ผมเข้าใจว่ามีนะครับ อ.ขจิต
แต่เดี๋ยวนี้ภาษาโฆษณาจะใช้เชิง "ชี้ชวน" ให้คิดต่อเอาเอง จนกระทั่งพิสูจน์ยากว่าเขากำลังพูดเท็จ คือการรับรู้ของคนเราเมื่อข้อมูลเกิดขึ้น เราจะ "เติมคำลงในช่องว่าง" เพื่อให้ใจความสมบูรณ์เองโดยอัตโนมัติ ร่วมกับการใช้บริบท รูปภาพ ภาพยนต์ เพลง ฯลฯ ประกอบ
มันยากจนกระทั่งผมว่า ผู้บริโภคต้องปรับภูมิคุ้มกันในการรับรู้ข่าวสารของตนเองไปด้วยแล้ว เพราะจะรอให้คนอื่นดูแลให้ มันจะลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ อาจจะต้องช่วยกัน "ฉุกคิด" กันบ้าง ถ้ามันมียาวิเศษทำให้สมองมันดีขึ้นอย่าง dramatic จริง คนเราคงจะฉลาดไปทั้งโลกแล้ว (ราคาก็ไม่แพงนัก หาได้ทั่วไปตาม supermarket) แต่ถ้ามันไม่จริงแล้วยังขายได้ ก็เป็นสาเหตุเดียวกับการที่ละครน้ำเน่าขายดิบขายดี คือชีวิตในความฝันไม่ไกลเกินเอื้อม คนเราหวังประสบความสำเร็จแบบสำเร็จรูป ง่ายๆ ใช้เงินซื้อได้ ไม่ต้องทุ่มเท ไม่ต้องลำบาก
ในสังคมทีเชิดชูเงินทอง ก็จะชอบการเผยแพร่ concept นี้ ขอให้มีเงินเถอะ จะมีสารอาหารพิเศษ เพิ่มสมอง เพิ่มคุณธรรม เพิ่มจริยธรรม อีกหน่อยคงจะมียาเม็ดหมอศัลย์ ยาฉีดเป็นหมออายุรกรรม ยาอมผู้พิพากษา หมากฝรั่งวิศวะ ลูกอมสถาปัตย์ ออกมาทันใจสัตว์เลี้ยงลูกด้วยเงินกันให้สนุก