สวัสดีค่ะ พี่ sasinanda คิดถึงนะคะ· ใช้เวลาเพิ่มขึ้นในที่ประชุมเจ้าหน้าที่เดิมค่ะ แต่เมื่อเราไม่มีเวลาที่จะรวมทุกคนหรือมีเวทีสำหรับในภาพรวมสำหรับทุกคนในวันอื่น เราก็เลือกที่จะทำ เพราะ 1 วันที่รวมกันนั้น มีคุณค่าต่อการสร้างความสัมพันธภาพในภาพรวม ซึ่งในองค์กรใหญ่ๆ คงมองเห็นยาก แต่องค์กรเล็กๆ อย่างเรามองเห็นง่าย และต้องรักษาไว้ เพื่อเอาไว้ชดเชยจุดอ่อนที่องค์กรเล็กๆมีแต่องค์กรใหญ่ๆ ไม่มี คือคนน้อย และ 1 คนทำหลายอย่างมาก จนแยกหมวกไม่ถูก โดยเฉพาะราชการที่มีนโยบายมาก เปลี่ยนบ่อย คนต้องออกไปอบรม รับนโยบายบ่อย หลายเรื่องจนแทบไม่มีเวลาทำงาน ยิ่งคนน้อยก็ยิ่งหาช้างเผือกเด่นๆ รุ่นต่อๆไปมาเป็นตัวขับเคลื่อนงานสำคัญๆ ได้ยาก มิหนำซ้ำเรายังมีข้อจำกัดมากมายมหาศาล...ที่มีแรงเสียดทานต่อการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง· ต้องบริหารจัดการเวลาดีๆ ทั้งนี้สิ่งที่นำมาสอดแทรกแบบสร้างสรรค์ หรือเพื่อจัดการความรู้ก็จะมีการตระเตรียมให้เข้ากับปัญหาที่พบเจอในองค์กรขณะนั้นๆ หรือเข้ากับบรรยากาศที่ควรเฉลิมฉลองขณะนั้นๆ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด· หลายครั้งที่เราเร่งรีบด้วยชั่วโมงการประชุมที่เร่งรัด ลืมดูคนและเข้าถึงใจคน จะเห็นความแตกต่างของบรรยากาศอย่างชัดเจน และกลับมาชลอเวลาเพื่อความสุข เพื่อการเข้าถึงใจคน เพื่อการมีส่วนร่วม เพราะขืนทำไปก็จะรู้ว่าสาระที่ยัดเยียดให้นั้นบางครั้งไม่ได้อะไรเลยกับคนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติ ซึ่งไม่ใช่ระดับทีมนำองค์กรที่มีไฟในการก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลาอยู่แล้ว เราต้องการการเป็นเจ้าของ กับการมีส่วนร่วม และผู้ปฏิบัติเหล่านี้แหละ คือกำลังสำคัญของเรา เพราะ ระดับทีมนำเพียงไม่กี่คนกำลังจะหมดแรงจากการขับเคลื่อนองค์กรที่มีข้อจำกัดหลายๆ ด้านอย่างองค์กรของเราค่ะ... ขอบคุณนะคะที่มาเยี่ยมเยือนและให้ความคิดเห็นไว้ด้วย ถ้ามีสิ่งใดที่จะแนะนำ คนทำงานตัวเล็กๆแนวทางการทำงานแบบลูกทุ่งๆ คนนี้ (ตามประสาคนบ้านนอก...แถวชายขอบอยุธยาค่ะ)...น้องแหวว... ยินดีน้อมรับอย่างยิ่งค่ะ