อ่านทั้ง ๒ เรื่องครับ ทั้งทุ่งหน้าน้ำกับทุ่งหน้าแล้ง เห็นบรรยากาศครับ ผมอยู่ทางใต้ทุ่งแถวบ้านผมรกร้างเต็มไปด้วย"กก"และ"ปรือ" พื้นที่ทำนาหายหมดครับ มีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมเองทำนาทุกปีครับ ลงมือไถเอง หว่านกล้าเอง แต่การดำนาต้องจ้างครับ ไม่งั้นก็ทำนาหว่านไปเลย การทำนาหว่านแถบบ้านผมเป็นเรื่องแลกสำหรับชาวนาที่นี่ครับ ที่จริงการทำนาหว่านสามารถลดต้นทุนและเวลาได้เยอะ แต่คนที่นี่ไม่รับวัฒนธรรมการทำนาหว่านครับ เมื่อนร้างมากๆ พลอยทำให้คนที่ทำนาข้างเคียงพลอยร้างไปด้วยเพราะนาร้างข้างเคียงจะเป็นที่อาศัยของหนูและวัว ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการทำนา จะทำรั้วกันวัวก็ไม่ไหว หลายคนจึงเปลี่ยนจากนาข้าวเป็นสวนยางพารา หรือไม่ก็สวนปาล์ม ผมก็ตกอยู่ในสภาพนั้นครับ เพราะนาข้าวที่ติดกันไม่ทำนาเมื่อปี ๔๙ เขาขุดเป็นสวนยาง ผมยังทำนา ครั้นปี ๕๐ มา ต้นยางของเขาโตขึ้น หญ้าในสวนยางยาวและรก เป็นที่อยู่ของหนู อีก ๕ - ๑๐ ปี ร่มใบของยางพาราก็จะรบกวนต้นข้าว ผมเลยตัดสินใจขุดนาข้าวปลูกยางพารา ขณะบันทึกนี้ต้นยางผมพึ่งปลูกได้ยังไม่ครบเดือนเลยครับ แต่ผมก็ยังไม่หยุดทำนาครับ อย่างที่บอกเพราะว่านาร้างเยอะ ผมไปขอเช่านาร้างทำ ๒๐ ไร่ครับ ค่าเช่าไร่ละ ๒๕๐ บาทต่อปี และช่วยปราบนาร้างให้อีกทาง ส่วนนาของผมเจออุปสรรคที่ว่า คงจะต้องแปลงให้เป็นสวนยางให้หมด ปีนี้ทำได้ ๑ แปลง ๔ ไร่เศษ ปีหน้าจะต่ออีกแปลง ๔ ไร่เศษเช่นเดียวกันครับ