“แฟรงค์ เนติวิทย์”เด็ก ม.4 จุดไม้ขีดไฟ วิพากษ์ความล้มเหลวระบบการศึกษาไทย
(ตอนที่ 3)
Q : Freedom of speech สำคัญไหม ?
A : สำคัญนะ แต่บางทีผมก็มีการตั้งคำถามต่อแนวคิดนี้เหมือนกัน
คือการที่เราพูดได้อย่างเดียวเขาเรียกว่าเรามีสิทธิ
เสรีภาพทางการเมืองอย่างเต็มที่ แต่สิ่งสำคัญคือเรื่องทางเศรษฐกิจ
ทุกคนต้องมีความเสมอภาคกันในทางเศรษฐกิจ ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นประเด็นสำคัญมากกว่า
เหมือนที่ อ.ปรีดีฯ เคยกล่าวไว้
ตอนนี้เราพูดอย่างเดียวคือเรื่องสิทธิเสรีภาพในทางการเมือง
แต่เราลืมพูดถึงเรื่องสิทธิ เสรีภาพ ในมุมเศรษฐกิจ
**** ในมือถือของเรา มีคนเอาเบอร์ของเราไปแล้วส่งอะไรเข้ามา ทั้งที่เราไม่เคยต้องการ …หวยออนไลน์มีให้เล่นได้ทุกเวลา ในมือถือส่งเข้ามาให้ทาย ให้ลุ้น ให้แสดงความคิดเห็นพร้อมบอกว่ามีรางวัล เข้าไปในมือถือของเด็ก ๆ อะไรขึ้นคงนึกกันออก ในทีวีก็เช่นกันมีทุกวันบอกว่าให้กด SMS เข้าไป นี่เรื่องเล็ก ๆ เรื่องใหญ่ ๆ เช่น ที่ดินทำกิน คนที่ออกกฎหมาย ไม่ได้ออกกฎหมายให้คนสามารถทำกินได้ ในที่ว่างๆ ทั้ง ๆ ที่เป็นเจ้าของประเทศ น้ำก็เช่นกัน ภาคอีสานที่แห้งแล้งเคยคิดจะทำให้มีน้ำมากๆ แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะคนออกกฎหมาย คนทำไม่ใช่ชาวบ้าน สิทธิทางเศรษฐกิจ หรือ สิทธิมนุษยชน จึงยังเหลื่อมล้ำอยู่อีกมากมาย ต้องให้เด็ก ม.4 ออกมาทวงหา ก็อย่าว่าเด็ก ต้องยกย่องเสียด้วยซ้ำ ที่นำออกมาพูดถึงสิทธิเสรีภาพทางเศรษฐกิจ อันเป็นสิทธิมนุษยชนส่วนหนึ่ง******
Q : ส่วนตัวให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมขนาดไหน
?
A : ช่วงหลังมาอ่านหนังสือเกี่ยวกับสายนี้เยอะมาก
ก็เลยคิดว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด มากกว่าเรื่องอะไรทั้งหมด
การศึกษายังต้องหันมามองเรื่องนี้ สิ่งแวดล้อมที่ดีคุณจะต้องเลิกแข่งขัน
คุณแข่งขันกันทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ปลูกฝังให้นักเรียนมีทัศนคติทางความรุนแรง
เป็นการเบียดเบียนกัน ซึ่งในทางศาสนาพุทธหรือทุกศาสนาแทบไม่มีในเรื่องนี้เลย
หรือแม้กระทั่งพวกไม่มีศาสนาก็เช่นเดียวกัน การทำลายสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อทุกคนในโลก
Q : เป็นเด็กรุ่นใหม่ที่ตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อม
ตอนนี้มีแผนทำอะไรบ้าง ?
A : ตอนนี้ผมคิดจะทำสวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียน เพราะมันยังไม่มี
บางทีเราต้องเปลี่ยนให้มันเป็นรูปธรรม กำลังจะนัดประชุมกับอาจารย์ในเครือข่าย
Q : คิดว่าคนส่วนใหญ่ในสังคมเขาตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อมมากน้อยขนาดไหน
?
A : ส่วนใหญ่ทำเป็นเล่นมากกว่า คือคุณไปอ่านหนังสืออะไรเนี่ย
ถุงผ้าลดโลก...มันไม่จริง คุณต้องไปเปลี่ยนตัวโครงสร้างตัวระบบ
ไปเปลี่ยนตัวสถาบันทางสังคมที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจ พวกบริษัท โรงงานต่างๆ
ที่ปล่อยมลพิษ นี่! เราต้องไปเน้นกันเรื่องนี้ ไม่ใช่เราเป็นคนดี เป็นปัจเจกบุคคล
แล้วช่วยโลกได้ มันพินาศไปก่อน
*****การไปเปลี่ยนระบบก็ทำไป แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเด็ก ๆ หรือผู้ใหญ่ก็ต้องตระหนักร่วมกันไป เพราะสักวันเมื่อเด็กเป็นผู้ใหญ่ เป็นเจ่าของโรงงานเมื่อไรก็จะได้ไม่คิดทำลายสิ่งแวดล้อม*****
A : ผมไม่ค่อยได้ไปทำกับพวก กรีน พีซ (Green Peace) เท่าไหร่ แต่เคยไปร่วมกับองค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) กรณีที่บริษัทเชลล์ไปทำน้ำเสียในแม่น้ำไนเจอร์ ก็ไปหนเดียวเท่านั้น
Q : เรื่องศาสนามีมุมมองอย่างไร
?
A : บางทีผมก็เบื่อนะ
อย่างการสวดมนต์ที่โรงเรียนผมก็ปฏิเสธแล้วเดี๋ยวนี้ ผมก็ไม่สวดมนต์ ไม่ไหว้พระ
แต่ถามว่าผมมีความนับถือไหม ส่วนลึกก็มีความนับถือในศาสนา
แต่ผมเห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่มีความเข้าใจในเรื่องศาสนาเลย
ผมแค่ปฏิเสธศาสนาก็โดนกล่าวหาว่าผมเป็นคนไม่ดี ไม่มีศีลธรรมก็มี แต่ผมก็ชอบนะ
ชอบเวลาที่มีคนแสดงความเขลาออกมา
***** การปลูกฝังศาสนา เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ความปรารถนาดีของผู้ใหญ่อาจกลายเป็นความประสงค์ร้าย หากเด็กฉลาดปฏิเสธ ที่จะประกอบพิธีกรรม ซึ่งโรงเรียนโดยทั่วไป ก็จะเน้นที่พิธีกรรม สวดมนต์ ไปวัด แล้วไม่ได้ปัญญาอะไรกลับมา
ยิ่งพ่อแม่ไม่มีเวลาพาไปวัดตั้งแต่เด็กๆ บ่อยๆ ก็ยากที่จะซึมซับ โตไปหน่อยไปเห็นศาสนาอื่นไปวัดแล้วสนุก ร้องเพลง ดีดกีตาร์ กลับมาก็อาจเปลี่ยนศาสนาได้ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ต้องใช้ปัญญา ถ้ามาเล่นแต่พิธีกรรม จึงอาจลงท้ายด้วยการกระทำอย่าง แฟรงค์ คือปฏิเสธการสวดมนไหว้พระ*****
A : อย่างล่าสุดที่โรงเรียนเขาก็มีไป V-Star ไปอะไรเนี่ย
แต่ผมยังไม่เคยโดนบังคับไปไง พวกกิจกรรมทางศาสนาแบบนี้ แต่ถ้าผมโดนก็คงปฏิเสธ เพราะผมไม่นับถือวัดธรรมกาย
ผมไม่นับถือพวกนี้เลย พวกคณะวัดธรรมกายที่เป็นสัทธรรมปฏิรูป เน้นไปทางวัตถุนิยม
ทางจิตวิญญาณ แล้วทำไมคุณไม่มีสมองคิดกันล่ะเรื่องแบบนี้
ผมเคยคุยกับอาจารย์เรื่องนี้ อาจารย์บอกเห็นด้วย แต่ให้ทำยังไง ภาครัฐเขาสั่งมา
****แฟรงค์ เขาเป็นเด็กตรงไปตรงมาเหมือนชื่อ คิดว่าไม่มีมีประโยชน์ใดแอบแฝง แต่ผู้ใหญ่ ครูใหญ่ บางคนที่เคยเจอ เคยบอกผมว่า พาไปแล้วได้เที่ยวฟรี อยู่ดีๆ มีคนมาชวนก็เอาเด็กไปสองคันรถ หากรอให้พาเด็กไปเข้าวัด แล้วเลยไปพัทยาเอง ไม่มีเงินที่จะพาไปได้ เขาไม่ได้คิดอะไรมากเหมือนแฟรงค์ ทั้ง ๆ ที่เป็นถึงครูใหญ่ ****
Q : อยากฝากอะไรถึงการศึกษา
?
A : ความหวังมันอยู่ที่นักเรียนและครู ปัญหาพวกนี้ต้องกลับมาทบทวน
ทั้งเรื่องความคิด การตั้งคำถาม มากกว่าจะไปเชื่อตามผู้นำอย่างเดียว
ยุคนี้มันไม่ใช่ยุคเชื่อผู้นำชาติพ้นภัยแล้ว นี่คือยุคที่พวกเราทุกคนมีสิทธิ์
มีเสียงเท่าเทียมกัน ดังนั้นเราต้องมีความกล้าหาญในทางคุณธรรม ต้องกล้าออกมาพูด
และพร้อมที่จะรับฟังเสียงด่าอย่างมีขันติธรรม
เพราะตอนนี้สังคมเราไม่ค่อยมีขันติธรรม อย่างที่ผมออกมาพูดอะไรนิดหนึ่งเนี่ย
ก็มีเสียงสะท้อนถึงความบัดซบของสังคมไทยได้เลย ที่ไปออกรายการพูดไม่ถึง 20 นาที โดยที่ไม่ได้โจมตีใครเลย เขาก็กลัวกันมาก
มีการตั้งแฟนเพจออกมาโจมตีผมเยอะแยะ แต่ผมก็ถือคติ No
Hate No Enemy ไม่เกลียดใครไม่มีศัตรู
ดังนั้นเราจะไม่มองคนอื่นเป็นศัตรู แต่ถ้าเขาอยากมองเราเป็นศัตรูก็ไม่เป็นไร
****ยอมรับเด็กคนนี้คมจริงๆ อ่านแล้วชื่นใจ ประเทศไทยต้องฝากไว้กับคนอย่างนี้ ผู้ใหญ่ทั้งหลายต้องอ่านทวนสักสามรอบแล้วนำไปคิดในหลายประเด็น
- เชื่อผู้นำอย่างเดียว คงหมายถึง พวกผู้อำนวยการ หัวหน้าหน่วยงาน ก็อย่าได้เชื่อให้มากนัก เพราะบางคน ใช้ไม่ได้จริง ซึ่งผมท่านก็เห็นอยู่บ้าง ฟอร์มดี มีสายสะพายที่เลวก็มีเยอะ
- ความกล้าทางจริยธรรม ต้องไม่กลัวที่จะสู้กับความไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะความขี้โกงของนายเลวในหน่วยงาน
- พร้อมรับฟังคนอื่น อย่าได้สวน ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา ค่อยคิดค่อยเจรจา
- No Hate No Enemy ไม่เกลียดใครไม่มีศัตรู ในการแก้ปัญหาใด ๆ ตามที่แฟรงค์บอกไว้*****
Q :ต่อมุมมองคนยุคใหม่
ตระหนักในปัญหาการคอร์รัปชั่นด้วยไหม ?
A : แน่นอน เรื่องคอร์รัปชั่นมันไม่ดีแน่
แต่ปัญหาของเราคือโครงสร้างสังคมเรามันรุนแรง มันเอื้อต่อการคอร์รัปชั่น
มันเป็นการกดขี่กัน ดังนั้นพวกที่มันมีอำนาจก็จะกดขี่ผู้อื่นด้วยการคอร์รัปชั่น
ไม่มีสัจจะ เพราะมันเริ่มจากความกลัว ไม่กล้าหาญที่จะพูดความจริง
ดังนั้นก็เลยต้องกะล่อน แล้วก็รับเงินรับทอง โกงไปเรื่อย
****โกงในประเทศไทยมีตัวอย่างให้เห็น โกงอุปกรณ์ทางการศึกษา โกงข้าว จนปัจจุบันทำให้รู้สึกว่าประเทศมีอยู่สองฝ่ายสำคัญคือฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายรอเป็นรัฐบาล แล้วผลัดเปลี่ยนกันทำดี และชั่วปนกัน ทั้งด้วยเจตนา หรือไม่เจตนา ความหวังของสังคมไทยก็คือ ฝ่ายศาล ที่ต้องเข้ามาจัดการกับพวกโกง ซึ่งก็อาจช้าหน่อย แต่ถ้าคนไทยไม่ตกอยู่ในความกลัว เหมือน ที่แฟรงค์เสนอไว้ ระบบหรือตัวอย่างเลว ๆ แค่ไหน สักวันก็คงสยบได้เหมือนกัน*****
Q :เรียกได้เต็มปากไหมว่าเราเป็น
“ขบถ” ?
A : ก็อาจจะเรียกได้ แต่ก็คงไม่ทั้งหมด
เพราะผมยังเรียนหนังสืออยู่ ถ้าสุดโต่งก็คงลาออกไปแล้ว (หัวเราะ)
*****หลานแฟรงค์ เธอสุดยอดมาก ขอฝากประเทศไทยไว้กับเธอด้วยคน*****
สำนักข่าวอิศรา
ขอขอบคุณสำนักข่าวอิศรา ที่นำมาให้อ่านครับ