-
ขอบคุณกำลังใจจากคุณดารนีครับ เห็นด้วยครับ เงินเป็นเพียงปัจจัยเท่านั้น สำคัญที่จิตจริงๆ
-
ผมชอบอุดมคติครับ แต่อุดมคติต้องวางอยู่บนฐานความเป็นจริง ความเป็นจริงในสังคมที่มีการเอารัดเอาเปรียบกัน
-
แต่ที่ต้องเขียนออกมาบ้าง เพราะถ้าตามข่าวจะเห็นขบวนการประชาชนที่ส่วนใหญ่เป็นคนจนถูกอำนาจการเมืองตัดงบมากขึ้นๆ (ทั้ง พอช. และกรณีการจัดศึกษาแบบมีส่วนร่วมกับชุมชน ผ่าน ร.ร. ขนาดเล็ก) ทั้งที่เดิมก็กระเบียดกระเสียนอยู่แล้ว ในขณะที่หน่วยงานหลายแห่ง (ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม) ประชุมทีงบเป็นแสน บอกทำตามหน้าที่ แต่พอชาวบ้านประชุม ขอจิตอาสา งบไม่ต้องมี ผมว่ามันก็เกินไป
-
ชาวบ้านอาจจะพูดได้ไม่ดังพอ หรืออาจจะเลือกที่ไม่พูด หรือถูกอุดปาก ฯลฯ แต่ผมพอจะเสียงดังอยู่บ้าง ก็ต้องใช้บทบาทนี้พูดแทนล่ะครับ
-
บางทีมันก็เป็นปัญหามาจากการสร้างภาพตัวแทนคนทำงานเพื่อส่วนรวมว่าต้องเป็นแบบยอมตายถวายชีวิต ซึ่งผมคิดว่าไม่จำเป็นเสมอไป ขึ้นอยู่กับกรณี เอาเป็นทางสายกลางเข้าว่าดีกว่า สำคัญคือไม่โกรธ ไม่เกลียดกัน ยอมรับการแสดงความเห็นที่ต่างกันได้
-
ส่วนตัวผมเองก็ต้องทำงานทั้งกับภาครัฐ ภาคเอกชน เอ็นจีโอ นักวิชาการ มีอัตลักษณ์ซ้อนกันไปหมด ที่อยู่ได้นี่เพราะทำงานหลายวงการมาซัพพอร์ต งานเอ็นจีโอแผ่วลงก็หันไปทำวิจัย ทำรายการวิทยุ เฟสบุ๊ค
-
ถามว่าตัวเองเดือดร้อนไหม ก็พอควรครับ แต่ตัวเองก็มีทางเลือกมากกว่าคน "จิตอาสา"จำนวนมาก ที่ไม่มีโอกาสที่จะสื่อสารบอกกับสังคมอย่างนี้ครับ
- ขอบคุณอีกครั้งครับ เชิญไปสมัครเป็นเพื่อนกันต่อในเฟสบุ๊คครับที่ www.facebook.com/wisutl ผมมีหลายกลุ่มข้างในที่อยากขอความรู้จากทุกท่าน เรียนเชิญด้วยครับ