อ่านแล้วขออนุญาตแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตามประสาเด็กเลี้ยงควายกับอาจารย์สักเล็กน้อย
เท่าที่ได้มีโอกาสศึกษาชีวิตผู้คนและแนวคิดของนักการศึกษานักพัฒนาบางท่าน ศึกษาแบบคนไม่มีความรู้อะไรเลยนะ
ไม่กล้าออกชื่อท่านเหล่านั้น จะเห็นว่าทุกๆท่านนั้น จะมีพื้นฐานความรู้ดีเกี่ยวกับสิ่งใกล้ๆตัว คือครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่น เช่นปัญญาชนสยามหลายท่าน มีแก่นแกนชีิวิตติดดิน รู้จักตัวเองดี ขณะเดียวกันท่านก็รู้ทะลุถึงแก่นสังคมรอบตัวรอบโลกดีมากเช่นกัน เหมือนท่านเหล่านั้นมีภูมิคุ้มกันดีด้วย จะถูกสิ่งภายนอกจะครอบงำเป็นไปได้ยาก
ความเป็นตัวของตัวเอง แต่ละท่านโดดเด่นจนเราจำได้ติดตา เช่นนักคิดท่านหนึ่งชอบแต่งกายด้วยผ้าแพร ผ้าม่วงออกงาน ในยุคสมัยที่คนในสังคมลืมไปหมดแล้ว อย่างนี้ถือว่าเข้มแข็งในรากเหง้าตัวเอง อาตมาเข้าใจอย่างนั้น ถามว่าดีหรือไม่ดีนั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
สตรีเหล็กของประเทศเพื่อนบ้านเรา ที่ได้รางวัลโนเบล เธอโด่งดังไปทั่วโลก เราจะเห็นและสัมผัสได้ถึงความเป็นตัวของตัวเองที่น่าชื่นชมนั้น คือเธอแต่งตัวแบบชาวบ้านเลย ใครเห็นก็รู้ว่าเธอเป็นคนประเทศใด เช่นนี้ก็คือคนไม่ลืมตัวนั่นเอง
อาตมาเข้าใจผิดหรือเปล่าไม่แน่ใจ เหมือนกับอาจราย์กำลังมองว่าคนที่นิยมท้องถิ่น จะเป็นคนใจแคบ ปฏิเสธความเป็นจริงของสังคม ปิดกั้นตัวเอง
เท่าที่รู้จักคนประเภทนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นคนจิตใจกว้างขวาง ชอบช่วยเหลือมุ่งมั่นพัฒนาสังคม ทำงานหนัก ห่วงใยสังคม อุทิศเวลาให้กับชุมชน(ก็คือสังคมหรือโลกโดยรวมนั่นเอง)
ที่พบเห็นและเป็นไปในตอนนี้ คือส่วนมากไม่รู้จักตัวเอง ไม่รู้จักรากเหง้า ดูถูกตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อย เมื่อเข้าใจตัวเองอย่างนี้ ทำให้คนส่วนใหญ่ กลับบ้านไม่ถูก อยู่ในชุมชนตัวเองไม่ได้ กลายเป็นคนแปลกแยก
เมื่อปีที่แล้วเจอพระบวชใหม่ ท่านจบปริญญาโท สึกแล้วจะไปต่อป.เอก ท่านเล่าว่าอายุจะสามสิบปีแล้ว ไม่เคยเข้าไปในชุมชนเลย ไม่เคยได้สัมผัสผู้คนในท้องถิ่นบ้านเกิดของตัวเอง ออกจากบ้านไปโรงเรียน ไปเรียนในจังหวัด ไปต่อที่กทม.ได้กลับบ้านเมื่ออายุเลยเบญจเพศ
เมื่อทางวัดจะจัดงาน พระอาวุโสชวนท่านไปเยี่ยมชาวบ้านในชุมชน ท่านกลับมาเล่าให้ฟังด้วยความตื่นเต้นว่า โอ้โฮ บ้านเรา มีอะไรดีๆเยอะขนาดนี้เลยหรือ ในวัดที่ท่านอยู่จำพรรษา เป็นวัดที่มีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ท่านก็นึกว่าจะมีแต่ของโบราณที่อยู่ในวัดเท่านั้น ไม่นึกว่านอกวัดจะมีอะไรดีกว่านี้อีก
ตัวอย่างที่ยกมานี้ อาตมาว่าเป็นความอ่อนแออย่างหนึ่งของสังคมปัจจุบันเลยหละ คนอ่อนแอก็จะเป็นโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย สังคมอ่อนแอก็คงเช่นกัน
ขอบคุณอาจารย์ที่เปิดโอกาสให้ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไม่ทราบว่าตรงปรเด็นไหม