ขอบคุณ คุณภาวิณีย์ ที่ช่วยเติมเต็ม
"หากนักเรียนเข้าใจ concept และประยุกต์ใช้ได้แล้ว การบ้านอาจจะไม่จำเป็นมาก อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่ามีบางบริบทบางสังคม นักเรียนต้องทำงานหนัก เรียนรู้ ค้นคว้าเพิ่มเติมหลังเลิกเรียนเยอะมาก"
บางเรื่องที่ครูสอน อาจไม่จำเป็นต้องมีการบ้าน บางเรื่องต้องมี จะมีหรือไม่อยู่ที่ดุลยพินิจของครูซึ่งเรียนรู้วิธีการสอนมา ถ้าเห็นว่าครูหย่อนในเรื่องการสอน การให้การบ้านก็ต้องแนะนำครูโดยผู้อำนวยการการเรียนรู้ หรือ ผู้อำนวยการโรงเรียน หรือไม่ก็ศึกษานิเทศก์ ซึ่งเป็นกลไกการช่วยเหลือครู หรือ ผูัรู้อื่นๆ ตามดุลยพินิจของผู้อำนวยการการเรียนรู้
ต่างประเทศเขาเข้าใจว่านักเรียนคืออะไร เขาก็จัดการเรียนรู้ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้า ให้สมกับคำว่า ๅ "นักเรียน" ภายใต้การดูแลช่วยเหลือของครูที่รู้เรื่องในการจัดการเรียนรู้ที่ดี ว่าจะทำอย่างไรที่ให้นักเรียนรู้จรืง ไม่ใช่รู้เพียงแค่สอบได้เหมือนกับของเรา ที่เอาแต่ติว ติว ติว เพียงแค่ให้สอบได้
"หากไม่มีการบ้านแล้ว กระบวนการเรียนการสอนในห้องเรียนจะช่วยสร้างบรรยากาศให้นักเรียนของเราสนใจไปเรียนเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยตัวเองหรือไม่"
อย่างไร ๆ ก็ต้องมีการบ้าน การบ้านเป็นงานเสริม งานพิเศษสำหรับชีวิต ไม่มากก็น้อยต้องมี ส่วนจะจัดการกับการให้การบ้านอย่างไร ต้องให้คุณครูท่านพิจารณา ติดตามด้วยผู้บริหารโรงเรียนคอยดูแลให้เกิดความถูกต้องเหมาะสม ไม่มากไม่น้อยพอดี ๆ ให้เด็ก ๆ เขามีเวลาไปเรียนรู้ หรือ ทำกิจกรรมที่สนใจ ไม่เช่นนั้นเด็กของเราจะเมาเรียน ดังที่ผมได้เขียนไว้แล้ว