การเปลี่ยนผ่านระบบ Analog TV สู่ Digital TV”

โดย   พันเอก ดร. นที  ศุกลรัตน์  รองประธาน กสทช. และประธาน กสท.

และ พสุ ศรีหิรัญ  ผู้อำนวยการ สำนักงาน กสทช.

15 มีนาคม 2556

สำนักงานกสทช.

พสุ ศรีหิรัญ : การเปลี่ยนผ่านสู่การรับส่งสัญญาณระบบดิจิตอลของประเทศญี่ปุ่น

-  เริ่มวางแผนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิตอลตั้งแต่ปี 1998

-  มีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกฎหมายวิทยุคมนาคม (Radio Act) ในปี 2001 เพื่อให้รองรับกับแนวทางการเปลี่ยนผ่าน

  ปลายปี 2003 ประเทศญี่ปุ่นได้เริ่มออกอากาศระบบดิจิตอลในสามเมืองใหญ่ได้แก่ โตเกียว โอซาก้า และนาโกย่า และขยายต่อไปทั่วประเทศ

ขั้นตอนสำคัญในกระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบโทรทัศน์ดิจิตอลของญี่ปุ่น

1.  การเตรียมการ

2.  ทำ Roadmap

3.  ทำการทดลอง

มีการปรับปรุงจุดอ่อน จุดแข็ง เพื่อให้เหมาะสมกับประเทศไทยมากขึ้น

จำนวนครัวเรือนและเครื่องรับสัญญาณในระบบดิจิตอล เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ประชาชนกว่า 120 ล้านคนใน 50 ล้านครัวเรือน สามารถรับชมโทรทัศน์ดิจิตอลภายในภายในเป้าหมายปี 2011

พันเอก ดร. นที : ญี่ปุ่นเป็นเจ้าของเทคโนโลยี เป็นอันดับ 2 รองจากยุโรป และเทคโนโลยีที่ดีมาก Mobile TV ของญี่ปุ่นมีคุณภาพที่ดีมาก เรียกว่า one seg รับสัญญาณดิจิตอลทีวีผ่านmobile ซึ่งเป็นฟรีทีวี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งประสบความสำเร็จมากเป็น compliment แถมมาให้กับตัวของ Mobile เลย

-  มีทีวี 7 ช่องเป็น Hi-Def ทั้งหมด  (ไม่มี Network)

-  กิจการโทรทัศน์ไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ ทำให้ระบบ TV ของญีปุ่นเป็นเอกชนทั้งหมด หรือไม่ก็เป็น TV สาธารณชน

-  NHK มีการเตือนภัยพิบัติสาธารณะผ่าน TV รวดเร็ว แม่นยำ

-  ประเทศไทยแบ่ง Infra license ญี่ปุ่นก็เช่นกัน แต่ไทยจำเป็นต้องมี network

-  องค์กรกำกับดูแลของญี่ปุ่นไม่เน้นเนื้อหา (Self – Regulation) เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีวินัย

คำถาม

นักข่าว: มีการออกใบอนุญาตอย่างไร

พันเอก ดร. นที: เป็นระยะยาว เน้นการคัดเลือก

นักข่าว: Mobile TV

พันเอก ดร. นที: เทคโนโลยีของยุโรปไม่สามรถ แต่ปัจจุบันของเราสามารถทำได้ ดังนั้น ใบอนุญาต Mobile TV น่าจะออกได้ในปีนี้ ใบอนุญาตบริการโทรทัศน์ (ดูด้วยอะไรก็ได้)  ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตใหม่ เป็นใบอนุญาตเดียว

นักข่าว: เงื่อนไขการประมูล Hi – Def. องค์กรขนาดใหญ่ถือหุ้นร่วมกันจะเปิดโอกาสให้ประมูลได้หรือไม่

คนที่เข้ามาประมูลจะต้องไม่มีความสัมพันธ์กันทั้งในเชิงของหุ้น และในเชิงการบริหาร

นักข่าว: ญี่ปุ่นมีกระบวนการให้ใบอนุญาตเป็นอย่างไร?

พันเอก ดร. นที: ไม่แน่ใจ

นักข่าว: ญี่ปุ่นมีวิธีการเปลี่ยนผ่านไปสู่ TV Digital อย่างไร?

ญี่ปุ่นมีจุดแข็ง คือ การทำ Digital Promotion คือ ทำให้คนสูงอายุยอมรับที่จะเปลี่ยนมาใช้ระบบใหม่ โดยสร้างแรงจูงใจ แจกคูปอง ใช้ Mascos

นักข่าว เงินที่ได้จากการประมูล แล้วเผยแพร่เข้าสู่ที่ไหน

พันเอก ดร. นที: เงินที่ได้เข้าสู่กองทุนการพัฒนาสาธารณะ ไม่ได้สนับสนุนสถานี 

มีจำนวนคุณภาพ และเนื้อหา ควรเปลี่ยนเข้าไปสู่ระบบดิจิตอล กฎหมายควรให้เกิดการปฏิรูป เป็นช่องทางบริการสาธารณะ

หากเป็นเคเบิ้ล โฆษณา 6 นาที ขณะที่ฟรีทีวีมุ่งการหาค่าใช้จ่ายในการโฆษณา

นักข่าว: 48 ช่องฟรีทีวี เยอะไปหรือไม่ เพราะญี่ปุ่นมี 7 ช่อง

พันเอก ดร. นที: เคเบิลเป็นทางเลือกเสียเงินเพื่อให้ได้มา แต่ฟรีทีวี ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จำนวนช่องที่เยอะไม่มีปัญหาหากผลิตออกมามีคุณภาพ

นักข่าว: ขอถามเรื่อง Mobile TV

พันเอก ดร. นที: โมบายทีวี Nice to have แต่ ไม่ nice to pay  จะประสบความสำเร็จหากไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและ ต้องไม่ผูกสัญญากับ Mobile operator

นักข่าว: การใช้ 3g และ 4g มีประโยชน์อะไร

พันเอก ดร. นที: เพื่อให้บริการวีดีโอ บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ใหม่

นักข่าว: หากเอกชนมาประมูลกันเยอะ จะทำอย่างไรให้คนยอมรับ หรือ ควรมีองค์กรใดมาช่วยประมูลเยอะๆ

พันเอก ดร. นที: เงินจากการประมูล ต้องส่งกลับไปให้ประชาชน เพื่อให้ประชาชนกลับมาดู

บทเรียนจากการประมูลคลื่นความถี่ กรณีศึกษา การวิเคราะห์มูลค่าคลื่นความถี่ 3G”

โดย  รองศาสตราจารย์ ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ กรรมการ กสทช.

การประมูลคลื่นความถี่ เป็นการประมูลครั้งแรก มีการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งทางบวกและลบกันอย่างหลากหลาย จึงอยากให้ศึกษา เพื่อเป็นบทเรียนในการประมูลครั้งต่อไป

  ประเด็นในวันนี้ อยากสะท้อนให้เห็นปัญหา หรือจุดอ่อนที่พบในการประมูลครั้งที่แล้ว ปัญหาที่สำคัญที่สุด คือ ในเรื่องการสื่อสาร เกี่ยวกับตัวบอร์ด และหน่วยงานอื่นๆหลายองค์กร รวมทั้งสื่อมวลชนด้วย

  ประเด็นแรก ปัญหาการสื่อสาร คือ การทำความเข้าใจ เพราะเกี่ยวข้องกับหลายส่วน ส่วนแรก คือ ในองค์กรเอง ตั้งแต่บอร์ด 5 คน กสทช. 11 คน พนักงาน 1000 คน การสื่อสารในองค์กรต้องทำให้เกิดความเข้าใจ พนักงานมีญาติ เพื่อนฝูง ที่อยากทราบ พนักงานก็ไม่สามารถสื่อสารในรายละเอียดได้ จึงเป็นปัญหา

  คณะกรรมการ ทำงานแยกส่วนกัน บางเรื่องก็ไม่ทราบเรื่องของอีกฝ่าย เรื่องการประมูลทีวีดิจิตอล ประมูลมูลค่าใบอนุญาต ของฝ่าย กสท. ซึ่งขาดรายละเอียด ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ต้องดำเนินการที่ต้องให้มีการรับทราบอย่างทั่วถึง

  ส่วนที่สอง เป็นการสื่อสารในเรื่องต่างๆในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนผู้สนใจ ซึ่งมีหลายกลุ่ม กลุ่มแรก ผู้อยากใช้บริการ  กลุ่มที่สอง ผู้ที่ติดตามการทำงานของกสทช. ว่ามีหลักธรรมาภิบาลมากน้อยแค่ไหน  ส่วนนี้เองถ้าเรามีการสื่อสาร แปละให้ข้อมูลที่ถูกต้องปัญหาต่างๆก็เกิด ปัญหาภายหลัง คือ มีการฟ้องร้อง แม้กระทั้ง ปปช. เกิดจากข้อบกพร่องของการสื่อสาร

  ส่วนสุดท้าย คือ กลุ่ม สื่อมวลชน ที่ต้องเอาข้อมูลที่ได้รับไปเผยแพร่ ไปยังภาคประชาชนอย่างถูกต้อง ซึ่งบางครั้งถูกบิดเบือน พูดไม่หมดบ้างก็มี

  ประเด็นต่อมา ให้ความสนใจในเรื่องของตัวเงิน ว่าผู้ประกอบการได้อะไรเสียอะไร  ซึ่งเป็นการมองเฉพาะส่วน ซึ่งต้องมองในภาพรวมทั้งหมด ว่าหาก 3G เกิดขึ้นแล้วรัฐบาลจะได้อะไรอีก

  การประมูลคลื่นความถี่ เรื่องที่ต้องพิจารณามีเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีพรบ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม เกี่ยวกับใบอนุญาต การเชื่อมต่อโครงข่าย ค่าบริการ

พรบ.จัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งกสทช.จะต้องมาดำเนินการต่อ ว่าช่วงไหนว่างก็เอามาจัดสรร โดยวิธีการประมูลเท่านั้น เมื่อกฎหมายกำหนดโดยวิธีการประมูล ซึ่งการออกแบบการประมูล ต้องดูว่า คลื่นความถี่จะออกใบอนุญาตกี่ใบ กี่ปี  และเลือกแบบที่เหมาะสม และมูลค่าคลื่นที่ออกแบบ เหมาะสมอย่างไร

  เรื่องหลัก 3 เรื่อง เรื่องแรก คือ จำนวนใบอนุญาต ว่าทำไมต้องเป็น n-1  หมายความว่า ให้น้อยกว่าผู้เข้าร่วมการประมูล 1 ใบ เพื่อให้เกิดการแข่งขัน  พบว่า การใช้ n-1 ก็ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาของการแข่งขัน

เรื่องที่สอง คือ เรื่องประเด็นการประมูล ยังไม่มีแผนแม่บทในการบริหารลื่นความถี่

เรื่องสุดท้าย คือ มูลค่าคลื่นที่กำหนดว่าเหมาะสมมากน้อยเพียงใด

ปัญหา คือ การตั้งมูลค่าคลื่นที่ไม่เหมาะสม ตั้งน้อย ฮั๊วง่าย เงินค้ำประกันที่เอามาวางน้อย  ตั้งสูง ทำให้มีคนมาประมูลน้อย ราคาเริ่มต้น และราคาที่ชนะ อยู่ที่ 67%

ประเด็น เรื่องการนำข้อมูลไปเผยแพร่ ซึ่งพูดไม่หมดบ้าง ข้อมูลไม่ครบบ้าง ทำให้คนรับข้อมูลได้รับข้อมูลที่ไม่ต่อเนื่อง

นักข่าว:  การประมูล คลื่น 1800 เพราะจำนวน operator ไม่ได้มากกว่านี้ คาดหวังว่าจะไบทเรียนอะไรมากกว่าการผิดพลาดจากการสื่อสาร น่าจะเป็นการออกแบบที่ผิดพลาด

รองศาสตราจารย์ ประเสริฐ: ต้องดูทั้งระบบ ตั้งแต่กฎหมาย วิธีการประเมิน ซึ่งการสื่อสารเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น

คุณพิชญ์ภูรี:  ราคาประมูลทราบมาว่า มากกว่า 4,000 ล้านบาท

รองศาสตราจารย์ ประเสริฐ:  ราคาประมูลต้องไม่น้อยเกินไป ไม่อย่างนั้นจะเกิดการฮั้วกันได้  หากเรากำหนดราคาขั้นต่ำ แล้วมีคนขอใบสมัครมา ต้องเช็คคุณสมบัติก่อนว่ามีครบถ้วนหรือไม่

รองศาสตราจารย์ ประเสริฐ:   บทเรียนของการประมูลทั้งประสบความสำเร็จ และไม่สำเร็จทั่วโลก

การคัดเลือกของกสทช. ต้องสมัคร และสถาบันเป็นส่ง และเลือกกันเอง อีกจำนวนหนึ่ง และส่งไปให้วุฒิสภาโหวต

อ.จีระ: อยากให้รู้ว่า นักข่าวต้องคิด และศึกษา เพราะกรรมการมีบทบาทสูง ถือว่า กสทช.มีความโปร่งใสอยู่แล้ว

นโยบายกับความจริงเรื่องการครองสิทธิ์ข้ามสื่อของประเทศไทย

โดย  ผศ.ดร. พิรงรอง  รามสูต รณะนันทน์

อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ร่วมวิเคราะห์และดำเนินการอภิปรายโดย

อาจารย์วีรวรรณ วรรุตม์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์

มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด

ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูต รณะนันทน์

-  การครองสิทธิ์ข้ามสื่อ ตั้งแต่ 1980 จะเห็นการควบรวมกิจการและการครอบครองซื้อของสื่อมากขึ้น และธุรกิจต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเห็นชัดเจนใน 1990

-  ความเป็นองค์การสื่อขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ สื่อเป็น Media Confirmarate เพิ่มขึ้น

-  ก่อนที่จะ Cross Leadership มีความเป็นเจ้าของ เป็นบริษัทหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ การกำกับดูแลตนเองด้วย Rating

-  การขยายความเป็นเจ้าของข้ามสื่อต่างประเภทกัน เช่น  Warner เริ่มจากเพลง ขยายไปสตูดิโอ และ Production House ขยายไปจนถึง TV ไป Merge กับ แพลทเทินเนอร์

-  พบว่ามีสื่อต่างประเภทในเจ้าของเดียวกัน มีการทำหลายอย่างใช้ร่วมกันได้

-  การผลิตครั้งแรก ครั้งเดียว มีการ Merge AOL  ไทม์ วอนเนอร์ อเมริกาออนไลน์มีการรับสมาชิกจำนวนมาก สามารถขยายไปสู่สมาชิกเกิด Synergy

-  ยิ่งสื่อเป็นลักษณะ Cross Media เท่าไหร่ ยิ่งดี แต่ถ้ามองในแง่สังคมอาจเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคเนื่องจากเกิดการผูกขาดทางความคิด

-  ความหลากหลายทางความคิด ตลาดแข่งขัน ตลาดสื่อ ซึ่งบางครั้งถูกผูกขาด

-  Anti Trust 

-  Google เป็นผู้ Dominate ตลาด ครองตลาดประมาณ 82 % เป็นผู้ใช้ Youtube  ที่เหลือเป็นของ Mobile Phone ประชาธิปไตยไม่ Function อย่างไม่เสรีภาพ

-  การครองสิทธิ์ข้ามสื่อจะเจอคำว่า Convergent คือการไร้รอยต่อ รวมเป็นเนื้อเดียวกัน 

-  สิ่งสำคัญคือ Diversity เน้นคุณภาพและความหลากหลาย ระดับการโอเปอเรตของสื่อ 

-  The Big 4  เป็นผู้คุมการผลิตระดับโลก

-  ปัจจุบัน มีของ วอลซ์ดิสนีย์  ,Fox Network ,ช่องสกาย สื่อในระดับประเทศ  CNN , Biocom

-  การการันตีความหลากหลาย และพหุนิยม  เพื่อไม่ให้การบริหารจัดการท้องถิ่นถูกครอบงำ

-  ปี 2003 มีกฎหมายฉบับใหม่ สามารถเป็นเจ้าของสื่อรายเดียวได้หมดแล้ว 45 %

-  เมืองไทยถ้ามองในแง่โครงสร้างการถือครอง จะมีความพยายามในการถือครองสิทธิ์ข้ามสื่อ เช่น TNN โดยคุณไพบูลย์ ไปครอบครองซื้อมติชน โดยซื้อหุ้นในตลาดทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการครอบงำสื่อ และความสัมพันธ์ระหว่างคุณไพบูลย์และคุณทักษิณอาจเป็นที่มาของการครอบครองสื่อ

-  ทรัพยากรการสื่อสารใช้คลื่นโทรคมนาคม อย่างคุณทักษิณเป็นเจ้าพ่อไทยคม มีกรณีที่ชินฯ ไป Acquire ITV มาเป็นต้น  อาจเป็นการทับซ้อนเรื่องการเมืองและครองสิทธิ์ข้ามสื่อ

-  การเป็นเจ้าของข้ามสื่อ ลงทุนน้อย Content มีอยู่แล้วทำให้เกิดการขยายไปสู่ผู้รับรายอื่น

กสทช.เรื่องทีวีดิจิตอล พอมี 48 ช่องจะประมูลอย่างไร ไม่ให้เป็นลักษณะครองสิทธิ์ข้ามสื่อ เป็นอะไรที่จะรอดูต่อไป

คุณพิชญ์ภูรี

พอจะเปิดเผยได้หรือไม่ว่านโยบายของกสทช.จะดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับการครองสิทธิ์ข้ามสื่อ

ดร.พิรงรอง

-  ที่ทราบครั้งสุดท้ายยังไม่มีสูตรสำเร็จ เพียงแต่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องทำ แต่สูตรยังไม่เสร็จ

-  กสทช. และเป็นกสทช.และกทค. อยู่ใน 3 อนุ ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ไม่สามารถตอบได้จริง ๆ

คุณพิชญ์ภูรี

นโยบายการกำกับดูแลครองสิทธิ์ข้ามสื่อควรเป็นอย่างไรในประเทศไทย และกฎเกณฑ์ออกมาช้าจะมีผลอย่างไร

อาจารย์วีรวรรณ

-  ไม่ว่าเรื่อง 3 G และเรื่อง ดิจิตอลทีวี ได้รับมอบหมายจากคุณมิ่งขวัญให้ออก Roadmap ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000  แต่ปัจจุบันยังไม่ถึงไหนเลยอย่างในพม่าออกอากาศในระบบดิจิตอลได้แล้ว และลาวออก 4G ได้แล้ว

-  การครองสิทธิ์ข้ามสื่อตอนนี้ข้ามไปหมดเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่าง Cross ไปหมดเรียบร้อยแล้ว  ปี 1980 มีอินเตอร์เนต  ปี 1990 หนังสือพิมพ์ใช้ระบบอินเตอร์เนต

-  สรุปคือกฎหมายเราช้ากว่าเทคโนโลยีมาก ๆ และเมื่อออกมาแล้วกฎหมายลูกก็ยังไม่ออกมาอีก ทั้ง ๆ ที่เราคุยเรื่องเทคโนโลยีมานานแล้ว ปัญหาอยู่ที่อะไร

-  อย่างไรก็ตาม มองว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการมีกฎหมายต้องมีการกำกับหรือไม่

-  FCC ของต่างประเทศต้องนำเสนอ Congress ของอเมริกา  5 เสียงใน Commission เป็น เดโมแครต 3 เสียง รีพับริกัน 2 เสียง  ของอเมริกา ถ้าเป็นเจ้าของไม่ได้มองไปถึงจำนวนเปอร์เซ็นเทจ  แต่ของบ้านเรา เช่นการดูเรื่องละครคนดูประมาณ 50 กว่าเปอร์เซ็น เราน่าจะดูถึงการเข้าถึงผู้บริโภคด้วย  ต้องมองถึงภาคประชาชนว่ามีสิทธิ์เป็นเจ้าของหรือไม่ เช่น FCC เป็นสื่อ โอเคหรือไม่คุ้มครองผู้บริโภคหรือไม่ อย่าง FCC เป็นกรณีเห็นชัดมาก อย่างฝรั่งเศสมี CSA  มีขนาดประเทศใกล้เคียงกัน เปลี่ยนจาก analog เป็นดิจิตอลใกล้เคียงกัน เราอาจต้องศึกษาตัวอย่างดู

ผอ.

-  ที่เห็นตัวอย่างคนที่อยู่ในสื่อการที่โทรคมนาคมจะมาถือครองสิทธิ์ข้ามสื่อมีมุมองในเรื่องนี้อย่างไร

ดร.พิรงรอง

-  ตามกฎหมายมองจากบรอดแคส หรือสื่อหนังสือพิมพ์  ประเด็นคือโทรคมนาคมคือผู้ผลิตเนื้อหาที่มีท่อ  ยังมีการแบ่งตามลักษณะของสื่อ แต่ก็มีการทำแบบไร้รอยต่อ

ผู้เข้าร่วม

อย่างในสิงคโปร์โทรคมนาคมมีสื่อในมือเขาด้วย อย่างในประเทศไทยก็คือเป้าหมาย Intouch ด้วย

ดร.พิรงรอง

-  ท่อมีเนื้อหา มีช่องทางไปสู่ผู้บริโภค อย่างไรก็ตามต้องเปลี่ยนไปที่ผู้บริโภคเพื่อการแยกแยะได้

-  เราควรเน้นไปที่ผู้บริโภครู้ถึงสถานการณ์ที่ควรจะเป็น

ดร.จีระ

-  คิดอยู่แล้วว่าแนวนี้น่าจะเกิดขึ้นเพราะสังคมไทยเป็นสังคมบ้าอำนาจและผูกขาด

-  ไม่ Happy ที่ ก.ศึกษาธิการให้ Nation ทำมหาวิทยาลัย

-  โดยข้อสรุปน่าจะมี 3 ประเด็น

1.ประโยชน์ของการไขว้กัน Diversity ต้องเลี่ยน Diversity เป็นมูลค่าให้ได้

2. ระหว่างยังไม่มีกฎหมายยอมรับ สิ่งที่จะเสนอคือ การศึกษาคุณธรรม จริยธรรมของเจ้าของให้ดีว่าเป้าหมายทำไปเพื่ออะไร

3. กสทช.ต้องไปศึกษา Competitive Law ที่กระทรวงพาณิชย์มีกฎหมายห้ามการผูกขาดอยู่แล้ว อำนาจของการเมืองวันนี้กับอำนาจของสื่อถ้าอยู่ในมือเดียวกันยุ่ง สิ่งสำคัญคืออยากให้สนใจคุณธรรมของผู้บริหารเหล่านี้ ว่าทำเพื่ออะไร กฎหมายต้องรอเวลาอีกนิดนึง อยากให้ถามตัวเองว่าเป็นสื่อเพื่ออะไร ตราบใดก็ตามเป็น Monopoly ที่เป็นประโยชน์เพื่อส่วนรวมจะไม่มีปัญหา  ในระหว่างการเตรียมการไม่มีปัญหา การ Cross Over บางส่วนดี แต่ถ้าผู้บริหารไม่หวังดีต่อประเทศ สิ่งนั้นน่ากลัว เพราะไม่รู้ว่าจะนำการบริหารไปสู่ทิศทางใด บทบาทของกสทช.คืออะไร

อาจารย์วีรวรรณ

-  ขอเพิ่มเติมเรื่องการข้ามสื่อโดยใครก็ตาม อย่างรูเพิร์ท เมอร์ดอก เป็นคนออสเตรเลียทำสื่อที่อังกฤษและอเมริกา เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ร้อยกว่าฉบับ เป็นเจ้าของโทรทัศน์มากกว่า 40 สถานี ทำให้อเมริกา ต้องเข้าไปดูสื่อว่าถ้าเกิน 45 % ที่ครอบคลุมผู้บริโภคไม่สามารถตีพิมพ์สื่อได้

-  วงการทีวี คนโทรทัศน์ 40 % ที่มีรายได้ ยังถือว่าเป็นการ Dominate และมีรายได้มากกว่าสื่ออื่น ๆ

-  Hot spot wireless มีการใช้มากที่ อเมริกา จีน ฝรั่งเศส …..

-  Cross เป็นได้ตลอด แต่ใครจะได้ประโยชน์สูงสุด

ดร.พิรงรอง

-  การที่พรรคการเมืองเป็นเจ้าของสื่อไม่ได้ห้าม แต่การเป็นนักการเมืองเป็นเจ้าของสื่อในมาตรา 47 ห้าม

-  มหาวิทยาลัยกับสื่อไม่คิดว่าน่ากลัว เพราะว่าอาจไม่ได้สำเร็จมากนัก

ความคิดเห็น

-  เห็นมานานแล้วว่าสื่อมีการเลือกข้างพรรคการเมืองอย่างเช่น สื่อ Blue Sky ในไทย แล้วอย่างใดเรียกว่าเหมาะสมสำหรับประเทศไทย

ดร.จีระ

-  ถ้าดีก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าล้างสมองก็อันตราย

-  สื่อวันนี้เป็นคนที่รับผิดชอบสูง ขอฝากให้คิดถึงส่วนรวมเยอะ ๆ

ดร.พิรงรอง

-  สื่อเลือกข้างเป็นเรื่องหนึ่ง พรรคการเมืองเป็นเจ้าของสื่ออีกเรื่องนึงเช่น Fox เป็นเจ้าของโดย รีพับลิกัน  Blue Sky เป็นเจ้าของโดยประชาธิปัตย์เป็นต้น

-  จริยธรรม เป็นเรื่องที่เป็นปัญหามาก และพบว่าสื่อกำลังเล่นการเมือง

-  สื่อจะเลือก Politic อะไร ต้องการไปใน Dynasty ไหน สื่อทำเพื่อความอยู่รอด

แสดงความคิดเห็น

ทีวีดิจิตอลเมื่อมีการประมูลต้องมีทุน เช่นทุนทางตะวันตก หรือทุนจีน  เป็นต้น

ดร.พิรงรอง

-  โดยหลักต้องมีการกลายสภาพ เช่น พ.ร.บ.ธุรกิจ  ทุนข้ามชาติ ทุนการเมือง

อาจารย์วีรวรรณ

-  พรรคการเมืองหรือสื่อเลือกข้างน่าเกลียดหรือไม่ ไม่น่าเกลียดเพราะเมืองนอกทำอยู่ แต่สิ่งที่ทำคือต้องมีจริยธรรม และให้มีจรรยาบรรณของสื่อ ให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง  FCC ดูอยู่และออกกฎว่าไม่ให้เกิน 47%

ดร.จีระ

-  อยากให้เน้นเรื่อง Enforcement ด้วย อย่างกสทช. บทบาทออกคำสั่งดี แต่การออกคำสั่งไม่ Effective

-  การควบคุม Regulator ส่วนใหญ่มีการควบคุมเฉย ๆ  อยากให้เขียนเรื่องคุณธรรม จริยธรรมเยอะหน่อย อ่านแล้วมีวิจารณญาณของตนเองจะช่วยได้เยอะ

-  ศักดิ์ศรีของสื่อคือพึ่งความจริง และไม่โกหก

อาจารย์วีรวรรณ

-  อเมริกามี Enforcement