กลุ่ม 1 MWA Model Academy
โครงการพัฒนาคนในองค์กรเพื่อทำ Training for Trainer
ชื่อโครงการ
MWA Model Academy โครงการพัฒนาคนในองค์กรเพื่อทำ Training for Trainer
วัตถุประสงค์
1. เพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ และทักษะในการถ่ายทอดความรู้ที่มีอยู่ในตัวของแต่ละบุคคล ไปสู่พนักงานคนอื่นๆ ในองค์กร
2. แลกเปลี่ยนความรู้และวัฒนธรรม ระหว่างพนักงานการประปานครหลวง และพนักงานการประปาของประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะ กลุ่มประเทศ Greatest Mekong Sub-region (GMS) ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่การประปานครหลวงมองเห็นถึงโอกาสในการเข้าไปร่วมลงทุน และยังร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ ที่มีเทคโนโลยีในการผลิตน้ำประปาที่ทันสมัย เช่น ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เป็นต้น เป็นการสร้างองค์ความรู้ และเทคโนโลยีด้านการผลิตน้ำประปาให้ทันสมัย
3. มุ่งส่งเสริมงานวิจัยด้านกระบวนการผลิตน้ำโดย ให้การสนับสนุนทุนวิจัยกับบุคคลทั่วไป และพนักงานของการประปานครหลวง เพื่อสร้างนวัตกรรม และองค์ความรู้ ให้กับองค์กร
4. เป็นแหล่งให้คำปรึกษา และสร้างโอกาสในการลงทุนของการประปานครหลวง ด้านการผลิตน้ำประปา การบริหารจัดการในการผลิต การสูบจ่าย และการจัดจำหน่ายน้ำประปา ทั้งระบบในกลุ่มประเทศ GMS
เป้าหมาย
1. ฝึกอบรมพนักงานระดับผู้มีความเชี่ยวชาญให้สามารถสอนงาน และถ่ายทอดความรู้อย่างมีประสิทธิภาพใน เรื่อง “กระบวนการผลิตน้ำประปา” ให้ได้จำนวน 300 คน ภายในปี 2557
2. เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ทั้งพนักงานการประปานครหลวงและประชาชนของแต่ละประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียนภายในปี 2558 โดยมีการไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในด้านวิชาการอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
3. สร้างงานวิจัยอย่างน้อยปีละ 2 งาน โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2557
4. ให้คำปรึกษา และสร้างโอกาสในการลงทุนในกิจการที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานให้กับ กลุ่มประเทศ GMS ประกอบด้วย เมียนมาร์ ลาว และ กัมพูชา เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับ การประปานครหลวงในรูปแบบของการลงทุนร่วมกัน หรือเป็นผู้รับจ้าง ภายในปี 2560 เช่น รับจ้างผลิตน้ำเพื่อขาย หรือ ทำการออกแบบ และควบคุมการก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำ เป็นต้น
ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ
1. สร้างพนักงานการประปานครหลวงให้มีความสามารถและศักยภาพในการถ่ายทอดความรู้ ในด้านต่างๆ ไปสู่พนักงานภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. สร้างองค์ความรู้จากพนักงานที่ปฏิบัติงาน และพัฒนาจนนำมาปฏิบัติได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ
3. ขยายการลงทุนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน (GMS)
4. สร้าง นวัตกรรม และงานวิจัย ที่เหมาะสมกับบริบทของการประปานครหลวง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างเหมาะสม
ผู้ว่า: สิ่งที่เราเดิน และเป็นทิศทางดำเนินในอนาคต คือ การมีสถาบันวิชาชีพประปา การสร้างคนของเราเป็นสิ่งที่จำเป็น ต้องควบรวมเข้ากับฝ่ายฝึกอบรม ซึ่งต้องทำเป็น Road map คิดว่ากลุ่มนี้เสนอสิ่งที่มีประโยชน์ เห็นสมควรให้ทำ Road map ต่อไป
ท่านรอง: เมื่อมาทำงานได้เรียนรู้และปฏิบัติจริง การไปฝึกอบรมต่างประเทศ ฝึกอย่างเข้มข้นมาก การฝึกฝนแบบนี้กปน.ต้องการมาก และการนำเสนอของกลุ่มนี้มีประโยชน์มาก มีการ MOU กับเวียดนาม ซึ่งจะผลักดันให้มีการอบรมต่อไป
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์: ขอแสดงความยินดีและชื่นชมกับกลุ่มนี้
- เมื่อจะเข้าสู่ AEC ควรจะจัดระบบให้ดี
- กลุ่มนี้ควรจะมี Value creation และ Value diversity มากขึ้น
- ในอนาคต กปน.ต้องมีบริษัทลูก
- กปน.ควรเน้นเทคโนโลยี โดยเน้นความยั่งยืน ประเทศลาว พม่า เขมร มี Infrastructure น้อย เพราะฉะนั้นไทยควรไปช่วยเขา เป้าหมาย 300 คน เป็นเป้าหมายที่ดี
- ควรทำ Training for trainers รุ่นสู่รุ่น และ HR ต้องดู Succession plan
- ขอให้กำลังใจ และต้องทำอย่างต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และ ต่อเนื่อง
พิชญ์ภูรี: เน้นทฤษฎี 2R ทั้ง Reality และ Relevance และยังใช้การแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ระหว่างไทยและอาเซียน ซึ่งต้องทำยั่งยืน
กลุ่ม 2
ชื่อโครงการ : โครงการสร้างเครือข่ายการพัฒนาและการวิจัยแหล่งน้ำดิบระหว่างประเทศ CLMV
หน่วยงาน : ศูนย์วิจัยและพัฒนาแหล่งน้ำดิบ กปน.
ความเป็นมาของโครงการ
คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2543 เห็นชอบวิสัยทัศน์น้ำแห่งชาติ ตามที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเสนอ “ภายในปี พ.ศ. 2568 ประเทศไทยจะมีน้ำใช้อย่างเพียงพอและมีคุณภาพ โดยมีระบบการบริหารจัดการองค์กร ระบบกฎหมายในการใช้ทรัพยากรน้ำที่เป็นธรรม ยั่งยืน โดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและการมีส่วนร่วมในทุกระดับ”
ดังนั้น ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 จึงให้ความสำคัญกับการปรับปรุงการจัดการให้เกิดสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์กับการอนุรักษ์ฟื้นฟู ส่งเสริมการนำทรัพยากรไปใช้ประโยชน์ในระดับที่ยั่งยืนเพื่อช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาที่พึ่งตนเองได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชนและประเทศ รวมทั้งเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของการพัฒนาประเทศ โดยเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม มุ่งเน้นประสิทธิภาพ การกำกับควบคุมที่มีประสิทธิผล มีความโปร่งใส สุจริต ตลอดจนมีการศึกษาวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง
การประปานครหลวงจึงมีนโยบายในการดำเนินโครงการสร้างเครือข่ายการพัฒนาและการวิจัยแหล่งน้ำดิบระหว่างประเทศ CLMV
วัตถุประสงค์ของโครงการ
1 เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายการพัฒนาและการวิจัยแหล่งน้ำดิบระหว่างประเทศ CLMV และเสริมสร้างความสัมพันธ์กับหน่วยงาน องค์กร นักลงทุน ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ
2 เพื่อเป็นแหล่งข้อมูล สถิติ สำหรับใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานของการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับแหล่งน้ำดิบ
3 เพื่อสร้างนวัตกรรมในการเข้าถึงข้อมูลโดยผ่านระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือนแบบกระจาย (Cloud Computing)
4 เพื่อศึกษา แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การเรียนรู้ ประสบการณ์ เทคโนโลยี ตลอดจนบูรณาการด้านการพัฒนาและการวิจัยแหล่งน้ำดิบระหว่างประเทศ
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1 เป็นศูนย์กลางในการศึกษา ค้นคว้าและวิจัยข้อมูล สถิติที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับแหล่งน้ำดิบ เพื่อใช้เป็นพื้นฐานของการค้นคว้าวิจัยตลอดจนติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ หรือการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ภายในประเทศไทยและประเทศ CLMV
2 ส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ในการเสริมสร้างความสามารถ ให้ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์แบบบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรม
3 สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดี กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ระหว่างประเทศไทยและประเทศ CLMV
4 มีแหล่งข้อมูลและแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้มากขึ้น เกิดการสนับสนุน ให้ร่วมมือ และแสวงหาแนวทางใหม่ ๆ ในการประชาสัมพันธ์ร่วมกัน
5 มีการศึกษาศักยภาพและความเหมาะสมของแหล่งน้ำดิบ ที่สามารถใช้เป็นแหล่งน้ำดิบสำรอง หรือกรณีเกิดวิกฤติการณ์ด้านแหล่งน้ำดิบในกลุ่ม CLMV
6 มีนวัตกรรมในการเข้าถึงข้อมูลโดยผ่านระบบ Cloud Computing
เป้าหมายของโครงการ
1 เกิดเครือข่ายการพัฒนาและการวิจัยแหล่งน้ำดิบระหว่างประเทศ CLMV และเป็นพลังในการขับเคลื่อนแผนงานโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวชี้วัด : จำนวนประเทศสมาชิก
เกณฑ์การวัด : อย่างน้อย 4 ประเทศ
2 เป็นที่เก็บรวบรวมข้อมูลแหล่งน้ำดิบของประเทศสมาชิก
ตัวชี้วัด : จำนวนแหล่งน้ำดิบของประเทศสมาชิก
เกณฑ์การวัด : อย่างน้อยประเทศละ 1 แหล่ง
3 จัดทำระบบเข้าถึงข้อมูล Cloud Computing
ตัวชี้วัด : ระบบเข้าถึงข้อมูล Cloud Computing
เกณฑ์การวัด : การเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลาของประเทศสมาชิก
4 เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีระหว่างประเทศ CLMV
ตัวชี้วัด : จัดประชุมเชิงวิชาการ
เกณฑ์การวัด : อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
งบประมาณ : 15 ล้านบาท
ระยะเวลาดำเนินการ: 3 ปี
ผู้ว่า: ขอขอบคุณกลุ่มนี้ที่พูดถึงเรื่อง Cloud computing ภาพรวมโครงการนี้เป็นโครงการที่มีประโยชน์ ที่พัฒนาเรื่อง IT
ผู้เข้าอบรม: การทำ Cloud computing มีประโยชน์มาก ขอถามว่า โครงการนี้มีการประสานงานไปแล้วหรือยัง
หากโครงการนี้ได้รับอนุมัติ จะได้รับการต่อยอดอย่างไร
ทางกลุ่ม: กลุ่มประเทศเพื่อนบ้านมีการหารือเบื้องต้น แต่ยังไม่ได้ตกลงกันเป็นทางการ
โครงสร้างระบบ Cloud computing การที่ขยายผลไปยังประเทศข้างเคียงเป็นเรื่องที่จะทำต่อไป
ศ.ดร.จีระ:
- ความหลากหลายของความรู้ของคนกปน.มีสูงมาก
- โครงการนี้เป็นโครงการที่คิดไม่ยาก แต่ทำในบริบทของอาเซียนยาก
- การดึงเอาประเทศ CLMV ควรเน้นให้เขามาประเทศไทยในฐานะแขกก่อน หลังจากนั้นจึงกลับไปเยี่ยมเขา
- โดยเน้น 3 กลุ่ม หลัก คือ ข้าราชการ นักวิชาการ รัฐวิสาหกิจ ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และสร้างความสัมพันธ์ เน้น Value diversity กปน.ต้องรับไปหารือกับหน่วยงาน สรอ. ในเรื่องของ Cloud computing
- ศึกษาวัฒนธรรม ใน 4 ประเทศนี้ให้ดี ต้องรู้เขา รู้เรา ต้องละเอียดอ่อนในเรื่องการทำงาน เน้นบริบทเรื่องวัฒนธรรม วิถีชีวิต การเมือง
- ต้องมี LO คือ ต้องมีความใฝ่รู้
- ต้อง Networking กับคนที่เป็น Key player
พิชญ์ภูรี:
- มีการวางแผนการนำเสนอได้เป็นอย่างดี แต่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
- เป็นโครงการเก่าที่ต้องการต่อยอด
- ในตัวรายการดีมาก มีองค์ประกอบครบ
- ได้กล่าวถึงการวางแผนแบบ Long term แต่ตอนนี้ต้องมองแบบ Horizon
กลุ่ม 3
โครงการ CIS เชื่อมสัมพันธ์น้องพี่ น้ำประปาหลวงพระบาง และ การประปานครหลวง
วัตถุประสงค์และขอบเขตการดำเนินงาน
การดำเนินงานโครงการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลลูกค้า (Customer Information System : CIS) ของรัฐวิสาหกิจน้้าประปาหลวงพระบาง ซึ่งระบบ CIS ถือเป็นหัวใจสำคัญของการให้บริการลูกค้า เมื่อรัฐวิสาหกิจน้ำประปาหลวงพระบาง มีการปรับปรุงโครงสร้างภายในองค์กรให้พร้อมต่อการให้บริการลูกค้าแล้ว จึงจ้าเป็นต้องพัฒนาระบบการให้บริการลูกค้าเพื่อเพิ่มความพึงพอใจให้ลูกค้า
สำหรับวัตถุประสงค์และขอบเขตการดำเนินงาน มีดังนี้
1. เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ กปน. “เป็นองค์กรชั้นน้าด้านบริหารจัดการที่ดี ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ในระดับแนวหน้าสุดของกลุ่มประเทศอาเซียน ที่ให้บริการงานประปา”
2. เพื่อเสริมด้านรายได้ให้กับ กปน.เพิ่มจากรายได้หลัก โดยการใช้องค์ความรู้ต่าง ๆ จากการที่ กปน.มีประสบการณ์และความชำนาญด้านงานประปา
3. เพื่อเป็นการให้บริการเชิงสังคม (CSR) กับประเทศเพื่อนบ้าน
4. เพื่อสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างการประปานครหลวง และรัฐวิสาหกิจน้้าประปา แขวงหลวงพระบาง
5. เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจในการน้าองค์ความรู้ด้านระบบ CIS ไปยังรัฐวิสาหกิจน้้าประปา แขวงหลวงพระบาง และหน่วยงานประปาในภูมิภาคอาเซียนที่น่าสนใจ
6. สร้างบุคลากรในรูปแบบทีมที่ปรึกษา ซึ่งมีความชำนาญด้านระบบ CIS ของ กปน. เพื่อน้าไปต่อยอดทางธุรกิจ
7. เพื่อเป็นแนวทางการบูรณาการระบบสารสนเทศอื่น ๆ ที่การประปานครหลวงมีความชำนาญ เช่น MIS GIS น้าไปถ่ายทอดหรือดำเนินการในโอกาสต่อไป
ระบบ CIS เน้นการทำงานบน Web application มีสถาปัตยกรรมบนระบบเครือข่าย
ปัจจุบัน มี งานหลัก 4 ด้าน
1. งานระบบข้อมูลผู้ใช้น้ำ
2. งานสนับสนุนระบบการใช้น้ำ
3. งานสนับสนุนองค์กร
4. งานเชื่อมโยงข้อมูล
ขั้นตอนการดำเนินการ (Action plan)
ขั้นตอนหลักในการจัดทำระบบงาน CIS มีดังนี้
1. จัดส่งทีมนักวิเคราะห์ระบบเข้าศึกษาข้อมูล ระบบงานเดิม , โดยรูปแบบการสัมภาษณ์ , การเก็บข้อมูล , การเก็บรายงานการดำเนินการ ฯลฯ เพื่อหาออกแบบ ความต้องการของระบบงานรวมทั้ง ออกแบบ hardware และ software ที่เหมาะสมต่อไป (ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 3 เดือน,ทีมงานนักวิเคราะห์ระบบของ กปน. ประมาณ 5 คน)
2. ขั้นตอนออกแบบระบบงานตามความต้องการของประปาหลวงพระบาง ดำเนินการโดยทีมงานของ กปน. โดยพัฒนาเพิ่มเติมจาก software สำเร็จรูปที่ กปน. มีอยูเดิมแล้ว (ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 6 เดือน,ทีมงานนักวิเคราะห์ระบบของ กปน. ประมาณ 5 คน)
3. ขั้นทดสอบระบบงานและสอนงาน ภายหลังจากออกแบบและจัดท้าระบบงานแล้ว จ้าเป็นต้องมีการทดสอบระบบงานเพื่อความถูกต้องตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน และ มีการสอนงานให้กับผู้ใช้งานของประปาหลวงพระบางเพื่อความเข้าใจในระบบงาน (ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 3
การประปา ได้จัดทำแผนแม่บทร่วมกับการประปาหลวงพระบาง ทำทั้งระยะสั้น และระยะยาว
- จัดตั้งศูนย์ Call center
ประโยชน์ที่ได้รับและการน้าไปประยุกต์ใช้
โครงการนี้มีประโยชน์ที่สามารถเห็นได้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม คือ การประสานงานในความร่วมมือ และท้างานเป็นทีม โดยมีพนักงานที่เป็นผู้แทนมาจากทุกสายงาน ซึ่งนอกจากจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทักษะและประสบการณ์ต่าง ๆ ของแต่ละบุคคลแล้ว ยังได้เรียนรู้และได้รับการถ่ายทอดความรู้และข้อมูลที่เป็น
ประโยชน์จากผู้บริหารสายงานต่าง ๆ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ประโยชน์ที่ได้โดยสรุปมีดังนี้
1. องค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำแผนแม่บทของ กปน. สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานแผนแม่บทระบบประปาในพื้นที่ต่าง ๆ ได้
2. แนวทางการดำเนินงานสำหรับการดำเนินงานโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ
3. การสร้างมูลค่าให้กับองค์กร ทั้งทางด้านการเงิน โดยอาจเป็นแหล่งก่อรายได้เสริมให้กับองค์กร จากการให้บริการและให้ค้าปรึกษาทางด้านวิชาการ และด้านที่ไม่ใช่การเงิน เช่น การสร้างชื่อเสียง ภาพลักษณ์ในด้านวิชาการให้กับองค์กร ร่วมถึงการเสริมสร้างทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญของพนักงาน เป็นต้น
2. สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) กระทรวงการคลัง (สพพ.)
เป็นหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือและการช่วยเหลือทางการเงินในการพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งในการช่วยเหลือทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง
จุดอ่อน
ขาดทักษะทีมงาน ผู้ที่รับผิดชอบกับต่างประเทศโดยตรง และด้านกฎหมายระหว่างประเทศ เช่นสำนักงานความร่วมมือเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน
ผู้ว่า:
-ขอแนะนำเรื่องชื่อโครงการ ต้องไม่ลงรายละเอียดว่าใครเป็นพี่เป็นน้อง ต้องบอกว่าเป็นเพื่อนกัน
- โครงการ Master plan ลาวเป็นประเทศที่ไม่มีเงิน มีแต่ทรัพยากร ไทยจึงต้องช่วยลาว ช่วยด้าน CIS เพื่อให้เกิดการลงทุนทางด้านอื่น
- โครงการ CIS ที่หลวงพระบางน่าจะดีใจ ที่มีโครงการนี้ ซึ่งกปน.ยินดีที่จะเป็นแกนนำในเรื่องนี้ และน่าจะเป็นโครงการที่สำเร็จในอนาคต
ศ.ดร.จีระ:
- โครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่จะเกิดในอาเซียน
- potencial เรี่องนี้เป็นเรื่องที่มีค่ามหาศาล
- ปัญหาในขณะนี้ คือ ความไม่ไว้วางใจของประเทศลาวทีมีต่อประเทศไทย
- ขอให้โครงการนี้เป็นโครงการนำร่อง แต่คนกปน.ต้องมี Right mindset และต้องเข้าถึงระดับสากลให้ได้
- ต้องได้รับประโยชน์ จากการทำโครงการนี้ด้วย
- ประเด็นที่สำคัญ คือ การทำวิจัย เพื่อไปของบกรมวิเทศ ทำเป็น Master plan ได้
- เมื่อประเทศลาวไว้ใจเราแล้ว เราสามารถขายเทคนิคknow how ได้
พิชญ์ภูรี: พระแก้วมรกตเป็นเรื่องเก่าแก่ เป็นพระพุทธประติมากรของโลกประดิษฐานที่ลังกาก่อน แล้วประดิษฐานที่เชียงราย ลาวเอากลับไปครั้งหนึ่ง แล้วไทยก็เอากลับมาอีก
การแต่งกายเหมาะสมกับเรื่องที่นำเสนอ