บัญชีรายชื่อผู้เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประจำปีการศึกษา 2556

ชื่อหน่วยงาน คณะวิศวกรรมศาสตร์

ประเด็นความรู้ : ด้านงานวิจัย

หัวข้อประเด็นการความรู้: “การตั้งโจทย์งานวิจัย เพื่อพัฒนาชุมชนและอุตสาหกรรม”

วันเดือนปีที่ดำเนินการ: วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 (KM ครั้งที่ 2)

องค์ความรู้ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนรู้

ชื่อ-นามสกุล ภาควิชา องค์ความรู้ที่ได้
อ.ธนสิน บุญนาม วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ - มีเพื่อนเป็นผู้ประกอบการ ให้โจทย์มาแก้ไข โดยจะสอบถามว่าทำได้หรือไม่ได้ - ทุนส่วนใหญ่ได้จากผู้ประกอบการ
อ.พฤกษา สวาทสุข วิศวกรรมเกษตร - งานวิจัยมาจากการขอคำปรึกษา ด้านวิชาการ จากผู้ประกอบการ - จากนักศึกษาสหกิจศึกษา ไปนิเทศให้โจทย์มา
ดร.บิณฑ์สันต์ ขวัญข้าว วิศวกรรมสิ่งทอ - จากการอ่านหนังสือ วารสาร งานวิจัย มาต่อยอด - ปรึกษาเพื่อนๆ ในสาขาที่เกี่ยวข้อง - สังเกตจากชุมชน ของเหลือใช้ นำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง

- . ต้องหาหัวข้อจากผู้นำชุมชน หัวหน้าชุมชน พัฒนากรอำเภอ อบต. อบจ. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น หรือหาหัวข้อจากของเหลือ ของเสีย ในชุมชนนั้น

- หาข้อมูลจากนักศึกษา/เจ้าหน้าที่/อาจารย์ที่มีภูมิลำเนาในท้องถิ่นนั้นๆ เป็นผู้พาไปหาผู้นำ

ผศ.สุนี หทัยวสีวงศ์ วิศวกรรมสิ่งทอ - เข้าไปเป็นที่ปรึกษา บริษัทฯ เชิญให้ไปแก้ไขปัญหา อยากได้นักศึกษา ส่งนักศึกษาไปฝึกงาน นำกลับมาเล่าให้นักศึกษาคนอื่นๆ ฟัง - หัวหน้าโครงการวิจัย และนักวิจัยจะต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญ หรือมีผลงาน หรือสำเร็จการศึกษาในงานด้านนั้นมาก่อน
ดร. ณัฐชา เพ็ชรยิ้ม วิศวกรรมเคมีและวัสดุ - ได้ทุนร่วมกับ สวทช. และภาคอุตสาหกรรม - สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) http://www.trf.or.th สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) http://www.thaihealth.or.th สำนักงานคณะกรรมการวิจัย แห่งชาติ (วช.) http://www.nrct.go.th สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) http://www.nstda.or.th - ปัญหาจากโรงงานอุตสาหกรรม
ดร.วินัย จันทร์เพ็ง วิศวกรรมเครื่องกล - ดูที่ความสามารถ ว่าตนเองถนัดอะไร - ดูที่หน่วยงานที่ให้ทุนวิจัย ตรงประเด็น เราจะทำหัวข้อตามที่เค้าต้องการ เช่น สนใจรถไฟ แต่ วช. ไม่เน้น หัวข้อก็ถูกตีตกไป - ต้องศึกษาว่าหน่วยงานมีแบบฟอร์มให้กรอกข้อมูลอย่างไร ต้องทำให้ถูกต้องตามนั้น มิฉะนั้นอาจจะไม่ได้รับการพิจารณา
อ.ศุภเอก ประมูลมาก วิศวกรรมอุตสาหการ - เดินทางไปเที่ยวงานต่างๆ OTOP ตามกระบวนการผลิต เสนอเค้าไป สร้างอุปกรณ์ดีหรือไม่? ส่วนใหญ่จะบอกว่าดี ทุนต้องไปขอกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ วช. ซึ่งขอได้ทุกปี เพราะมีเจ้าภาพ หรือชุมชนต้องการจริงๆ - ไม่ควรใช้ความคิดของตัวเอง เพื่อไปชี้นำชุมชน แต่ควรเป็นผู้ที่ยอมรับฟังความคิดเห็น แล้วจึงหาแนวทาง หรือข้อมูลไปนำเสนอ (อย่าเพิ่งตัดสินใจแทน เพราะเราไม่ใช่คนในพื้นที่ ไม่รู้ปัญหา) และต้องมองปัญหารอบด้าน แบบ 360 องศา เสมอ
ผศ.ดร.อภิชาติ สนธิสมบัติ วิศวกรรมสิ่งทอ - หัวข้องานวิจัยได้จากคนในองค์กร เช่น THTI ต้องสืบจากบุคลากรในหน่วยงานนั้นว่าปีนี้จะเน้นการวิจัยเรื่องใด ใครเสนออะไรเข้ามา จะได้ไม่เสนอซ้ำ เป็นต้น - ติดต่ออย่างไม่เป็นทางการกับผู้ดูแลทุน ในการหาหัวข้อวิจัย โดยดูจากความต้องการของหน่วยงานในปีถัดไป (ต้องพยายามหาหัวข้อที่สนใจขององค์กรนั้นๆ เพื่อให้ได้รับการพิจารณาทุน) - หัวข้องานวิจัยได้จากบริษัท โครงการ iTAP สวทช. โดยเข้าไปดูจากงานจริง แล้วเขียนโครงการเสนอบริษัท และสวทช. เพื่ออนุมัติโครงการ (ส่วนใหญ่เป็นโครงการแก้ไขปัญหาการผลิตในโรงงานขนาด SME ถ้าเป็นขนาดใหญ่ทุนจดทะเบียนเกิน 200 ล้านบาทขึ้นไป จะไม่ได้รับการพิจารณา หรือถ้ามีต่างชาติถือหุ้นเกินกว่าที่ สวทช.กำหนดก็จะไม่ได้รับการพิจารณาทุน)

- หัวข้องานวิจัยได้จากเจ้าของบริษัทโดยตรง

- หัวข้องานวิจัยได้จากนักศึกษาที่หาที่ฝึกงานสหกิจ และค้นคว้าเอง

- หาหัวข้อจากแผนยุทธศาสตร์ของชาติ หรือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เช่น สถาบันอาหาร สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ สถาบันยานยนต์ สถาบันสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

สรุป

1. เทคนิคสำคัญคือต้องมีคนแนะนำในการเข้าพบเจ้าของโรงงาน หรือผู้ให้ทุนเอกชน

2. การหาทุนมาจากหลายแหล่ง เช่น จากหน่วยงาน จากนักศึกษาสหกิจที่พบปัญหา จากสื่อหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ ซึ่งเป็นสถานการณ์จริงๆ ในปัจจุบัน เช่น ปัญหาภัยแล้งจากการตัดไม้ทำลายป่า ทำไร่เลื่อนลอย ปัญหาน้ำมันรั่วจากเรืออับปาง ปัญหาไฟไหม้ป่า เป็นต้น

3. การหาหัวข้ออาจจะมาจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของชุมชน จากการขอคำปรึกษา ด้านวิชาการจากผู้ประกอบการ จากนักศึกษาสหกิจศึกษาไปนิเทศให้โจทย์มา ปรึกษาเพื่อนๆ ในสาขาที่เกี่ยวข้อง จากการอ่านหนังสือ วารสาร งานวิจัย มาต่อยอดหาหัวข้อจากแผนยุทธศาสตร์ของชาติ หรือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เช่น สถาบันอาหาร สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ สถาบันยานยนต์ สถาบันสิ่งแวดล้อม เป็นต้น จากหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงพลังงาน (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) http://www.trf.or.th สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) http://www.thaihealth.or.th สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) http://www.nrct.go.th สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) http://www.nstda.or.th) จากนักศึกษา/เจ้าหน้าที่/อาจารย์ที่มีภูมิลำเนาในท้องถิ่นนั้นๆ เป็นผู้พาไปหาผู้นำ เป็นต้น

4. หัวหน้าโครงการวิจัย และนักวิจัยจะต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญ หรือมีผลงาน หรือสำเร็จการศึกษาในงานด้านนั้นมาก่อน

5. ดูที่หน่วยงานที่ให้ทุนวิจัย ตรงประเด็น เราจะทำหัวข้อตามที่เค้าต้องการ เช่น สนใจรถไฟ แต่ วช. ไม่เน้น หัวข้อก็ถูกตีตกไป

6. ติดต่ออย่างไม่เป็นทางการกับผู้ดูแลทุน ในการหาหัวข้อวิจัย โดยดูจากความต้องการของหน่วยงานในปีถัดไป (ต้องพยายามหาหัวข้อที่สนใจขององค์กรนั้นๆ เพื่อให้ได้รับการพิจารณาทุน)

7. ที่ประชุมมอบให้ฝ่ายเลขานุการ ไปรวบรวมข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ มาทำเป็นบทสรุปรายงาน เพื่อนำขึ้นเว็บไซท์ของคณะฯ ต่อไป.

#############################################