทำในหัวข้อนั้น ก็ยังไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครทำ (ดังนั้นคิดอะไรได้ต้องรีบจดก่อน เพื่อรักษาสิทธิ์) นักวิจัยต้องไปตรวจสอบที่หน้าคำโฆษณา เพราะอาจมีคำขอสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรที่ยังไม่ได้รับอนุมัติ (อยู่ระหว่างการพิจารณา)

3. ถ้าไม่มีจริงๆ สามารถกรอกแบบฟอร์ม "แบบสป/สผ/อสป/001-ก" มี 2 หน้า ระวังอย่าใช้คำที่คล้ายๆ กับสิทธิบัตร และอนุสิทธิบัตรที่เคยได้รับไปแล้ว เพราะเจ้าหน้าที่จะเหมารวมว่านักวิจัยทำซ้ำกับที่เคยได้รับไปแล้ว และอาจจะตีตกไปเลย หรือให้ทำเรื่องชี้แจง (ยุ่งมากๆ ใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี)

"แบบสป/สผ/อสป/001-ก" หน้าแรก เป็นชื่อ..... ชื่อนักประดิษฐ์...... ที่อยู่............ ฯลฯ

"แบบสป/สผ/อสป/001-ก" หน้าสอง สำคัญตรงข้อ 15. และ ข้อ 16. ต้องมั่นใจว่าไม่ซ้ำซ้อนกับคนอื่นที่เคยยื่นจดมาก่อน

15. ข้าพเจ้าขอรับรองว่า

การประดิษฐ์นี้ไม่เคยยื่นขอรับสิทธิบัตร/ อนุสิทธิบัตรมาก่อน

 การประดิษฐ์นี้ได้พัฒนาปรับปรุงมาจาก………………………………………………….…..……………………………………

16. ลายมือชื่อ (  ผู้ขอรับสิทธิบัตร / อนุสิทธิบัตร; ตัวแทน )

.......................................................................

(......................................................................)

4. รายละเอียดการประดิษฐ์ (สำคัญมาก) ประกอบด้วย (อย่าลืมต้องมีเลขบันทัดด้านหน้า 5, 10, 15, 20 ….)

- ชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ์ (ชื่อต้องตรงกับข้อ 3.)

- สาขาวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์ (อธิบาย เช่น สาขาวิทยาการสิ่งทอ สาขาวิทยาการชีวเคมี เป็นต้น)

- ภูมิหลังของศิลปะหรือวิทยาการที่เกี่ยวข้อง (อธิบายโดยไม่ต้องมีรูปภาพ อธิบายให้ทราบความเป็นมาเป็นไปของวิทยาการที่เกี่ยวกับการประดิษฐ์ สั้นๆ ไม่ต้องอธิบายมาก)

- ลักษณะและความมุ่งหมายของการประดิษฐ์ (อธิบายลักษณะของกรรมวิธีการผลิต... และความมุ่งหมายของกรรมวิธีการผลิต... สั้นๆ)

- การเปิดเผยการประดิษฐ์โดยสมบูรณ์ (อธิบายขั้นตอนอย่างละเอียด แต่ไม่ต้องบอกยี่ห้อเครื่องมือ อุปกรณ์ บอกเฉพาะชื่อทั่วไปของเครื่องมือ อุปกรณ์ ต้องบอกถึงขั้นว่า กี่กรัม สารอะไรผสมอย่างไร ถ้าจะให้ดีควรเขียนไดอะแกรมก่อน (แต่ไม่ต้องใส่ลงไป) เพื่อจะได้ลำดับขั้นตอนให้ถูกต้องชัดเจน)

- วิธีการในการประดิษฐ์ที่ดีที่สุด (มักจะเขียนว่า "เหมือนกับที่บรรยายในหัวข้อการเปิดเผยการประดิษฐ์โดยสมบูรณ์" หรือถ้ามี 3 วิธี วิธีไหนดีที่สุดเขียนที่นี่)

5. ข้อถือสิทธิ (สำคัญมาก) ประกอบด้วย (อย่าลืมต้องมีเลขบันทัดด้านหน้า 5, 10, 15, 20 ….)

แบ่งเป็นข้อๆ จะถือสิทธิอะไรบ้าง เพื่อมิให้คนอื่นมาลอกเลียนแบบ (เขียนสั้นๆ ประมาณ 1 หน้า)

6. บทสรุปการประดิษฐ์ ประกอบด้วย (อย่าลืมต้องมีเลขบันทัดด้านหน้า 5, 10, 15, 20 ….)

เป็นการอธิบายแบบสั้นๆ คล้ายๆ การเขียน Abstract ไม่เกิน 10 บันทัด เขียนเกี่ยวกับใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ได้อะไร ฯลฯ