Learning Forum & Workshop

หัวข้อ ความสมดุลของชีวิต

โดย พล.อ.ต. นพ.บุญเลิศ จุลเกียรติ

1 สิงหาคม 2557

ทุกคนสามารถตั้งเป้าหมายความสำเร็จของชีวิตได้

ทุกคนเดินบนเส้นลวด ทุกอย่างมีความเสี่ยง เพราะฉะนั้นต้องมีความสมดุลระหว่างปัญญา และศรัทธา อีกด้านหนึ่งคือกุศลกรรม และก้าวแต่ละก้าวต้องมีสติ

ใครอยากมีชีวิตที่สมดุล ต้องมีปัจจัยดังนี้

  • 1.ความจริง
  • เราเกิดมาทำไม
  • ศาสนาคริสต์ อิสลาม เราเกิดมารับใช้พระเจ้า เกิดหนเดียวตายหนเดียว
  • ศาสนาพุทธ เราเกิดมารับใช้ธรรมชาติ หรือ วัฏสงสาร เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ให้ดีขึ้น ด้วยการละชั่วกระทำดี และรับรางวัลเป็นโลกีย์สุข
  • ชีวิตเกิดขึ้น เพื่อให้รู้จักตัวเอง
  • 2.ความดี
  • 3.ความงาน
  • ทั้ง 3 ข้อ ทำให้ชีวิตสมดุล
  • ทุกวันนี้ที่ทำให้โลกมีปัญหาเพราะมีโปรแกรมโง่ในสังคม
  • -คนเย่อหยิ่ง จองหอง อวดดี ก็เพราะโง่
  • -คนละโมบโลภมาก เห็นแก่เงิน ก็เพราะโง่
  • -คนที่ชอบเอาเปรียบผู้อื่น ก็เพราะโง่
  • -คนที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสม ผิดศีลธรรม ก็เพราะโง่
  • -คนที่คิดเชิงบวกไม่เป็น ก็เพราะไม่ฉลาด (โง่)
  • -ฯลฯ

การรู้ถึงความจริงชีวิต ต้องรู้ถึงระดับปัญญา

ทำไมรู้ว่าดี แต่บางทีไม่ทำ?ทำไมรู้ว่าไม่ดี แต่บางทียังดันทุรังทำ?

ตอบเพราะรู้ไม่จริง

พื้นฐานสำคัญของการเกิดปัญญา คือ สมาธิ-สติ

พื้นฐานสำคัญของสมาธิคือ ศีล-วินัย

แต่เด็กสมัยนี้ไม่ได้ถูกฝึกให้มีวินัย

พื้นฐานอยู่ในกรอบก็คือ เมื่อตั้งใจทำอะไรแล้วจะเกิดอาการปิ๊งแวบ

ทำไมต้องเน้นเรื่องปัญญา

  • -คนดีในโลกนี้มีเป็นจำนวนมากที่ยังจมกองทุกข์
  • -มนุษย์สั่งสมความรู้อย่างมากมาย แต่ปัญหายังท่วมโลก
  • -ทำไมเราจึงขาดปัญญา

โปรแกรมโง่ คืออะไร

โลกใบนี้ถูกสร้างขึ้นมาในระบบห่วงโซ่อาหารที่มีความหลากหลายและสมดุล

ความสมดุลมีทั้งระดับจุลภาค คือทุกสิ่งจะมีอย่างน้อยสองฟากจัดสมดุลกันอยู่ในตัว

ความสมดุลระดับมหัพภาค คือสรรพสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาในโลกนี้จะในลักษณะของ Normal curve (กราฟรูประฆังคว่ำ)

โลกใบนี้ถูกสร้างขึ้นมาในระบบห่วงโซ่อาหารที่มีความหลากหลายและสมดุล

“โปรแกรมโง่” เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อถ่วงสมดุลกับ “โปรแกรมฉลาด”

โปรแกรมโง่มีลูกชายคนโตชื่อ “บริโภคนิยม”

บริโภคนิยมทำให้เราทุจริตคอรัปชั่น ค้ายาเสพติด และค้าอาวุธสงคราม ฯลฯ

ถ้ามนุษย์ฉลาดสุดๆ จะตระหนักว่า

  • -การเกิดเป็นทุกข์
  • -การแก่เป็นทุกข์
  • -การเจ็บป่วยเป็นทุกข์
  • -การตาย การพลัดพราก เป็นทุกข์

สรุปได้ว่า

  • -ขณะนี้โลกเรากำลังอยู่ในยุคแห่ง “สังคมแห่งข้อมูลข่าวสาร”
  • Information base society
  • -ทุกประเทศพยายามก้าวไปสู่ “สังคมแห่งความรู้” Knowledge base society
  • -แต่กลับมองข้ามสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้มนุษยชาติอยู่รอดร่วมกันได้อย่างมีความสุข นั่นก็คือ “สังคมแห่งปัญญา Wisdom base society
  • -เศรษฐกิจพอเพียง เป็นสิ่งที่ดีมาก แต่ถูกบิดเบือนความเชื่อ
  • วันนี้มาผสมผสานระหว่าง
  • -วิทยาศาสตร์
  • -แพทย์ศาสตร์
  • -ศาสนศาสตร์
  • ในโลกนี้คนนับถือศาสนา
  • -คริสต์ 31.1%
  • -อิสลาม 22.9%
  • -ไม่มีศาสนา 16%
  • -ฮินดู 13% มีการบวงสรวงเทพเจ้า
  • เอกเทวนิยม 54.19%
  • พหุเทวนิยม 13%
  • พุทธ 7% ละชั่ว ทำดี จิตเบิกบานได้ด้วยปัญญา
  • ไตรลักษณ์ คือลักษณะสามประการของธรรมชาติ ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงพบว่ามีอยู่ในทุกสรรพสิ่ง อันได้แก่ความเป็น
  • -อนิจจัง (ความไม่เที่ยง)
  • -ทุกขัง (ความทนสภาพเดิมไม่ได้.....ทุ แปลว่า ยาก ขม (ขะมะ) แปลว่า ทน.........ทุ บวก ขะมะ รวมเป็น ทุกขัง แปลว่า ทนสภาพเดิมไม่ได้
  • -อนัตตา (ความมิได้มีตัวตนเป็นของตัวเองที่แท้จริง)
  • การปรุงแต่ง ย่อมมีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป

การติดยึดในความดี ทำให้เกิดความมุ่งมั่นในการทำความดี เรียกว่าฉันทะ

การยึดติดในความไม่ดี ทำให้เกิดกิเลส

ต้องรู้จักเลือกการติดยึด ต้องมีการปล่อยวาง และต้องมีการเท่าทันอารมณ์ของเราเอง

ปัญญาแห่งการเข้าถึงไตรลักษณ์มี 2 ระดับ

  • -ระดับปุถุชน คือ การรู้ชัด ต้องมีการฟัง อ่าน และมีการไตร่ตรอง
  • การเกิด และการตาย หากเป็นไปธรรมชาติก็ถือว่างดงาม
  • -ระดับอริยบุคคล คือ การรู้แจ้ง ต้องมีการปฏิบัติ กรรมฐาน
  • การดับทุกข์ มี 2 ระดับ
  • ระดับปุถุชน คือ “การอยู่กับตัณหาและกิเลสอย่างรู้เท่าทัน”
  • ระดับอริยบุคคล คือ “การถอนรากตัณหาและถอนโคนกิเลสอย่างหมดจด”

สาเหตุของความทุกข์ คือ ความยึดติดในความเป็นตัวกูของกู

ความทุกข์ในการสูญเสียลูกเป็นความทุกข์สูงสุดห้าอันดับแรกของมนุษย์ เพราะฉะนั้นต้องใช้ปัญญาในการดับทุกข์

  • 1.รักใครอย่าทำให้เสียใจ
  • 2.รักด้วยเหตุผล
  • 3.เวลากอดลูก อย่ายึดติดกับความไม่เที่ยง

คำถาม: ประเด็นคือ ทำอย่างไรไม่ให้ทุกข์สำคัญกว่า

ปัญญาของมนุษย์เกิดได้ 3 ระดับ

  • 1.สุตมยปัญญา
  • 2.จินตามยปัญญา
  • 3.ภาวนามยปัญญา

ในสมัยพุทธกาล เคยมีผู้ทูลถามองค์พระบรมศาสดา เกี่ยวกับกำเนิดของโลกและจักรวาล และที่มาของมนุษย์

พระบรมศาสดาจึงทรงตอบโดยการเปรียบเทียบปริมาณใบไม้ในอุ้งพระหัตถ์กับสิ่งที่มนุษย์ควรเรียนรู้เพื่อการ ดับทุกข์ นั่นคือการเข้าถึง “อริยสัจสี่”......................

เมื่อเทียบกับใบไม้ทั้งป่า คือสิ่งที่ถึงรู้ไปก็ไม่ยังประโยชน์ในการนำไปปฏิบัติเพื่อการดับทุกข์ นั่นก็คือ “อจินไตย

  • -พุทธวิสัย ความเป็นมาของพระพุทธเจ้า
  • -ฌานวิสัย ธรรมชาติของฌาน
  • -กรรมวิบาก การตอบสนองของกรรม
  • -โลกจินตา การกำเนิดโลกและชีวิต

อริยสัจ 4

  • 1.ทุกข์
  • 2.สมุทัย การเกิดตัณหาและกิเลส
  • 3.นิโรธ การดับแห่งทุกข์จะเกิดขึ้นได้ด้วยการรู้แจ้งในความอนิจจัง
  • 4.มรรค มรรคมีองค์แปด ย่อแล้ว คือ ละชั่ว ทำดี และทำจิตใจให้บริสุทธิ์ด้วยปัญญา

เราต้องดำรงเผ่าพันธุ์ให้ดีขึ้นด้วยสติ ปัญญา ศรัทธา กุศลกรรม และสายกลาง เราจะได้ความสุขมากกว่าความทุกข์เป็นรางวัลแน่นอน

เรื่องกฎแห่งกรรม : กฎแห่งกรรมมีจริง

  • -ทำดี ความดีเกิด
  • -ความชั่ว ความชั่วเกิด แต่ผลดีหรือผลชั่ว จะเกิดขึ้นเมื่อไร ขึ้นกับเหตุและปัจจัย
  • การที่คนบางคนหรือหลายคนยังไม่ค่อยมั่นใจในกฎแห่งกรรมมากนัก เพราะการตอบสนองของกรรมนั้นซับซ้อนมากจนเกินกำลังสติปัญญาปุถุชนจะถอดรหัสได้

นิยาม 5 กฎ 5 ข้อที่ควบคุมความเป็นไปได้ในโลกนี้

  • -อุตุนิยามกฎทางเคมี และฟิสิกส์
  • -พีชนิยาม กฎทางชีววิทยา
  • -จิตตนิยามกฎการทำงานของจิต
  • -กรรมนิยาม กฎแห่งกรรม
  • -ธรรมนิยาม กฎความสัมพันธ์ของทุก ๆ กฎ
  • ทำดี ไม่ได้ดี?? เพราะ
  • -ทำดีไม่พอ
  • -ทำดีไม่ถูกกาลเทศะ
  • -ทำดีแต่ไม่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง
  • คำถาม: เรื่องการทำบุญ เป็นกุศลโลบายให้พระพุทธศาสนาอยู่รอดใช่หรือไม่
  • ตอบ: ทำบุญ เป็นจิตบริสุทธิ์ที่อยากทำบุญ หากเราทำด้วยใจที่บริสุทธิ์เราก็ไม่ทุกข์
  • ชีวิตนี้เพื่อใคร
  • 1.เพื่อการรู้จักตัวเอง
  • 2.เพื่อการพัฒนาตัวเอง
  • 3.เพื่อการแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี
  • 4.เพื่อการเสพสุขอย่างรู้เท่าทัน
  • 5.เพื่อโอกาสที่จะได้แบ่งปันความโชคดีให้ผู้อื่นที่ด้อยโอกาสกว่า

ต้องดำเนินชีวิตด้วย

-สติ

-ปัญญา

-ศรัทธา

-กุศลกรรม

-สายกลาง