Overview การเรียนวิชาภาวะผู้นำเพื่ออะไร

1. ภาวะผู้นำสำคัญอย่างไรตอนนี้ธุรกิจ SME เจ้งไปแล้วกว่า 80%เพราะว่าเจ้าของ บริหารวิกฤติไม่เป็น การที่เราเป็นผู้นำเราต้องรักษาธุรกิจให้ได้ วิกฤติในภูเก็ตเป็นวิกฤติที่เป็น Permanence Crisis คือเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขตลอดเวลา

วิกฤติเป็นเรื่องที่มาแล้วมาอีก อย่างเช่น ภัยธรรมชาติ ความร่ำรวยของคนภูเก็ตถือเป็นวิกฤติเพราะว่าเมื่อคนรวยก็ขยายพื้นที่มีรถติดมากขึ้น ไล่คนภูเก็ตไปอยู่ที่อื่นเพราะคนสิงคโปร์มาซื้อไว้หมด

G= Growth

S = Sustainability

ภูเก็ตปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมมากเพราะคนที่เข้ามาอยู่ไม่ใช่คนภูเก็ตไม่มีความรู้สึกหวงแหน ภูเก็ตต้องคำนึงถึงเรื่อง G+S ในการเข้าอาเซียนเพื่อให้เกิดความสมดุล

2. หน้าที่ของ Leader ในการพัฒนาทุนมนุษย์

  • -ต้องมองเรื่องการพัฒนาคนเพื่อนำศักยภาพมาใช้ ปลูกและเก็บเกี่ยว
  • -ผู้นำจะอยู่ได้ต้องมีศิลปะในการบริหาร อย่างเน้นเรื่อง Command & Control
  • -Click + Ticker เป็นบทบาทที่แตกต่างจากผู้บริหาร

ธุรกิจที่ทำอยู่จะรอดในระยะยาวหรือไม่นั่นต้องมองที่ความยั่งยืน คือ พฤติกรรม + เป้าหมาย (Mean and End) ต้องมองระยะสั้นที่ไม่ทำลายระยะยาว

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดเพื่อเกิดเรื่องความยั่งยืนคือเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ภูเก็ตต้องการคนดีที่มาดูแลศักยภาพเพราะภูเก็ตคุณค่ามากกว่าการขายธรรมชาติ สามารถขับเครื่องให้เกิด innovation ในหลายมิติทั้งเรื่องวัฒนธรรม เพื่อไม่ให้รายได้กระจุกตัวอยู่บางส่วนโดยเฉพาะไม่ใช่คนส่วนใหญ่ของภูเก็ต มาเฟียอยู่รอดแต่ระยะสั้นเท่านั้นเพราะเน้นเรื่องทุนนิยมสามานย์

ถ้าองค์กรที่เราอยู่เจ้าของล้มเหลวเราต้องทำอย่างไร?

ผมแนะนำทฤษฎี 3 วงกลม

1. องค์กร

2. แรงจูงใจ

3. ผมเน้นเรื่องสมถนะคือ Competency

  • เรื่องวิชาชีพบทบาทหน้าที่ของคุณ (Functional Competency)
  • เรื่องที่เกี่ยวกับองค์กร (organizational Competency
  • Leadership Competency เป็นวัตถุประสงค์ที่สำคัญในองค์กร ฝึกให้เรามีความสามารถในการเป็นผู้นำ เจ้าของก็ต้องสร้างให้คนในองค์กรให้มีภาวะผู้นำเหมือนกันคือการ empowerment โดยมีการควบคุมคุณภาพและต้องไปฝึกคนอื่นให้พัฒนาไปสู่ความเป็นเลิศให้ได้ ฝึกให้ใช้ศักยภาพของคนในองค์กร ศักยภาพของคนไทยถูกซ้อนไว้ข้างใน ผู้นำต้องดึงออกมาให้ได้

Hard Core คือการกัดไม่ปล่อยและบริหารความล้มเหลวให้ได้มุ่งมั่น

ผู้นำต้องบริหาร

1.Change ผู้นำต้องจัดการกับการเปลี่ยนแปลงที่มีทั้งข้างนอก เช่น ราคาน้ำมัน เศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม สึนามิ และในองค์กร เช่นเรื่องแรงงานต่างด้าว เรื่องเด็กรุ่นใหม่

2. Change rapidly แก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องเพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

3.Unpredictable ผู้นำต้องจัดการกับความไม่แน่นอนผู้นำต้องมองไปข้างหน้าไม่ใช่มองย้อนหลัง ยกตัวอย่างต้องมองว่าภูเก็ตอีก 20 ปี ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่เราสามารถคาดคะเนได้

แนวคิดต่างๆของผู้นำเป็นวิธีการเรียนรู้

  • -แต่สิ่งที่ในห้องนี้ต้องค้นหาตนเองว่าเป็นผู้นำแบบไหนเช่น ทหารจะติดเรื่องการสั่งการ ถ้าเป็นนักธุรกิจจะเป็นการหารือ หาสิ่งที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
  • -ผู้นำกับผู้จัดการคนละคน ผู้นำต้องมี vision และ mission
  • -ผู้นำไม่ได้อยู่กับตำแหน่ง หรือการที่เป็นเจ้าของธุรกิจเท่านั้นแต่อยู่กับการที่เราสร้างศรัทธาให้ลูกน้องหรือเปล่า
  • -Transformation ผู้นำเปลี่ยนแบบก้าวกระโดดเป็นการร่วมมือกับที่อื่นโดยใช้ฐานเดิม เป็นการมองธุรกิจในอนาคต หรือ Transactional การทำอย่างเดิมปรับปรุงให้ดีขึ้น
  • -Charismatic บุคลิกของการเป็นผู้นำ
  • -การเป็นผู้นำขึ้นอยู่กับสถานการณ์
  • -พรสวรรค์ในการเป็นผู้นำ 20% นอกนั้นเกิดจากการเรียนรู้

ผู้นำต้องมีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทีมและองค์กร

Value Added : เพิ่มมูลค้าแบบหนึ่งไปสอง สองไปสาม เป็นการต่อยอด

Value Creation : การเพิ่มมูลค่าจาความคิดสร้างสรรค์

Value Diversity : การเพิ่มมูลค่าจากความหลากหลาย

ยกตัวอย่างเรื่อง 3 V เรื่อง กศน.เป็นการฝึก Training for Trainer เพื่อไปสอนคนต่อ เป็นเรื่องการต่อยอดแบบ Value Added และ การคิดโครงการและทำให้สำเร็จเป็นการให้ความคิดสร้างสรรค์ ถ้าโครงการนี้ไปเชื่อมโยงกับอาเซียนหรือเชื่อมโยงกับโครงการอื่นๆเป็นเรื่องการสร้างความหลากลหายเพราะอาเซียนมีทั้งเรื่องวัฒนธรรมและศาสนา เป็นต้น

Vision ของผู้นำ

1. Where to go : รู้ว่าเราต้องไปที่ไหน ธุรกิจที่ทำอยู่เปรียบเทียบกับประเทศอื่นได้หรือไม่ ต้องดูที่มาตรฐานโลก ประเทศไทยมีธุรกิจที่ติดระดับโลกคือ ธุรกิจท่องเที่ยว การเกษตรแปรรูป Health Care

การกำหนดวิสัยทัศน์ต้องกำหนดจากจุดแข็ง กำหนดจากคู่แข่งของเรา

2. How to get it : ผู้นำต้องรู้ว่าเราจะให้หนทางไหน จะไปอย่างไร ยุทธวิธี การกำหนดวิสัยทัศน์ให้เป็นความจริงเป็นเรื่องที่ยากของผู้นำ

การกำหนดวิสัยทัศน์ของผุ้นำ

ศึกษาสภาพแวดล้อมภายในและภายนอก

การแก้ปัญหาวิกฤติ คือช่วงที่ใช้สมองจดจ่อกับสิ่งนั้น ถ้าไม่เคยเจอวิกฤตจะไม่สามารถเป็นผู้นำได้ การจัดการกับวิกฤติระยะสั้นเป็นเรื่องที่ยากแต่ต้องฝ่าไปให้ได้

1. มองวิกฤติให้เป็นอุปสรรคและเป็นโอกาส

2. การเตรียมพร้อมเพื่อรับวิกฤติ เราต้องวางแผนล่วงหน้า

3. จิตใจต้องเป็นแนวบวก Positive Thinking

เรื่องความสำเร็จในการเรียนรู้ คือ Curiosity ก่อนทีเราจะไปวิเคราะห์ปัญหาต้องฝึกเรื่องพื้นฐานให้ดีก่อน

Vision + Mission+ Strategy = get thing done

Quotation

1. โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่สามารถคาดเดาได้

2. ความสามารถของการแข่งขันของประเทศอยู่ที่ทุนมนุษย์ ไม่ได้อยู่ที่เรื่องเศรษฐกิจ

3. คน คือ ทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุด

4. ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดไม่ใช่เงิน หรือ เครื่องจักรแต่เป็นคน

5. มนุษย์มีศักยภาพซ่อนอยู่ข้างใน

6. การพัฒนาคนคือการปลูกเป็นการกระตุ้นเพื่อให้มีขวัญกำลังใจ ให้ความรู้ ให้เกียรติ ทำให้เขามีส่วนร่วม

7. ปลูกคนต้องปลูกทั้งชีวิต ต้องให้มีพฤติกรรมในการเรียนรู้

อนาคตของประเทศไทยจะเปลี่ยนเป็นคลื่นลูกที่ 4 ต้อง S W C I I เพื่อการแก้ปัญหา

  • -Sustainability
  • -Wisdom มีความสามารถในการแก้ปัญหา
  • -Creativity
  • -Innovation
  • -Intelligence

ปัจจัยภายนอกที่ก่อให้เกิดวิกฤติ ที่ธุรกิจทุกขนาดต้องคำนึงถึง

1.Information Technology เทคโนโลยีสารสนเทศ และอื่น ๆ เช่น Nanotechnology , Biotechnology

2.เรื่องการค้าเสรี , WTO , FTA

3.เรื่องการเงินเสรี อัตราแลกเปลี่ยน

4.บทบาทของจีน อินเดีย และละตินอเมริกา

5.เรื่องอิทธิพลของประชาธิปไตย และ human right

6.เรื่อง Global warming , ภัยธรรมชาติ

7.เรื่องสงคราม และการก่อการร้าย

8.เรื่องน้ำมันหมดโลก และพลังงานทดแทน

9.เรื่องโรคระบาด เช่น ไข้หวัดนก เอดส์ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ฯลฯ

วิธีการสร้างผู้นำทฤษฎี 5 E’s

1. Example คือ เป็น/สร้างตัวอย่างที่ดี

2. Experience คือ สะสม/ถ่ายทอดประสบการณ์

3. Education คือ ให้การศึกษา ให้ความรู้

4. Environment คือ สร้างบรรยากาศที่ดี

5. Evaluation คือ มีการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

4 E’s Leadership ( Jack Welch )

  • Energyปัญหาต้องปล่อยวาง
  • Energize ให้เขาคิดแต่ละวันเรามีความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาหรือเปล่า
  • Edge ตัดสินใจเร็วโดยมีความรอบครอบ
  • Execution ต้องทำให้สำเร็จ
  • เปรียบเทียบ Chira and Peter Drucker

    ภาวะผู้นำของ Drucker

    1. ต้องถาว่าในธุรกิจของคุณสำคัญ อะไรคือแก่น

    2. เมื่อสำคัญแล้วดีอย่างไร

    3 วางแผนการพัฒนา

    4 ต้องรับผิดชอบในการตัดสินใจ

    5 ต้องถ่ายทอด

    6 ไม่ใช่เน้นเรื่องปัญหาแต่ต้องเน้นโอกาสและทางออก

    7 ถ้ามีการประชุมแต่เรื่องสำคัญ มีคุณค่า การประชุมเพื่อด่ากันไม่ดี

    ภาวะผู้นำของ Dr.Chira

    1.Crisis management การจัดการภาวะวิกฤต

    2. Anticipate change การมีส่วนร่วมในความเปลี่ยนแปลง

    3. Motivate others to be excellent การกระตุ้นผู้คนสู่ความยอดเยี่ยม

    4. Conflict resolution การแก้ไขความขัดแย้ง

    5. Explore opportunities การสร้างโอกาสแก่ผู้อื่น

    6. Rhythm & Speed รู้จักใช้จังหวะและความ รวดเร็ว

    7. Edge (Decisiveness) กล้าตัดสินใจ

    8. Teamwork ทำงานเป็นทีม

    9. การบริหารความไม่แน่นอน

    กลุ่มที่ 2 การประยุกต์ใช้ 4 E’s Leadership ( Jack Welch )

    ยกกรณีศึกษาเรื่องธุรกิจการท่องเที่ยว เกิดปัญหาที่ว่า ทางด้านการเมืองส่งผลทางด้านการท่อ

    เที่ยว

    1. Energy ปล่อยวาง แต่ไม่ใช่ละทิ้งแล้วย้อนดูเรื่องข้อผิดพลาดในกรณีนี้เกิดจากเรื่องภายนอก ต้องกระจายข่าวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าไม่ได้ร้ายแรง

    2. Energize การให้คนทำงาน การสร้างการมีส่วนร่วม ผู้นำต้องมีการระดมสมองในการแก้ปัญหา

    3. Edge การตัดสินใจต้องมีข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อประกอบการตัดสินใจ

    4. Executionทำอย่างไรให้ผ่านวิกฤติ นำเอาปัจจัยต่างมารวบรวม

    สิ่งที่สำคัญคือเรื่องคุณธรรมจริยธรรมในองค์กร เพื่อสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

    อ.จีระเสนอแนะ

    ข้อที่ 1 นอกจากการปล่อยวางแล้วยังมีเรื่องการใช้ Creativity ด้วย

    ข้อที่ 2 เป็นการให้ลุกน้องมีส่วนร่วมอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ เป็นการกระจายความคิดอย่างทั่วถึง เป็นการจุดประกายให้ลูกน้องได้มีส่วนร่วม

    ข้อ 4 คือเรื่องการเอาชนะอุปสรรค เมื่อมีภาวะผู้นำต้องสามารถจัดการปัญหาได้ การเป็นผู้นำไม่จำเป็นต้องทำทุกเรื่อง ผู้นำเฉพาะเรื่องที่จำเป็นและแก้ปัญหา crisis เท่านั้น

    อ.พิชญ์ภูรี

    ขั้นตอนที่ 1 เราต้องทำให้เต็มที่ก่อนที่จะปล่อยวาง

    ขั้นตอนที่ 2 คือเราต้องใส่พลังให้คนอื่นออกความคิด

    ขั้นตอนที่ 3 ตัดสินใจให้รวดเร็ว มีจังหวะในการตัดสินใจ

    กลุ่มที่ 3 เปรียบเทียบภาวะผู้นำของ Dr.Chira และ Peter Drucker

    Peter มีการตัดสินใจเป็นคนเดียว อาจารย์จะทำงานเป็นทีมและรอจังหวะ มองเรื่องระยะยาว

    ข้อที่เหมือนกัน เป็นเรื่องการตัดสินใจที่มุ่งมั่น

    อ.จีระเสนอแนะ

    Peter เป็นการเขียนเรื่องภาวะผู้นำเมื่อยุคอุตสาหกรรมที่เน้นเรื่องการสั่งการเป็นพื้นฐานของผู้นำ แต่ของอาจารย์จีระเน้นเรื่องการทำงานเป็นทีมที่เหมาะในยุคปัจจุบันซึ่งเป็นยุค Service Sectors ที่ไม่ใช้เรื่อง Command and Control และมองเรื่องการเปลี่ยนแปลงที่ไม่แน่นอน

    ถ้าต้องการมีพื้นฐานเรื่องภาวะผู้นำเราต้องศึกษาภาวะผู้นำของ Peter Drucker แล้วเมื่อเราพร้อมก็นำมาต่อยอด

    อ.พิชญ์ภูรีเสนอเเนะ

    อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เวลาแค่นี้ไม่พอ แต่สิ่งที่เราได้คือการสร้างสังคมการเรียนรู้คือ Learn Share Cere และเป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มานำเสนอ

    คณบดี : มีข้อสังเกตว่าสิ่งที่สำคัญคือเรื่องกระบวนการเรียนรู้ แล้วดึง KM ที่อยู่ในตัวมาใช้ ได้มีการใช้วิธีการจัดการปัญหา ถือว่าเป็นเรื่องพัฒนาภาวะผู้นำ และอาจารย์จีระเป็นการตัวอย่างการใช้ภาวะผู้นำ เป็นกระบวนการที่ประสบความสำเร็จ