สรุปการบรรยายโดยทีมงานวิชาการ Chira Academy

หลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับการปรับใช้กับการทำงานของคณะแพทยศาสตร์ มอ.

โดยดร.สุเมธ ตันติเวชกุล

เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา

วันที่ 26 ธันวาคม 2557

ในปี 2512 มีการก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ประเทศรอบไทยเริ่มเป็นคอมมิวนิสต์หมด เหลือที่รอดเป็นคอมมิวนิสต์คือไทยที่ไม่ยอมตามใครทั้งสิ้นในตอนนั้นเป็นเลขาคณะกรรมการพัฒนาสภาความมั่นคงกองทัพภาค 1-4

จบการศึกษาคือไปเวียดนามและลาว

ตอนนั้นเป็นโรงเรียน High School ของฝรั่งเศส อยู่ท่ามกลางกองโจร ระหว่างเหนือกับใต้และกลับมาประเทศไทย ไปอยู่กองวางแผนสงคราม

กระสุนทุกนัดนำประเทศไปสู่ความพ่ายแพ้ อย่างสงคราม ลาว กัมพูชา จะทำอย่างไรถึงไม่ให้อยู่ภายใต้สงคราม

การต่อสู้อย่าดูระหว่างคนไม่มีกับมี

ระหว่างสงคราม โลกครั้งที่ 2 ใครอยู่ในพื้นที่ไหนก็เป็นคนพื้นที่นั้น แม้เป็นพี่น้องกัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ เมื่อเสด็จลงมาทรงงาน

ประโยคที่สะท้อนให้เห็นปัญหาคือ ที่พระเจ้าอยู่หัวฯ ยังเหนื่อยเพราะคนไทยยังมีคนยากจนอยู่มากคนส่วนมากยังไม่มีเสถียรภาพ เมื่อไม่มีเสถียรภาพก็ไม่พอมีพอกิน แล้วจะมีประชาธิปไตยได้อย่างไร แล้ว พระองค์ท่านจะหยุดได้อย่างไร

พระองค์ท่านยังพูดอีกว่า ถ้าเขาเป็นคนยากจน เมื่อเขาไม่มี ใครมายื่นอะไรก็ต้องได้รับก่อน

หลักการทรงงานต้องสอดคล้องกับภูมิประเทศ เรียกว่าเป็นภูมิสังคมพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงบอกว่าถ้ารู้ซึ้งให้เอาทุกอย่างที่กินได้ปลูกในไร่ 10 ไร่ก่อน เพราะเมื่อเกิดวิกฤต จะได้มีกินมีใช้ตลอดทั้งปี เมื่อเหลือกินเหลือใช้จึงขาย

ให้ศึกษาเป้าหมายชีวิตคืออะไร

สิ่งที่ ดร.สุเมธได้รับคือ

ให้รู้จักธรรมชาติ ทำอย่างไรให้อยู่คู่กับธรรมชาติให้ได้

ตัวอย่าง หมู่บ้านที่มีป่าชายเลนอยู่ข้างหน้ารอดสึนามิ แต่ที่ป่าชายเลนโดนทำลายแล้วไม่รอดหมดเลย ให้รักสิ่งแวดล้อม

ปัญหาทุกอย่างคือหลักตรรกะ ไม่ต้องใช้วิชาในการบริหารแต่เป็นหลักเหตุผล

ดร.สุเมธ ถวายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มา 36 ปีเมื่อไปที่ไหนจะตั้งข้อสังเกตอยู่ประการหนึ่ง คือ ทุกคนชอบเห็นพระเจ้าอยู่หัว แต่ไม่ได้มองพระเจ้าอยู่หัวฯ ชอบได้ยินพระเจ้าอยู่หัวฯ แต่ไม่ฟังพระเจ้าอยู่หัวฯพระองค์ท่านมีอารมณ์ขัน แทรกในการสอนโดยไม่รู้ตัว

พระเจ้าอยู่หัวทรงเล่นเรือใบที่พระองค์ท่านทรงทำเอง เนื่องจากสมเด็จพระศรีนครินทรา ไม่เคยให้อะไร เมื่ออยากได้อะไรต้องทำเอง

ความดี ความเลวไม่มีติดตัวมาแต่ชาติกำเนิด แต่สามารถฝึกได้

ในแง่ Education คือ พระองค์ท่านจะทราบลักษณะของเรือ และเวลาเจอคลื่นจะเป็นอย่างไร

พระองค์ท่านชอบเรือใบเพราะอะไร

พระองค์ท่านสอนว่า เรือใบแล่นได้เพราะอะไร แล่นได้เพราะลม คือไม่เห็นแต่รู้สึก บางสิ่งบางอย่างไม่เห็นแต่สัมผัสได้ ดังนั้นนักแล่นเรือใบต้องสัมผัสได้

ลำแสงทะเลาะก้อนเมฆมา เกิดความร้อนแล้ววิ่งเข้าสู่เรือใบ การแล่นเรือใบจะทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศการเล่นทะเล เล่นที่ไหน ฝั่งอันดามัน หรืออ่าวไทยพระองค์ท่านทรงเป็นผู้รู้รู้คลื่นเพราะทรงเรือใบ รู้ลักษณะคลื่น และ Design ท้องเรือตามลักษณะคลื่น

พระองค์ท่านอ่านธรรมะออก ธรรมะคือธรรมชาติ พระองค์ท่านทรงเน้นเรื่องธรรมะ ต้องบรรลุให้ได้

"...ขณะนี้ยังมีบุคคลอีกเป็นจำนวนมากที่มีความตั้งใจจริงมีศรัทธาขวนขวายหาความรู้เป็นวิชาชีพใส่ตน แต่ประสบปัญหาไม่มีความรู้พื้นฐาน และไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาวิชาชีพระดับต่างๆ ได้หากมีช่องทางช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ให้มีความรู้วิชาชีพที่เขาปรารถนาย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติได้..."

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระราชทานแก่ดาบสอาสารุ่นแรก พ.ศ. 2518

"...การใช้หลักวิชาและความริเริ่มสร้างงานที่อาจดูไม่ใหญ่โตนัก แต่มีประสิทธิภาพสูงและอำนวยประโยชน์โดยตรงได้มาก โดยนำเอาทรัพยากรธรรมชาติ ความรู้ ความสามารถ ตลอดจนแรงงานของคนส่วนใหญ่ให้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย และให้เกิดการเสียหาย หรือความสูญเปล่าน้อยที่สุด การสร้างความเจริญในลักษณะนี้ จะช่วยสร้างเสริมความเจริญของกิจการส่วนรวมได้แน่นอน"

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า

วิทยาเขตเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วันที่ 18 ตุลาคม 2520

"...ในเมืองไทยนี้ก็ได้สร้างหลายๆ อย่าง ตั้งแต่เครื่องจักรกลสำหรับการเกษตร และสิ่งอื่นๆ ในทางเทคโนโลยีขั้นสูงก็มากหลาย ฉะนั้นถ้าให้กำลังใจเขา เมืองไทยก็จะสามารถพัฒนาขึ้นมาโดยใช้กำลังการวิจัยของเราเอง และส่วนมากก็ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างมาก ต่อไปก็อาจเป็นชื่อเสียงและเป็นรายได้ของประเทศก็ได้..."

พระราชดำรัสในโอกาสคณะกรรมการบริหารสภาวิจัยแห่งชาติทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลผลงานคิดค้น หรือสิ่งประดิษฐ์ ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ

รางวัลที่ 1 (กังหันน้ำชัยพัฒนา) วันที่ 14 กันยายน 2536

พระองค์ท่านให้ความสำคัญกับการทำวิจัยเพื่อสร้างประโยชน์ มหาวิทยาลัยก็ต้องการคน ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยต้องเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการวิจัย เพราะที่ผ่านมา ข้าวมีปัญหา ยางก็มีปัญหา

ปัจจุบันถึงยุค Innovation ที่เราต้อง Innovate ทำอย่างไรถึงจะขายข้าวให้ได้ เมื่อคำนวณเสร็จแล้วเพิ่มมูลค่าข้าวถึง 1,000 เท่า

หลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 20 ข้อ

ข้อที่ 1 ทำงานอย่างผู้รู้จริงอย่างเป็นระบบ

พระองค์ท่านทรงทำอย่างผู้รู้จริง อย่างเช่นรู้รักสามัคคี พระองค์ท่านต้องรู้หมดก่อน

ข้อที่ 2 อดทน มุ่งมั่น ยึดธรรมะ ความถูกต้อง

ธรรมะ แปลว่าอะไรคือความดี ความถูกต้องและความดีบางอย่างไม่ใช่ความถูกต้อง

ข้อที่ 3 อ่อนน้อม ถ่อมตน

พระองค์ท่านทรงเข้าถึงประชาชน พระองค์แสดงให้ดู ทรงโน้มพระวรกายไปหาประชาชน

ข้อที่ 4 ซื่อสัตย์ สุจริต กตัญญู

เมืองไทยกำลังเข้าไปสู่ยุคตัวกู ของกู คือไม่สนใจใคร ไม่สนใจคนอื่นไม่สนใจข้างนอก ชีวิตอยู่ในจอ สังคมเริ่มปิด สังคมอยากรวยลัด เริ่มมีศัพท์แปลก ๆ เช่นrichsufficiencyคือรวยด้วยพอเพียง ต้องสวยภายนอกต้องเอาตัวให้รอดก่อนคือ (Help yourself) ใครทำอะไรที่ไหน ถ่ายได้ทันที

สื่อแรงยิ่งกว่า Advertising สมัยก่อนเป็นการทำอะไรที่ไหนแล้วโลกต้องทำตาม สากลทำแบบไหนเราต้องทำตาม เช่นสังคมมีประชาธิปไตยแบบนี้เราทำแบบนี้อย่านึกว่าประชาธิปไตยของแต่ละประเทศจะต้องเหมือนกัน อย่างคาร์โบไฮเดรตยังไม่เหมือนกัน เช่นฝรั่งทานขนมปัง ไทยทานข้าว จีนทานก๋วยเตี๋ยวเป็นต้น

ข้อที่ 5 ตั้งใจจริงและขยันหมั่นเพียร

พระองค์ท่านทรงทำงานอย่างตั้งใจ ไม่เสร็จไม่เลิก

ข้อที่ 6 รับฟังความเห็นของผู้อื่น เคารพความคิดที่แตกต่าง

มาทำงานกับพระองค์ท่านไม่มีอะไรให้ นอกจากความสุขและประโยชน์ร่วมกันที่มีต่อผู้อื่น

ข้อที่ 7 มุ่งประโยชน์คนส่วนใหญ่เป็นหลัก

ข้อที่ 8 เน้นความต้องการของประชาชน ระเบิดจากข้างใน

ข้อที่ 9 ช่วยตัวเอง

ข้อที่ 10 มีส่วนร่วมกับสังคม ประชาพิจารณ์

รัฐบาลยังทำไม่เป็น เพราะทำแบบไมโคร ต้องเริ่มที่ชุมชนไม่ใช่ในห้องประชุม

ข้อที่ 11 การทำตามลำดับขั้น แก้ปัญหาที่จุดเล็ก

ข้อที่ 12 บริการจุดเดียว

มาแล้วไม่ต้องไปที่ไหน

ข้อที่ 13 เน้นธรรมชาติและภูมิสังคม

ต้องบริหารให้พอเพียงและพอดี นั่นคือประเด็น

ข้อที่ 14 ยึดหลัก รู้ รัก สามัคคี

ต้องกระตุ้นทางที่จะแก้ เก่งคนเดียวไปไม่รอด ต้องรวมกันเป็นเครือข่าย พัฒนา

ข้อที่ 15 เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา

เราเข้าใจเราแล้ว แล้วเขาเข้าใจเราไหม ต้องสร้างให้ต่างฝ่ายต่างเข้าใจซึ่งกันและกัน

เข้าถึง เรามาเยี่ยมเขาดีแล้ว แต่เวลาเขามีปัญหาเขาเข้าถึงเราหรือไม่

เมื่อเข้าใจ และเข้าถึง การพัฒนาก็จะเกิด การพัฒนาจะยั่งยืนต้องเข้าใจ เข้าถึง

ข้อที่ 16 ไม่ติดตำรา ทำให้ง่าย Simplicity

ข้อที่ 17 ทำงานแบบองค์รวม

ข้อที่ 18 ขาดทุน คือกำไร

ข้อที่ 19 ประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด

ข้อที่ 20 เศรษฐกิจพอเพียง

สรุป วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นมา อาทิ วิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งปี 2540 เกิดภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่คือราคาสินทรัพย์สูงเกินราคาเป็นจริง อย่างให้สังเกตว่าในปี 2538 เศรษฐกิจโต 11 % มากจนผิดปกติ แล้วแตกในปี 2540 ซึ่งเสมือนเป็นการส่งสัญญาณที่ถูกต้องต้องใช้คนเป็นศูนย์กลางพัฒนา ดังนั้นการรวยต้องพอดี การรวยเกินไปก็ทุกข์

ความรวยถ้าบริหารไม่เป็นก็สร้างความทุกข์ให้กับคุณเช่นกัน อย่างเช่นเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง เงินล้นระบบแบงค์ พยายามยัดเยียดให้คนกู้ อย่างเช่น บ้านที่อเมริกา กู้บ้าน ใช้เงินเกินตัวเกิด (Subprime)

อย่างยุโรปก็มีกรณีใช้เงินเกินตัว ก็ล้มเช่นกัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสอนทรงสอน เศรษฐกิจพอเพียง ให้เดินตามทางสายกลาง

1. Self Assessment ให้รู้จักขนาดของตนเอง รู้จักการประเมินตนเองก่อน

2. ใช้เหตุผลเป็นเครื่องนำทาง ไม่เช่นนั้น กิเลส ตัณหาจะนำทาง

3. สร้างภูมิคุ้มกันด้วย ให้มีการประกันด้วย เพราะเราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ เช่นซื้อประกัน ซื้อพันธบัตร อย่าประมาท ต้องทันเหตุการณ์ ไม่อยู่แต่ในถ้ำอย่างเรื่องขายข้าว อย่าขายแต่ข้าวเท่านั้นแต่ให้ดูตลาดด้วยว่าต้องการอะไร

ทศวรรษหน้าจะมีสงครามแย่งน้ำกัน คนทั่วโลกต้องการอาหาร

สรุป นอกจากมือที่ทำงาน ร่างกายที่ทำงานแล้ว ขอให้มีจิตติดอยู่กับงานด้วย งานไหนจะมีจิตใจ ความรู้สึก ให้จิตตามไปด้วย ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน และรู้จักให้คนอื่นด้วย ให้มีการให้ โดยไม่สนใจผลตอบแทน

ให้ของเล็กเพื่อประโยชน์ที่ใหญ่กว่า ทำเพื่อชุมชน และประเทศชาติ ประโยชน์เล็ก ๆ เพื่อของที่ใหญ่และเพื่อส่วนรวม