การบ้านคุณพิสณห์
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557
สรุปการบรรยายธรรมชาติบำบัด ปรับชีวิต เปลี่ยนอาหาร หลักการแพทย์พอเพียง
โดย นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล
ธรรมชาติบำบัดเป็นการรักษาแบบใช้ธรรมชาติ โดยใช้หลักการให้คนปรับพฤติกรรมในการรักษาโรค มากกว่า 30 ปี ที่ประเทศไทยเป็นโรคขาดสารอาหาร เมื่อเข้าสู่ยุคประเทศอุตสาหกรรมใหม่เราบริโภคมาก จึงเกิดโรคตามมาเช่น โรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง ไตวาย มะเร็ง เป็นต้น ปัญหาสุขภาพผู้เข้าอบรมพบว่า 30% แข็งแรง / 60 % อ้วน / 20 % ความดันสูง การที่น้ำหนักตัวมากทำให้ต้องมีปัญหากับการปวดข้อ ปวดเข่า ความดันสูง ไขมันสูง
ไขมันในร่างกาย 2 แบบ คือ ไขมันใต้ผิวหนัง และไขมันในพุง ไขมันมากเกินเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน
สิ่งที่ควรงด คือ แป้ง คาร์โบไฮเดรตที่ทำให้อ้วน ตัวอย่างประเทศที่อ้วนมากคืออเมริกาจนอเมริกานำหน้าเรื่องโรคอ้วนเสนอสูตรอาหารไม่ให้กินแป้ง กินแต่โปรตีนอย่างเดียว ผลคือคนอ้วนลดลงจำนวนมาก
ลดน้ำหนักด้วยวิธีธรรมชาติ คือ
1 กินให้น้อย กินเนื้อสัตว์ กินผัก ไม่กินข้าว หรือคาร์โบไอเดรตอื่น ๆ ไม่กินผลไม้ ถั่ว /นม อาหารไตรกีเซอไรด์ มาจากแป้ง ข้อมูลใหม่ไข่ไม่ได้ทำให้เกิดคอเรสเตอรอลในเลือด แต่ตัวแป้งทำให้ไขมันในเลือดสูง ข้าวขาวคืออัลฟาท็อกซิน เก็บมาหลายปีขายไม่ออก มีความชื้นสูง เป็นตัวทำให้เกิดเชื้อรา หรืออัลฟาท็อกซิน ต้องกินข้าวกล้อง
2 ออกกำลังกาย
ตัวช่วยสำหรับลดไขมัน ลดน้ำหนัก Bio3-Fiber ทำให้อิ่มเร็ว ลดการดูดซึมไขมัน / Biochromium / Fish oil ช่วยปรับการหมุนเวียนไขมัน ลดการอักเสบ
นมวัว มีกรดไขมันอิ่มตัวมาก เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไขมันเลือดสูง โรคอ้วน และโรคหัวใจหลอดเลือด และสามารถก่อมะเร็งเต้านม
บรรยายเรื่อง วารีบำบัดอานุภาพแห่งน้ำ
โดย พญ.ลลิตา ธีระสิริ
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557
ในอินเดีย มีประเพณีการอาบน้ำ ชาวม้ง อาบน้ำแร่ ตุรกี ฟินแลนด์อบซาวน่าร้อนสลับเย็น สังเกตได้ว่าความร้อนและน้ำจึงเป็นเรื่องของสุขภาพทั้งสิ้น กินไวน์ดี แต่ถ้าเกิน 50 ซี.ซีจะก่อให้เกิดสารพอกตับ
การตอบสนองขั้นต้นต่อความร้อนจัด
ถ้าอยู่ในที่ร้อน เช่นห้องซาวน่าจะทำให้หลอดเลือดที่ผิวหนังขยายตัว เพื่อคายความร้อน เลือดไปกองที่ผิวหนังหมด ส่วนอื่น ๆ เช่น สมอง ตับ ไต เลือดน้อยกว่าปกติ อวัยวะตรงกลางจะขาดเลือด ดังนั้นจึงไม่ให้อยู่นาน แค่ 3-5 นาที ไม่นานกว่านั้น แล้วออกมาจุ่มตัวในบ่อน้ำเย็น เพื่อดึงเลือดให้กลับส่วนกลางก่อน แล้วค่อยกลับเข้าไปอีกที
ซาวน่าทำให้ภูมิต้านทานแข็งแรงขึ้น เม็ดเลือดขาวจะทำงานได้ดีที่อุณหภูมิร่างกายมากกว่า 37 องศา
การอบสมุนไพร ช่วยให้ภูมิต้านทานดีขึ้น ขับสารพิษ
การอาบน้ำร้อน การอาบน้ำร้อนอย่างเดียวก่อผลร้ายมากกว่าผลดี ทำให้อ่อนเพลีย ความคิดเฉื่อย การหมุนเวียนของเลือดไม่ดี ขาดความกระปรี้กระเปร่า
การอาบแดด ชาวอินเดียเชื่อว่าเมื่อป่วยหรือต้องการมีสุขภาพดีต้องให้มีพลังเพิ่มขึ้น โดยเติมจากพลังจักรวาล โยเร โยคะ การอาบแดดเป็นการรักษาโรคแบบหนึ่ง สมัยก่อนเด็กคนไหนที่เหลืองจะเอาไปตากแดด
การประคบด้วยลูกประคม ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว การประคบด้วยผ้าร้อนเย็นลดอาการปวด หัวโน แพลง เคล็ด ภายใน 48 ชั่วโมงแรกใช้ประคบเย็นก่อน หลังจากนั้นค่อยประคบร้อน
การออกกำลังกายในน้ำ น้ำลึกระดับอกพยุงน้ำหนักตัวได้เกือบ 70 % เป็นการออกกำลังที่เหมาะกับผู้สูงอายุ ผู้มีปัญหาเรื่องข้อ สมอง อัมพาต พาร์กินสัน
การอาบน้ำแร่ น้ำแร่มีแร่ธาตุ เช่น กำมะถัน เหล็ก ซิลิก้า แคลเซียม โซเดียม สังกะสี โปตัสเซียม เกลือคาร์บอเนต แมกเนเซี่ยมเวลาอาบเสร็จไม่ต้องฟอกสบู่ แร่ธาตุจะได้อยู่กับผิวหนังร่างกาย
วันที่ 11 กพ
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557
โดย นายชัยวัฒน์ ลิมป์รรธนะ
ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี
นายสหัสนัย ยืนยงค์
อุปนายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี
นายปณต สังข์สมบูรณ์
พลังงานจังหวัดกาญจนบุรี
นายยุทธการ มากพันธุ์
ตัวแทนชุมชน
นายคเชนทร์ พูนจันทร์
ดำเนินรายการโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
โดย นายชัยวัฒน์ ลิมป์รรธนะ
ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี
หลักสูตรนี้จะเกิดประโยชน์ไม่ใช่แต่เฉพาะตัวท่านเอง แต่ถ้าได้เรียนรู้กาญจนบุรีแล้วนำไปบริหารจัดการก็เกิดประโยชน์เช่นกัน
กาญจนบุรี มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน 320 กม. มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ สิ่งที่น่าสนใจคืออยู่ใกล้กรุงเทพฯประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง ถ้าวิ่งไปสังขละบุรีใช้เวลา 3- 4 ชั่วโมง ลักษณะโครงสร้างเหมือนกำมือชี้นิ้ว ปลายนิ้วคือด่านเจดีย์สามองค์
สงคราม 9 ทัพ ถ้าสังเกตดี ๆ จะมีซุ้มสงคราม 9 ทัพ นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่น่าเรียนรู้
สะพานแม่น้ำแคว ที่ญี่ปุ่น พยายามข้ามไปอินเดีย ทุกปีมีกิจกรรมของเรา มีสุสานพันธมิตรที่เขาช่องไก่ ไทรโยค สุสานพันธมิตรในเมือง
หน้าตาประวัติศาสตร์ของกาญจนบุรี มีวัฒนธรรม หลวงพ่ออุตตะมะ บ้านอีต่อง (เหนืออำเภอทองผาภูมิ ขอบชายแดนทางด้านนั้น)
เหมืองป้าแหม่ม (สาวออสเตรเลียมาอยู่ตั้งแต่อายุ 17 ปัจจุบัน 80ปี) ปัจจุบันเป็นที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเช่นกัน และเหนือเขื่อนก็ข้ามมาอีต่องได้
รัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 5 มีความสัมพันธ์กับเมืองกาญจน์เพราะสมัย ร.3 นั้น ร.1 โปรดให้ ร.3 ยกทัพมารอพม่าที่เมืองกาญจน์และสร้างกำแพงเมืองที่จวนผู้ว่าฯ
ขุนแผนอยู่ตรงกาญจนบุรีเก่า (แยกแก่งเสี้ยน เลยลาดหญ้ามา) มีวัดนางพิม
สรุปดินแดนกาญจนบุรีเป็นดินแดนประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น
ยุทธศาสตร์ที่ 1 เชิงอนุรักษ์
มีภูมิประเทศที่น่าสนใจมาก มีน้ำแควน้อย แควใหญ่ที่ไม่เคยแห้งเพราะมีเขื่อนคอยปิดเปิดก๊อก
โซนที่ 2 ที่ 3 เป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ มีพระบรมราชาอนุสาวรีย์ ตำบลดอนเจดีย์อำเภอพนมทวน
อนุสรณ์สถานเป็นจริงด้วยหลักฐานทางประวัติศาสตร์เยอะ เป็นเจดีย์เก่า ผู้ที่อยู่ในตำบลนั้นเกี่ยวกับช้างและม้าทั้งนั้นเลย
สรุป เมืองกาญจน์ โดยสภาพภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ หากินได้ทันที มีฝรั่งและจีนต่างชอบเดินทางมาจังหวัดมาก
การเน้นย้ำการส่งเสริมการท่องเที่ยวมาก ๆ เกี่ยวพันกับชุมชนและโรงไฟฟ้าที่พูดถึง ต้องเอาเงินไปใช้พัฒนากองทุน จากใต้เขื่อนไปถึงตัวเมือง ถ้าไปพัฒนาจะง่ายมาก ถ้าพัฒนาท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ความคงทนถาวรจะอยู่ยาวนาน ปีหนึ่งเกิดรายได้ค่อนข้างสูง ยุทธศาสตร์อื่น จะกินได้ตลอด
ยุทธศาสตรที่ 2 เกษตรอุตสาหกรรม
ยุทธศาสตร์เกษตรอุตสาหกรรม 2ใน3 เป็นการอนุรักษ์ต้นน้ำลำธาร แควใหญ่ แควน้อย ไหลผ่านอำเภอ เจอเขื่อนท่าม่วง หลังจากนั้นเป็นการชลประทานที่ดี เป็นเขตเศรษฐกิจที่ดีมาก ๆ
นอกจากเขื่อนวชิราลงกรณ์ ศรีนครินทร์ที่ผลิตกระแสไฟฟ้า ทำให้โซนที่ 2 มีคุณภาพ ลักษณะ พื้นที่เป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีพื้นที่เกษตรอุตสาหกรรม
กาญจนบุรีกับความสัมพันธ์ต่างชาติ
ให้ลองศึกษาว่าอะไรขายในรัสเซีย ดีกว่าหากินรอบ ๆ บ้าน
อินเดีย ให้ดูว่าในครัวเรือนใช้อะไรแค่ชิ้นหนึ่งใช้ของจากกาญจนบุรี ก็รวย พยายามให้พาณิชย์จังหวัดคุยกับพาณิชย์
ตะวันออกกลาง อาจไม่รู้ว่าจะขายอะไรเนื่องจากเขารวย ให้ลองกลับมาดูว่าโรงแรม 5 ดาวมีกี่แห่ง ให้ศึกษาดูว่าเขาใช้อะไร
จีน ให้ลองศึกษาดูแต่อย่าลืมว่าเขาเป็นยักษ์ใหญ่
เริ่มต้นที่วัฒนธรรมก่อน
ใน ครม.สัญจร ยุทธศาสตร์ที่เพ่งเล็ง เราขอไปใน 6 พันล้าน ต้องไม่แล้ง การผันน้ำจากอำเภอศรีสวัสดิ์ เขื่อนศรีนครินทร์ วิธีการเกาะขอบบนไหลลงล่าง หาโซนที่สอง
ผันน้ำจากแม่น้ำแม่กลอง เจอแควน้อย แควใหญ่ ท่าม่วง ผ่านอำเภอเมือง อำเภอพนมทวน ใช้ระบบสูบ แต่อยากถามว่าค่าใช้จ่ายตรงนี้ใครรับผิดชอบ สิ่งที่พบคือการสูบน้ำจากที่ต่ำขึ้นที่สูง ถ้าไม่จำเป็นอย่าทำ
พัฒนาฐานการผลิต พัฒนาโซนที่สอง โซนที่สาม
ทวายเป็นประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคสมเด็จพระนเรศวร เป็นส่วนที่หวังอยากให้เกิด East West Corridor แต่อยากให้พัฒนากาญจนบุรีให้เตรียมความพร้อมก่อน เริ่มแรกอยากให้ทบทวนในเรื่องผังเมืองก่อนเพราะสภาพภูมิประเทศ ต้นทุนทางธรรมชาติมีอยู่แล้ว ถ้าวางผังเมืองไม่ดี จะมีคนซื้อที่ตอนทวายเริ่มเกิดอย่างมากมายอย่างไม่เป็นระบบ น่าเป็นห่วงมาก ดังนั้นจึงควรคิดต่อเรื่องระบบผังเมืองอย่างดี
กาญจนบุรีแบ่งเป็น 3 โซน
โซนที่ 1 เมืองเก่า ตรง ถ.แสงชูโต
โซนที่ 2 ถนนปากแพร่งก็เป็นเมืองเก่าเช่นกัน
โซนที่ 3 ถนนริมแม่น้ำ ก็เมืองเก่าอีกเช่นกัน
สรุปทั้ง 3 โซนเป็นเมืองเก่าที่กาญจน์อนุรักษ์และสร้างรายได้เข้าจังหวัดอย่างมหาศาล
โซนที่ 2 เปลี่ยนชื่อว่าเมืองใหม่ สมัย ครม.สัญจรเสนอบ้านพุ่มน้ำร้อนเจอที่หนองขาวเป็นมอเตอร์เวย์
สรุปพัฒนากาญจนบุรีโดยมองที่สภาพภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ สิ่งสำคัญคือให้เข้าใจในมิติของพื้นที่อนุรักษ์กาญจนบุรี อย่าใช้ผิดที่ผิดทางเน้นการอนุรักษ์และรักษาคุณภาพอย่าให้เสียหาย บริเวณเหนือเขื่อนมีปลาที่อร่อยมาก
บ้านปานาสวน มีเรือตะไลเป็นเครือข่ายเกือบ 100 ลำ
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
กฟผ. ถ้าเป็นผู้นำในอนาคต ถ้ามีภาพกว้าง เศรษฐกิจ สังคม Logistics และภาพลึกทางวิศวกรรม ไฟฟ้า จะเป็นสิ่งดีมาก
กฟผ. จริง ๆ แล้วมีส่วนร่วมมาก เช่นเขื่อน ต้องเขียนถึงประโยชน์ด้วยไม่ใช่ปัญหาอย่างเดียว ให้ประชาชนแลกเปลี่ยนความคิดกัน
นายสหัสนัย ยืนยงค์ อุปนายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี
การท่องเที่ยวและการมีส่วนร่วมประชาชนในพื้นที่
ตัวชี้วัดถ้ามองประเด็นเขื่อนศรีนครินทร์โดยเฉพาะ บทบาทการท่องเที่ยวของเขื่อนศรีนครินทร์เป็นอย่างไร มีความน่าสนใจอย่างไร มีประโยชน์อย่างไร เช่นโครงการชีววิถีเป็นโครงการที่ดีมากให้ความรู้กับชุมชน เป็นโครงการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้คนทำงานต่อเนื่อง ส่งเสริมโอทอป และเป็นแหล่งที่ศึกษาดูงานคนมาดูงานเยอะ มากิน ใช้ นอน เที่ยว จึงกลายเป็นแพคเก็จที่ชมรมท่องเที่ยวอำเภอศรีสวัสดิ์ เป็นจุดขายเพื่อให้คนมาดูงานว่ามีวิธีการกำจัดขยะ สร้างรายได้อย่างไร
โครงการฝายชะลอน้ำ เป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติทำให้อุดมสมบูรณ์ พอโครงการมีการประชาสัมพันธ์ออกไป จะมีหน่วยงานเข้ามาช่วยเขื่อนศรีนครินทร์ทำฝายชะลอน้ำต่าง ๆ เป็นอานิสงส์ของการท่องเที่ยวโดยอัตโนมัติ ทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมในเครือข่าย
การตกปลาเป็นอีกแพ็คเกจที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไปขาย สนามตกปลาเป็นอีกสนามหนึ่งที่แข่งขันตกปลา โครงการปล่อยปลาเป็นอีกโครงการที่สร้างความสัมพันธ์กับประชาชน
โครงการศึกษาดูงาน มีทั้งที่ให้เขามาดูงานที่เขื่อนศรีนครินทร์พาชุมชนจากพื้นที่อำเภอศรีสวัสดิ์ไปชมเครือข่ายการไฟฟ้าฝ่ายผลิตทั่วประเทศ
โครงการจัดงานคืนรักคนสันเขื่อน เนื่องจากที่ผ่านมามีความเสียหายเกิดขึ้นมาก จัดงานเพื่อสงบข่าวลือตรงนั้น เป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ของคนในพื้นที่
การสร้างความมั่นใจ เป็นการดูแลทางด้านจิตใจของคนในพื้นที่และของนักท่องเที่ยวในเรื่องความมั่นคงของเขื่อนศรีนครินทร์ เช่นข่าวเขื่อนแตกมีผลกระทบต่อชาวบ้านหลายคนไม่อยากกลับมาที่ อ.ศรีสวัสดิ์ มีการทำ PR เสียงจากชุมชน การสะกิดจุดอ่อน ทำเพื่อภาพรวม ไม่มีใครทราบว่าเขื่อนสร้างเพราะอะไร เขื่อนจ้าวเลนผูกพันกับสงคราม 9 ทัพ
ในการสร้างความมั่นใจ ควรทำ Museum , Display
การพัฒนาการท่องเที่ยว มีแพพัก ตัวไข่แดงคือตัวผู้ประกอบการท่องเที่ยว
ศรีสวัสดิ์โมเดลจะเป็นแม่แบบให้ผู้ประกอบการอย่างดี การสร้างมาตรฐานแพพักสามารถกระตุ้นให้ผู้ประกอบการ Upgrade ตัวเองได้
ปัญหา
ชาวบ้านระดับล่าง 60% ไม่มีความรู้
ระดับกลาง SMEs 30%
กฟผ.อาจเข้าไปช่วยสร้างมาตรฐานให้เขาได้ และเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เมื่อไร การพัฒนาของเขาจะสำเร็จ ประโยชน์ที่ได้รับจะเกิดประโยชน์ 4 ฝ่ายด้วยกัน
ชาวบ้านจะได้รับความปลอดภัยมากขึ้น
ผู้ประกอบการสามารถส่งเสริมให้ตนเองมีมาตรฐาน มีรายได้มากขึ้น พัฒนาฝีมือแรงงาน
นักท่องเที่ยวได้รับการท่องเที่ยวมีคุณภาพ
ผู้ประกอบการ มีรายได้มากขึ้น ให้คนกลับมาอยู่บ้าน
ภาครัฐ มีการจัดเก็บภาษี มีรายได้มากขึ้น
กฟผ.ไม่มีบุคลากรเฉพาะเจาะจงมาทำงานนี้ ช่องว่างระหว่างกฟผ.กับชาวบ้านจึงกว้างมากขึ้นเพราะชาวบ้านมองว่า กฟผ.มีเงินเดือนสูง มีสวัสดิการที่ดี องค์กรน่าจะสร้างเครือข่ายที่ดี
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
Good idea ในห้องนี้ยังไม่สามารถ implement ได้ทันที ทุกคนในห้องนี้หวังดี อยากเอาชนะอุปสรรค กฟผ. ยังเป็นระบบ Silo ถ้าขึ้นอยากให้ขึ้นทั้งแผง
นายปณต สังข์สมบูรณ์ พลังงานจังหวัดกาญจนบุรี
เป็นคนที่ตั้งกองทุนโรงไฟฟ้าที่กระบี่ ยินดีที่เจอคน กฟผ.ที่นี่
ในบทบาทพนักงานพลังงานจังหวัดเป็นส่วนภูมิภาค เป็นตัวแทนของกระทรวงฯ ประสานงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน
ภารกิจหลัก ๆ แบ่งเป็นธุรกิจไฟฟ้า พลังงานทดแทน สนง.พลังงานแก้ปัญหาในพื้นที่
ชุมชนที่ 2 มีวิสาหกิจชุมชน และเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนทางด้านพลังงาน มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับครัวเรือนทดแทนจากไม้ แกลบ ฟาง สามารถทำร่วมกับ กฟผ.ได้ ในกาญจน์ยังไม่น่าจะมีปัญหา อยากให้ลงไปดูปัญหาจริง ๆ ในพื้นที่มีอะไร แล้วทำงานผ่านพลังงานฝึกหัด
ในเรื่องชุมชน กฟผ.ได้ในส่วนไหนของพลังงาน โครงการหลอดผอม กลุ่มอาชีพ กลุ่มพลังงานต่าง ๆ
ในระยะยาวน่าจะมีโครงการที่น่าจะเป็นไปได้ ไปช่วยที่ต่าง ๆ
พลังงานที่เป็นภารกิจจังหวัด อ้อยเยอะ พลังงานเยอะ ก๊าซชีวภาพจะทำอย่างไร
กองทุนรอบโรงไฟฟ้า เช่นโรงน้ำตาล ผลิตร้อยขาย 40 จ่ายเงินเข้ากองทุนเฉพาะที่ขาย แต่ละเทคโนโลยีไม่ได้มาตรฐานจะก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นได้ ประกอบกับชาวบ้านไม่รู้ข้อมูลจะมีวาระซ่อนเร้น ให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง ผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามกฎ กลายเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีที่เอามาอ้างได้ ปัญหาบางครั้งต้องปฏิบัติตามระเบียบให้เต็มที่จะแก้ได้
จ.กาญจนบุรี มีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังจำนวนมากถ้านำมาผลิตไฟฟ้าได้ 20 เมกกะวัตต์ คิดกก. 50 สตางค์ต่อไร่ น่าจะสนับสนุนให้ปลูกมันสำปะหลังเพื่อพลังงานมากขึ้น
ยอดอ้อยกับใบอ้อย จากที่ทำวิจัยนำมาทำเป็นเชื้อเพลิงต้นทุนมากกว่ามันสำปะหลังเป็น 5-10 เท่า
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ถึงแม้ว่าเราไม่ดูแล Energy tax โดยตรงแต่กฟผ.ควรทำวิจัยว่าทำแล้วเกิดประโยชน์จริงหรือไม่ ทุกคนพูดตรงประเด็น แต่ข้อเสียยังไม่ได้ Follow up ให้เสนอให้มีพิพิธภัณฑ์เกิดขึ้น การประชุมรุ่น 11 ต้องต่อเนื่องกับรุ่น 10
นายยุทธการ มากพันธุ์
บทบาท กฟผ. ด้านดี คือจะเป็น Hero ตอนไฟดับ แต่อีกบทบาทด้านไม่ดีคือการขึ้นค่าไฟ และการหาไฟฟ้า เช่นต้องมีโรงไฟฟ้าถ่านหิน นิวเคลียร์ พลังงานน้ำ ซึ่งเป็นผลกระทบทางลบต่อประชาชน ไฟฟ้าชีวมวลก็ถูกต่อต้านทุกเรื่อง
กระทรวงพลังงานพยายามหาไฟฟ้าให้กับคนทั้งประเทศ
วิธีแก้ ขสมก.มีรถล้านคัน พนักงานเครือข่ายล้านคน ถามว่าเอาเงินที่ไหนจ้าง เขาทำอย่างไร ทำไม กฟผ.ไม่มีเครือข่ายผู้ผลิตไฟฟ้า ในเขื่อนศรีนครินทร์มีพลังงานน้ำมหาศาล อย่าดูถูกประชาชนเครือข่ายพลังงานขนาดเล็ก เพราะเครือข่าย 1 ล้านครัวเรือนจะมีพลังงานมหาศาล ร่วมกันสตาร์ดเครื่องเจนเนอเรชั่น จะได้พลังงานจำนวนมาก กลุ่มประชาชนผลิตน้ำมันเองได้ น่าจะสร้างเครือข่ายตรงนี้
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ปรับ Mindset ปรับ Paradigm วิธีคิด จากนี้ไปจะเป็นความจริงมากขึ้น เลือกอะไรที่ Relevance เรื่องชุมชนเป็นไปได้อยู่แล้ว
นายคเชนทร์ พูนจันทร์ ตัวแทนจาก SCG
การสร้างทุนทางเครือข่ายเป็นการลงทุนระยะยาวและวัดผลได้ยาก การลงทุนไม่ได้เป็นเงิน ใช้ทั้งคน มีจิตใตที่จะทุ่มเท เปรียบเสมือนคนเราทำความดีต้องใช้เวลานานมากที่ทำให้คนยอมรับ มีความเชื่อมั่น ศรัทธา ทำต่อเนื่อง สม่ำเสมอ และทำกับทุก ๆ คนด้วย ในแง่บริษัทก็เช่นเดียวกัน ทาง SCG ชุมชนกับสังคมต้องดูให้ Balance กัน
ความรับผิดชอบต่อสังคม SCG ยึดมั่นมาตลอด เราอยู่ในชุมชนต้องดูเรื่องรายได้ สังคม และสิ่งแวดล้อม ต้องบริหารให้อยู่ด้วยตลอดไป ต้องสร้างรายได้ให้ชุมชน สร้างงานให้ชุมชน พัฒนาชุมชน ไม่ว่าสาธารณประโยชน์ หรือการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม ต้องเลือกเทคโนโลยี ต้องลงทุนที่ทำธุรกิจส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
ทางภาคเอกชนมีคนสนใจที่คนจะเข้าร่วมมากน้อยเพียงใด เรามองว่าทุกคนมีความพอใจเหมือนกัน SCG มีการจ้างบริษัทภายนอกมาดำเนินการให้รู้ว่าชุมชนมีความเห็นกับเราอย่างไรจะได้ตอบโจทย์กับชุมชนได้ จะได้มีการติดตาม ไม่ใช่สำรวจแล้วไม่ทำ มีทีมในการติดตามตรวจสอบว่าชุมชนคิดอย่างไร มีคณะกรรมการชุมชน 1 manager 1 Community ผู้จัดการทุกคนต้องมี Activity ร่วมกับชุมชน ไปดูแล สำรวจ ติดตามชุมชนว่ามีความคิดเห็นอย่างไร กลับมาทำแผนงาน และต้องไปตอบกับชุมชน
จะมีส่วนร่วมอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับชุมชน
ให้เอาชุมชนเป็นตัวตั้ง ฟังเสียงประชาชนหรือชุมชน แต่ไม่สามารถตอบสนองชุมชนได้ทุกคน สิ่งใดที่ทำแล้วเกิดประโยชน์ เป็นสาธารณประโยชน์ SCG จะไม่สนับสนุนเรื่องการให้เงินเนื่องจากควบคุมยากและไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ แต่ให้ทางชุมชนเสนอเข้ามาและให้พนักงานลงไปทำงานร่วมกับชุมชน ไม่ใช่ลักษณะการสร้างให้หรือมอบให้ ต้องสร้างจากความต้องการที่ชุมชนได้จริง ต้องดูแลรักษาประโยชน์ตรงนี้ให้เกิดขึ้นตลอดไป
การทำงานกับชุมชน
ต้องทำงานในเชิงรุก ไม่รอให้มีปัญหา ออกไปพบกับชุมชน กิจกรรมมีการเผยแพร่ให้ชุมชนรับทราบ แต่การประชาสัมพันธ์อย่าเกินความจริงเพราะจะเกิดผลในทางลบได้
ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
กระจายบทบาทของกฟผ.กับชุมชนไปทุกจุด ข้อแตกต่างระหว่าง SCG กับ กฟผ. คือเป็นรัฐวิสาหกิจ เป็น Silo เป็น Structure ที่แข็ง ในรุ่นนี้ต้องทำลาย Structure ที่แข็ง
ร่วมแสดงความคิดเห็น
คิดว่าวันนี้มีอะไรใหม่ 1 เรื่อง และจะทำอะไรต่อ
1. เรื่องกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า ปัจจุบันใช้ไม่ตรงจุดตรงประเด็น ต้องเป็นตามที่อาจารย์เสนอคือเรื่องทำวิจัย
2. เจาะลึกและติดตามความต่อเนื่องของชุมชน ทำเรื่องการวางแผนการดำเนินการให้ชัดเจนขึ้น เน้นความต่อเนื่องและต่อเนื่อง
3. ประเด็นคุยกับชุมชนต้องมีหลาย Silo ควรให้แต่ละ Silo คิดเหมือนกัน ชุมชนจะได้ไปด้วยกัน
4. ต้องสร้างกฟผ.เป็นบ้านเดียวกับชุมชนไม่ใช่บ้านรั้วสูง สร้างทัศนคติใหม่ให้คนทุกระดับว่าเป็นคนระดับเดียวกัน
5. 1 manager 1 community น่าจะดูแลชุมชนได้ดี อย่างกฟผ.อาจเป็น 1 เขื่อนหรือ 1 หัวหน้ากอง 1 community เป็นต้น
6. การทำงานร่วมกับชุมชนของ SCG เอาชุมชนเป็นตัวตั้ง กฟผ.ลงลึกกว่านั้นคือการบริหารชุมชนไม่ได้สอดรับกับเงินที่ใช้จริง ๆ อยากให้กฟผ.เอาเงินกองทุนมา Share ทำงานร่วมกัน
7. ปรับยุทธศาสตร์การสื่อสารทำความเข้าใจกับชุมชน อาจมีการปูพื้นตั้งแต่เด็ก ๆ
ดร.จีระ เสนอให้ Training ผู้ช่วยฝ่าย
คุณสหัสนัย ยืนยงค์
กฟผ. ควรมีแผนกพัฒนาชุมชนขึ้นมาเพื่อทำงานร่วมกับชุมชนจังหวัดหรืออำเภอให้วัตถุประสงค์ถูกต้องและถูกใจ
คุณยุทธการ มากพันธุ์
กฟผ.เป็นองค์กรที่อยู่กับไทยมานานและไม่ยอมแปรรูป แทนที่คนอื่นมาถือพลังงานในมือ กฟผ.สามารถเป็นพี่ใหญ่ได้ แต่คนไทยมีคุณสมบัติคือรวมกลุ่มไม่ได้ ให้ยึดมั่นสิ่งที่ตัวเองมีฝึกคนให้ประชาชน ให้ประชาชนเป็น Partner และเครือข่ายของท่าน
คุณปณต สังข์สมบูรณ์
ทำอะไร ผ่านทางเครือข่ายสนองต่อปัญหาของชุมชนเพื่อสร้างความคุ้นเคยผ่านกลุ่มต่าง ๆ จะสร้างความเชื่อใจได้ ถ้าเราจริงใจกับชุมชน
คุณคเชนทร์ พูนจันทร์
กฟผ.บุคคลากรมากกว่า SCG เครือข่ายศักยภาพน่าจะมากกว่าเรา ทำคนเดียวไม่สำเร็จ ต้องออกไปให้ความรู้ ทำตั้งแต่พนักงานระดับสูงถึงระดับล่าง โครงการไหนมีความซับซ้อนต้องเชิญวิชาการมาร่วม เชิญสื่อมวลชนทุกองค์กรมีส่วนร่วม มีโครงการจับคู่ธุรกิจที่จะทำ โครงการใกล้เราเชิญมาทำร่วมกับเรา ไม่ใช่พื้นที่เรา อย่างภาคเอกชนก็เชิญมาทำ ปัญหาแก้คนเดียวไม่ได้ ต้องช่วยแก้ไขที่ SCG สำเร็จเพราะชุมชนไว้ใจ มีปัญหาบอกชุมชน ไม่ปกปิดร่วมแก้ปัญหาร่วมกัน ความเข้าใจของชุมชนแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน
บ่าย
บรรยายเรื่อง HR for Non HR และการปรับใช้กับงาน CSR ของ กฟผ.
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557
สิ่งที่อยากให้ผู้เรียนรู้พัฒนาคือ
1. Change
2. Paradigm Shift
3. Mindset
สรุป Quotation
- Microsoft เริ่มต้นเหมือนเน้นไปที่ PC Computer เจอปัญหา เพราะคนไม่ใช้ PC ต่อมาคือ Satya Nadella ทำเรื่อง Cloud Computing เข้ามาช่วงสถานการณ์เปลี่ยนแปลง
- HR เกี่ยวข้องกับ Leadership 2 อย่าง ต้องเป็น Leader หน้าที่คือไปสร้าง Leader ต้องยืมคนอื่นมา
- จุดสำคัญที่สุดคือค้นหาตัวเอง นอกจากเป็นวิศวะแล้ว ไม่เป็น HR Manager เพราะอะไร
- Science & Social Science ต้องผสมกัน
- Turn Intangible มาเป็น Tangible
- อยากให้ Non HR ลงลึกเกี่ยวกับ Human Resource นอกจาก Resource Department
- การแข่งขันขึ้นอยู่กับ Quality
- ถ้าเราจะเป็น Non HR ที่เก่งเรื่องคน เราต้องมีปรัชญาเรื่องคน
- Factor Proportion ถ้ามีทรัพยากรธรรมชาติมากกว่ามนุษย์จะไม่ลงทุนเรื่องคน
- Potential ของมนุษย์อยู่ข้างใน ไม่อยู่ข้างนอก เน้นการกระตุ้นเพื่อความเป็นเลิศ
- การมองทรัพยากรมนุษย์อยู่ที่องค์กร ถ้าไม่เข้าใจ Macro ไปสู่ Micro Human Capital เจ๊ง
- เปลี่ยนก่อนที่จะถูกบังคับให้เปลี่ยน
- Non HR ต้องทำ 3 อย่าง ปลูก พัฒนา เก็บเกี่ยว เอาชนะอุปสรรค
HR Department
- ต้องให้บทบาท HR ไปสู่ Non HR หรือ Line Manager มากขึ้น
HR Function
- HR Function ต้องเปลี่ยน คนไม่ใช่ HR หรือ HR ต้องเข้าใจมากขึ้น
HR
- HR ยุคใหม่ต้องไม่ติดความคิดเดิม ๆ
- Blue Ocean คือความคิดสร้างสรรค์
- Asset แต่ก่อนเป็น Financial Asset อย่างเดียว
- HR ไม่ใช่ทำเรื่อง Performance เพรียว ๆ ต้องมองสังคมด้วย ต้อง Trust และ มี Social Trust
- ก่อนปลูกคนในองค์กรต้องมี HR และ Recruitment (ปลูก เก็บเกี่ยว Execution
- คุณลักษณะทุนมนุษย์ที่เหมาะสม จริยธรรม คุณธรรม
- ต้องเรียนรู้ทำงานแบบเครือข่าย
- เมื่อมี 8K’s แล้วค่อยกระเด้งไป 5K’s ทำอย่างไรคิดนอกกรอบ มีไอเดียใหม่ ๆ
- กฟผ.ยุคใหม่ต้องคิดอะไรที่แตกต่าง ถ้ามีลูกค้าอย่าไปเน้นลูกค้าเดิมให้หาลูกค้าใหม่ ๆ ด้วย อาจเน้นการทำธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่ไฟฟ้า
8K’s 5K’s
- มีโอกาสเพิ่มมาตรฐาน คุณภาพ Benchmarking
การเก็บเกี่ยว
- ไม่ใช่เครื่องจักร ทำอะไรต้องมีความพอใจ
Intangible ควรประกอบด้วย
- การทำงานอย่างมีความสุข (Happiness)
- ยกย่องคนทุกระดับ (Respect)
- ให้คนอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี (Dignity)
- มองไกลและยั่งยืน (Sustainable)
การทำงานเน้นความยั่งยืนคือพฤติกรรมของเรา ทำให้คนใฝ่รู้มากขึ้น ต้องหา Solution แก้ปัญหาให้ได้
สุดท้าย
ให้ Non – HR ในห้องนี้บ้าคลั่งความสำเร็จให้มากขึ้น การเอาชนะอุปสรรค สิ่งที่เสนอในวันนี้ไปติดที่ High บ้าง บางครั้ง Bureaucracy แข็งเกินไปเพราะมีงบประมาณประจำปี แต่มีงบกลางน้อยมากเลย
Value Creation เริ่มจากศูนย์แต่มีความคิดแตกต่างจากคนอื่น ต้องเปลี่ยนจากความหลากหลายไปสู่มูลค่าเพิ่ม
Workshop
นนี้ ต้องตื่นแต่เช้า 5.30 น. เพื่อไปร่วมกิจกรรมเพื่อสุขภาพ เราร่วมกับ อ. ดร. จิระ และเพื่อนๆ พี่ๆ ที่นัดกันเวลา 6 โมงเช้า เพื่อเดินออกกำลังกาย จากหน้าร้านอาหารบ้านเอราวัณ ลงเขามาถึงปากทางขึ้นบ้านเอราวัณ แล้วก็เดินกลับ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที หลายคนพร้อม หลายคนไม่พร้อม (ไม่มีชุดกีฬา) แต่มีสปิริตไปร่วมเดินออกกำลังกายกัน กิจกรรมภาคเช้ามืด สำเร็จลงด้วยดี ไม่มีใครเป็นลม สุขภาพดีทุกคน
ภาคเช้า เราได้เริ่มจาก Learning Forum & Practice ในหัวข้อ “เทคนิคการนำเสนออย่างทรงพลังและประทับใจ” “Art and Feeling Presentation” โดย อาจารย์จิตรสุมาลย์ อมาตยกุล อาจารย์มีกิจกรรมให้ทำหลายอย่างมาก ทั้งที่ทำได้ และไม่อยากทำ (แต่ก็ต้องทำ)
โดยเริ่มจากการทบทวนตั้งแต่ในวัยเด็กว่าอยากเป็นการ์ตูนอะไร เพื่อค้นหาความคิดในวัยเด็ก ซึ่งเป็นจุดเริ่มของตัวต้น
จากนั้น ให้มีการฝึกคิดจินตนาการจากสิ่งที่ไม่เป็นจริง เพื่อดูว่าเห็นภาพแล้วคิดถึงอะไร
และมีกิจกรรมที่ต้องแสดงตามที่อาจารย์บอก (โดยไม่ทราบล่วงหน้า) ซึ่งกิจกรรมนี้ เป็นการทำให้ทราบว่า คน (ผู้ใหญ่) มีการใช้สมองซีกซ้าย (Expert mind) มากกว่าสมองซีกขวา (Beginning mind) ซึ่ง Expert mind มักจะมีในผู้ใหญ่ ที่จะคิด (หรือถอยหลัง 1 ก้าว) ก่อนที่จะ Action เพราะต้องรักษาภาพลักษณ์เสมอ และ Beginning mind มักจะทำได้ทันทีโดยไม่ต้องคิด ทำได้ทันทีตามที่สมองสั่งการ ในการทำกิจกรรมนี้ จะเป็นการดึงเอาศิลปิน (จากสมองซีกขวา) ออกมาใช้งาน [กิจกรรมนี้ ใช้เวลานานไปหน่อย เพราะให้ทำทุกคน ทำให้มีอาการเบื่อเกิดขึ้นในเพื่อนๆ หลายๆ คน]
โดยสรุป “Art and Feeling Presentation” จะทำให้ทราบถึงว่า เราต้องมี Creativity เพื่อทำให้การ Presentation ของเราสำเร็จ คนจำได้ ซึ่งจะต้องมีส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ Verbal คำพูด (7%) Sound เสียง (38%) และ Action ท่าทาง (55%)
Content and Presenter เป็นสิ่งที่ทำให้การสื่อสารได้สำเร็จ
Content ทำให้เกิด Involvement แต่จะทำ Content ให้น่าสนใจได้นั้น ต้องอยู่ที่ Presenter ซึ่งต้องมี “Art and Feeling Presentation”
สำหรับในช่วงบ่าย มีผู้ทรงความรู้มาร่วมใน Panel Discussion ในหัวข้อ นวัตกรรมทางสังคมเพื่อชุมชน (Social Innovation) กับการทำงานของ กฟผ. โดย คุณรังสรรค์ อัฐมโนลาภ ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม (ชคส.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย คุณสุทธิเดช สุทธิสมณ์ อดีตผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ดำเนินการอภิปราย โดย ดร.จีระเดช ดิสกะประกาย
คุณรังสรรค์ อัฐมโนลาภ (ชคส.) ได้ให้แนวคิดว่า สิ่งที่เรา (EGAT) ทำ จะต้องดีกว่ามาตรฐาน และเรื่อง CSR ต้องเริ่มจากภายในสู่ภายนอก โดยในแนวคิดของ ชคส. CSR ได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม
1)CSR สังคมไกล – สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ในภาพรวม
2) CSR ในองค์กร – CSR in Process ในกระบวนการหลัก, วัฒนธรรมความรับผิดชอบต่อสังคม. พนักงานมีส่วนร่วม และจิตอาสา กฟผ.
3) CSR สังคมใกล้ – พัฒนาสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยรอบหน่วยงาน
ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ (ปราชญ์ชาวบ้าน) ได้ให้ความเห็นว่า “ต้องสร้างให้ชุมชนอยากรู้ ชุมชนนถึงจะอยากทำ”
โครงการที่จะช่วยชาวบ้าน จะต้องเป็นโครงการที่เห็นผลเร็ว ชาวบ้านจึงจะให้ความร่วมมือ จากนั้นจึงค่อยสอนหรือให้มีโครงการที่ใช้เวลาระยะยาวขึ้น จึงจะได้รับความร่วมมือจากชาวบ้าน
ปัจจุบัน เทคโนโลยีก้าวหน้ามาก ควรใช้เทคโนโลยีสื่อสาร และ Social Media/Social Network ในการเชื่อมโยงชาวบ้าน (ผุ้นำชุมขน ไม่เรียกประชุมแล้ว แต่ใช้ทีศัพท์มือถือ/Facebook ในการส่งข้อมูลถึงชาวบ้าน ดังนั้น ควรให้ผู้นำชุมชนช่วยกระจากข้อมูล และต้องสร้างสังคมชุมชนให้เป็นสังคมชุมชนแห่งการเรียนรู้
และที่สำคัญ โจทย์ที่จะไปคุยกับชาวบ้านต้องเป็นโจทย์ใหม่ๆ เรื่องใหม่ๆ รวมทั้งนวัตกรรมต่างๆ ควรให้ชาวบ้านช่วยคิด
และ กฟผ. ต้องทำในเรื่องที่เราถนัด เช่น กฟผ. ต้องผลิตไฟฟ้า ไม่ใช่ไปปลูกป่า และต้อง PR ให้มากขึ้น
มีคำถามเกี่ยวกับ การทำ CSR ของ กฟผ. และ งานชุมชนของครูบาสุทธินันท์ ซึ่ง ชคส. ตอบในเชิงว่า คงจะต้องลอกเลียนแบบของครูบาสุทธินันท์ แต่ในความคิดของเรา เราเห็นว่า การทำ CSR ของ กฟผ. ไม่ใช่การลอกเลียนแบบของชุมชนใดชุมชนหนึ่ง แต่น่าจะเป็นการพิจารณารายชุมชน เพราะว่า แต่ละชุมชนเป็น Unique มีความต้องการ มี Characteristic ไม่เหมือนกัน ดังนั้น โครงการที่เป็นที่ต้องการของชุมชน ไม่ควรยัดเยียด หรือเห็นว่าสำเร็จจากชุมชนหนึ่ง แล้วนำไปให้กับอีกชุมชนหนึ่งด้วย
การทำ PR ของ กฟผ. ไม่ค่อยเป็นมืออาชีพ ต้องปรับปรุง ต้องทำในหลายๆช่องทาง และในปัจจุบัน เทคโนโลยีสือสารมามากมาก กฟผ. ควรใช้ให้เป็นทุกๆอย่าง เพื่อติดต่อกับทุกคน ทุกลุ่มอายุ ทุกกลุ่มอาชีพ นอกจากนี้ กฟผ. ควรเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์ 1 ช่อง และ สถานีวิทยุ 1 ช่อง เพื่อเป็นช่องทางประจำของ กฟผ. ม่ต้องไปซื้อเวลาของ TV หรือวิทยุ ช่องต่างๆ