ขอบคุณครับที่มาแสดงความเห็นต่าง เพื่อความรอบคอบในการวิพากษ์ครับ

มี 3 สาเหตุ ที่ผมตีความ "ซุ้ม" ว่าเป็น โลก หรือ โลกียะ เพราะ

1. การทะลุซุ้ม น่าจะหมายถึง โลกุตระ (เหนือโลก) ที่น่าจะสื่อมากกว่า สังสารวัฏ ที่การทะลุซุ้ม แปลว่า หลุดพ้น สังสารวัฏ ก็พอฟังได้ แต่ การหลุดไปจาก โลกียะ น่าจะกินความได้ลึกกว่า

2. มีเส้นเชื่อมจากกรอบโลก มาหาศีล ที่ผมตีความว่า "การอยู่ในโลกได้ดีต้องมีศีล" ถ้าตีเป็นสังสารวัฏ ก็พอได้ แต่ผมว่าไม่เนียนเท่าไหร่

และ

3. รูปพระเอียงมาทางขวา ที่เส้นเชื่อมอยู่ ผมตีความว่า "ท่านยังคงเป็นห่วงโลก" จึงหันมา แลัวท่านจะตีความว่าอย่างไรครับ

ในเรื่องเกศชนด้านล่าง หรือชนเข้าไปในซุ้ม ผมตีความว่าเป็นแค่เทคนิคการแกะแม่พิมพ์ มากกว่าเจตนา

และการจรด หรือชนซุ้มนี้น่าจะมีความหมายเดียวกันคือ โลกะวิทู (รู้แจ้งใน "โลก" และไม่ใช่รู้แจ้งในสังสารวัฏ นะครับ) ถ้าท่านจะแยกเป็น 2 แบบ นั้น ท่านจะตีความว่าอย่างไร เพราะอริยะบุคคลที่ท่านพยายามแยกนั้น ก็ยังไม่ถึง โลกะวิทู ทั้งหมด ยังไม่น่าจะแยกจากกันได้

จากพระอภิธรรม ก็ชัดเจนว่า อริยะบุคคลทั้ง 7 ยังไม่พ้น "โลก" จึงยังไม่ถึงขั้น "โลกะวิทู" จึงควรยังอยู่ในโลก

ที่พ้นไปก็น่าจะเป็น "อรหันต์" ขึ้นไป ที่เป็นอริยะ 3 อันรวมถึงปัจเจกพระพุทธเจ้า และพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

นอกจากนี้ ผมขออ้างมาจากพระสูตร ที่ พระโพธิสัตว์ยังมิปรารถนาจะพ้นไปจากโลก ก็เพื่อต้องการช่วยเหลือสัตว์โลกให้มีทุกข์น้อยลง จึงยังไม่ถึงขั้น โลกะวิทู จึงยังรวมอยู่ในอริยะบุคคลทั้ง 7 ท่านจะอยู่ระดับใดก็แล้วแต่ความสามารถของท่าน

นี่คือคำอธิบายเพิ่มเติมครับ ยังมิได้เห็นคล้อยตามท่านทั้งสองประเด็นครับ