จาก
http://www.oknation.net/blog/darknews/2013/06/28/entry-1
“ที่มานั่งรอรถเมล์ตามนโยบายของตัวเอง เพื่ออยากจะรับรู้ปัญหาของชาวบ้านจริงๆ ว่าระบบขนส่งของ ขสมก. มีปัญหายังไง เพื่อจะได้รู้ว่าถ้าซื้อรถเมล์มาแล้วจะให้บริการประชาชนยังไงให้คุ้มค่าที่สุด ตอนนี้ผมมีรถประจำตำแหน่งจึงไม่รู้ว่าปัญหาจริงๆเป็นอย่างไร”
ชัชชาติ สิทธิพันธ์
ครับ...ปัญหาใด ๆ ในส่วนลึกแล้วก็คือ ความไม่รู้ หรือ อวิชชา ตามภาษาของท่านพุทธทาส ปัญหาลึก ๆ ทั้งหลายมักมองไม่เห็นด้วยขนตา มาบัง นี่คือปัญหาของคนทั่วไป
แต่สำหรับนักการเมืองแล้ว ที่ใหญ่กว่าขนตามาก ๆ จะเป็น รถประจำตำแหน่ง ตามที่ ฯพณฯ ท่านพูด เครื่องบินนั่งฟรี โรงแรมชั้นดีห้าดาว ก็น่าจะมาช่วยบังตาอีก
อาจเห็นปัญหาตอนที่ยังไม่เข้าสภา พอได้สิ่งของ เงินทองช่วยแก้ปัญหาของตัวเอง จึงถูกบังไปทันที
ปัญหารถไฟ ส.ส. ต่างจังหวัดน่าจะรู้ดี นับตั้งแต่สถานีหัวลำโพง หาดใหญ่ มีการบุกรุกที่ดินรถไฟมาเนิ่นนาน แต่ก็ไม่มีรัฐบาลไหน ๆ ให้ความสนใจ สงสัยกลัวคะแนนเสียงหาย หรือไม่ก็มีผลประโยชน์อะไรแอบแฝง
ผ่านไปสายใต้แถว ๆ ราชบุรี เห็นมีการขุดดินไปขายใกล้ ๆ ที่ดินรถไฟ สักวันที่ดินทรุด รถไฟจะจมหายลงไปอยู่ใต้ดิน
“ถ้าถามว่าผมนั่งรถเมล์ครั้งสุดท้ายเมื่อไรก็คงเป็นสมัยที่ยังเรียนหนังสือเมื่อ20ปี ที่แล้ว ซึ่งผมก็พบว่ารถเมล์สาย 47 ที่ผมเคยนั่งเรียนพิเศษสมัยที่เรียนเตรียมอุดมฯก็ยังอยู่ ตอนนั้นรถเมล์เป็นสภาพไหนตอนนี้ก็ยังสภาพนั้น"
ชัชชาติ สิทธิพันธ์
ครับ...ท่านอาจจะยังไม่เคยยนั่งรถไฟแลกคะแนนเสียงที่นิยมทำกันมาทุกพรรค ชั้น 3 นี่ ขึ้นไปนั่งทุกที นาน ๆ ครั้ง ตัวรถสกปรก ในรถแออัด ในส้วม ไม่มีน้ำ บางโบกี้ไม่มีประตู ใช้เชื้อกมัดเอา พออ้้นไม่ไหวต้องกลั้นใจ รีบเข้ารีบออก หลายสิบปีก่อนเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น
รถไฟชั้ัน 2 เดินทางไกลดีัขึ้นมาหน่อย แต่เสียเวลาตลอดกาล อย่างน้อย ก็สามขั่วโมงขึ้นไป สายที่สภาพรถไฟดีที่สุด คือสายเหนือ ด่วนนครพิงค์ แต่ก็เสียเวลาเช่นกัน