ขณะเดียวกัน ธนาคารต่างชาติ เป็นผู้เริ่มเปิดบัญชีให้กับผู้ที่มีเครดิกดีโดยอนุมัติวงเงินสินเชื่อแบบ โอดี หรือกู้ระยะสั้นและชำระหนี้ทุกเดือนๆละ 10% ของยอดเงินกู้ที่เหลือในแต่ละเดือน โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และไม่ต้องยุ่งวุ่นวายอะไร เสียอย่างเดียวคือดอกเบี้ยแพงมาก 28% ต่อปี เมื่อเทียบกับเงินกู้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่มีดอกเบี้ยประมาณ 6-9% (ขึ้นกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก) เดี๋ยวนี้ธนาคารใหญ่ๆของไทยที่มีต่างชาติมาถือหุ้นเริ่มทำแบบเดียวกัน คือพยายามไม่ปล่อยกู้แบบมีหลักทรัพย์เพราะได้ดอกเบี้ยน้อย หันมาปล่อยกู้กับผู้กู้รายย่อยแทน โดยได้ดอกเบี้ยสูง หรือถ้าจะปล่อยกู้แบบมีหลักทรัพย์ค้ำก็ต้องยินยอมทำประกัน ซึ่งก็เป็นบริษัทย่อยหรือบริษัทในเครือของธนาคารนั้นเอง นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ธนาคารกำไรอย่างมหาสารโดยหากินกับคนที่ยากไร้ ไม่ไม่แตกต่างจากหนี้นอกระบบเพียงแต่หนี้นอกระบบ ตามหนี้โดยนักเลงและชีวิตของผู้กู้ที่ไม่มีปัญญาชำระ ส่วนธนาคาร มีโอกาสหนี้สูญจากลูกค้าที่ไม่มีกำลังชำระคืน โดยการหนีหนี้ และก็เสียอนาคตไปเลย เพราะเครดิกหมด แต่สำหรับลูกค้ารายใหญ่ๆ ก่อนที่เขาจะหนี้หนี้เขาก็มีการวางแผนไว้อย่างดี ไม่เดือดร้อนอะไร

ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท

5 มกราคม 2557