• เมื่อเห็นเด็กนักเรียนไหว้ผู้ใหญ่ ที่ไม่ใช่ครูในโรงเรียน จะรู้สึกชื่นชม เสมอ ว่าเด็กนั้นมีสัมมาคาระ และชื่นชมไปถึงโรงเรียนและบ้านว่า ให้การอบรมดี เมื่อวาน เห็นเด็กสองคนจากหมู่บ้านอื่น ตามผู้ปกครองไปที่ฟาร์มเพื่อรับงานทำประตูสวนยาง เมื่อไอดินฯ เดินออกไปทักทายพูดคุยกับเด็กๆ เด็กทั้งสองก็ยกมือไหว้ ทำให้รู้สึกดังที่กล่าวมา แค่เห็นบ้านและโรงเรียน ทำให้เด็กมีสัมมาคาระได้ ก็พอใจในคุณภาพการจัดการศึกษาระดับหนึ่งแล้ว
  • หลายสิบปีก่อนลูกสาวไอดินฯ ก็เคยบ่นเหมือนกับไจไจ๋ ว่า ไม่อยากไปที่ทำงานแม่ เพราะต้องไหว้คนเยอะแยะไปหมด
  • ปกติไอดินฯ จะแทบไม่ได้ใช้บริการตรวจรักษาจากคุณหมอเพราะเป็นคนสุขภาพดี มีตอนที่เกษียณใหม่ๆ เกิดอาการโรคกระเพาะ (เพราะเทอมสุดท้าย ทุกวันจันทร์จะสอนจาก 08.00-16.20 น. โดยไม่พักทานมื้อเที่ยง เพราะตรวจงานและเตรียมสอนต่อ ไปทามื้อเที่ยงนตอนประมาณ 17.00 น.ทุกวันจันทร์) เลยต้องไปพบหมอตามนัด ซึ่งก็ทำตามที่เคยปฏิบัติมา คือยกมือไหว้หมอก่่อน (หมอที่ไหว้อายุน่าจะใกล้เคียงกับลูก) และหมอก็ไม่ได้รับไหว้ ทำให้แว้บหนึ่งคิดไปถึงการอบรมจากบ้านและสถานศึกษา เพิ่งเข้าใจว่า เหตุที่หมอไม่รับไหว้ คงจะเกิดจากความคิดแบบเดียกับคุณชลัญธร 
  • ชื่นชมในความเฉลียวฉลาด และความเป็นอิสระทางความคิดของไจไจ๋ ที่ไม่ติดในกรอบว่า "ผู้ใหญ่เท่านั้นที่จะสอนเด็กได้ เด็กสอนผู้ใหญ่ไม่ได้" ทำให้เธอกล้าที่จะสอนแม่ และก็ชื่นชมแม่ด้วยที่ลดอัตตา ยอมเปลี่ยนความรู้สึกนึกคิดและเปลี่ยนพฤติกรรมตามที่ลูกสอน...เป็นปรากฏการณ์ที่ประทับใจมากค่ะ ขณะนี้ไอดินฯ กำลังเตรียมต้นฉบับบันทึกว่าด้วยการยกระดับคุณภาพในการจัดการศึกษา ซึ่งจะกล่าวถึงบทบาทของครอบครัวด้วย ขออนุญาตนำเหตุการณ์ "เมื่อลูกสอนแม่ให้มีสัมมาคาระได้สำเร็จ" ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ