วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2551


“ญิน”ชีวิตที่มองไม่เห็น


“ญิน”ชีวิตที่มองไม่เห็น

บทความโดยอาจารย์บรรจง  บินกาซัน  ประธานโครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม

โลกใบนี้นอกจากจะเป็นถิ่นที่อยู่ของมนุษย์และสรรพสัตว์นานาชนิดแล้ว ยังมีเผ่าพันธุ์ที่ถูกเรียกว่า “ญิน” ซึ่งมนุษย์มองไม่เห็นอาศัยอยู่ด้วย ตามคัมภีร์กุรอาน ญินถูกส่งมาอยู่ในโลกนี้ร่วมกับอาดัมและเฮาวา บรรพบุรุษของมนุษยชาติ เพียงแต่ว่ามนุษย์ไม่สามารถมองเห็นมันเท่านั้น แต่มันสามารถมองเห็นมนุษย์ ทั้งนี้เพราะญินถูกสร้างมาจากไฟ ในขณะที่มนุษย์ถูกสร้างมาจากดิน 

การมองสิ่งใดไม่เห็นมิได้หมายความว่าสิ่งนั้นไม่มี เพราะสิ่งที่มีอยู่ไม่จำเป็นต้องมองเห็น และสิ่งที่มนุษย์มองไม่เห็นก็มีมากกว่าสิ่งที่มนุษย์มองเห็นเสียด้วยซ้ำ ความเชื่อในการมีอยู่จริงของสิ่งที่มองไม่เห็นนั้นเป็นพื้นฐานคำสอนของทุกศาสดา 

มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นวิญญาณได้ แต่มนุษย์ก็เชื่อว่าตัวเองมีวิญญาณอยู่
ไม่มีมนุษย์คนใดเคยไปเห็นนรกและสวรรค์มาก่อน แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ก็เชื่อว่านรกและสวรรค์มีจริง ด้วยเหตุนี้การปฏิเสธว่าพระเจ้าผู้เป็นเจ้าของนรกและสวรรค์ไม่มีอยู่จริงเพียงเพราะมองไม่เห็น จึงเป็นเรื่องที่ขัดกับตรรกะของเหตุผล

เนื่องจากโลกของญินมิใช่โลกวัตถุ เราจึงไม่สามารถหาความรู้เรื่องญินจากตำราทางวิทยาศาสตร์ได้ แต่เราทราบจากคัมภีร์กุรอานว่า ญินเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีชีวิตอยู่ในอาณาจักรของพระเจ้าก่อนที่พระองค์จะทรงสร้างอาดัมเสียอีก 

เมื่อพระผู้เป็นเจ้าทรงสร้างอาดัมขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้อาดัมเป็นตัวแทนของพระองค์บนโลกใบนี้ และได้ประทานความรู้ความสามารถแก่อาดัมแล้ว พระองค์ก็บัญชาให้ทุกสรรพสิ่งในอาณาจักรของพระองค์กราบสยบนบนอบต่ออาดัม ทุกสรรพสิ่งยอมทำตามคำบัญชาของพระองค์ แต่อิบลีสหัวหน้าญินปฏิเสธ เมื่อถูกถามถึงเหตุผล มันตอบว่าอาดัมถูกสร้างมาจากดิน แต่มันถูกสร้างมาจากไฟ เรื่องอะไรที่มันจะต้องก้มกราบอาดัม

ด้วยความทะนงในต้นกำเนิดจนถึงกับโอหังปฏิเสธคำบัญชาของพระเจ้าผู้สร้างมันขึ้นมา มันจึงต้องถูกลงโทษ แต่ก่อนที่พระองค์จะทรงลงโทษมัน อิบลีสได้ขอให้พระองค์ประวิงเวลาออกไปจนถึงวันสิ้นโลกเพื่อที่มันจะพิสูจน์ให้พระองค์เห็นว่ามนุษย์ผู้เป็นลูกหลานของอาดัมที่พระองค์ทรงยกย่องนั้นมีน้อยคนนักที่จะกตัญญูต่อพระองค์ 

หลังจากอิบลีสได้รับการประวิงเวลาลงโทษโดยการถูกเนรเทศออกจากอาณาจักรของพระเจ้ามายังโลกนี้แล้ว มันก็ทำหน้าที่ของมันเรื่อยมา

ดังนั้น เผ่าพันธุ์ญินจึงถูกเนรเทศมาอยู่ยังโลกนี้ก่อนที่อาดัมและเฮาวาจะถูกส่งมา หลังจากอาดัมและเฮาวาพลาดท่าเสียทีให้แก่การหลอกลวงของอิบลีสเพื่อเป็นบทเรียนแล้ว พระเจ้าจึงได้ส่งอาดัมมายังโลกใบนี้โดยได้บอกอาดัมว่า นับแต่นี้ต่อไปอิบลีสจะเป็นศัตรูกับเขาและลูกหลานของเขาตราบถึงวันสิ้นโลก ถ้าลูกหลานของเขาคนใดคล้อยตามหรือหลงเชื่อมัน มันก็จะพาคนผู้นั้นกลับไปยังต้นกำเนิดที่มาของมัน นั่นคือ “ไฟ”

เผ่าพันธุ์ญินที่อาศัยอยู่ในโลกนี้ มีทั้งญินที่ศรัทธาและปฏิเสธพระเจ้า ญินเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีความแข็งแรงและสามารถเคลื่อนที่ได้เร็ว คัมภีร์กุรอานกล่าวว่า พระผู้เป็นเจ้าได้ให้ความรู้พิเศษแก่นบีสุลัยมาน (โซโลมอน) ในการควบคุมญินมาใช้งานได้ ผลงานชิ้นหนึ่งซึ่งท่านใช้แรงงานพวกญินสร้างก็คือ วิหารโซโลมอนบนเนินเขาแห่งหนึ่งในกรุงเยรูซาเลม ซึ่งมุสลิมเรียกบริเวณนั้นทั้งหมดว่า “มัสยิดอัลอักซอ” ศาสนสถานแห่งนี้เป็นบริเวณที่เกิดกรณีพิพาทระหว่างประชาชาติมุสลิมกับชาวอิสราเอลอยู่ในปัจจุบัน ใน ค.ศ. 70 วิหารโซโลมอนแห่งนี้ได้ถูกทำลายไปแล้วโดยพวกโรมัน คงเหลือแต่ซากกำแพงเก่าส่วนหนึ่งซึ่งชาวยิวเชื่อกันว่าเป็นกำแพงของวิหารและชาวยิวจะไปแสวงบุญกันที่นั่นเป็นประจำ 

เมื่อนบีสุลัยมานเสียชีวิตลง ญินที่ถูกใช้แรงงานก็แตกกระจัดกระจายออกไปจากการควบคุมของท่าน แต่ก็มีมนุษย์บางคนเรียนรู้วิชาติดต่อกับญินและสามารถใช้งานญินเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆได้ คนเหล่านี้สามารถล่วงรู้เหตุการณ์ในอดีตได้จากญินเนื่องจากญินเคลื่อนที่เร็วและมีพวกพ้องอยู่ทั่วทุกแห่งเหมือนกับสายลับในหมู่มนุษย์ 

ในสมัยนบีมุฮัมมัด ญินกลุ่มหนึ่งได้ยินท่านอ่านคัมภีร์กุรอานและเกิดความศรัทธา ญินกลุ่มนั้นจึงได้จดจำและนำถ้อยคำจากคัมภีร์กุรอานไปเผยแผ่ในหมู่ญินด้วยกัน ญินชั่วจะถูกเรียกว่า “ชัยฏอน” หรือ “ซาตาน” ชัยฏอนจะทำหน้าที่ล่อลวงมนุษย์ให้หลงผิดไปกราบไหว้บูชา วิงวอนบนบานหรืออธิษฐานต่อวัตถุและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆที่มนุษย์สร้างขึ้นมาแทนที่จะเคารพสักการะพระเจ้าและวิงวอนต่อพระองค์ 

ญินสามารถปรากฏกายในรูปของมนุษย์และสัตว์ได้ นอกจากนี้แล้วมันยังสามารถเข้าสิงหรือครอบงำมนุษย์ให้ทำสิ่งที่มนุษย์ปรกติไม่สามารถทำได้อีกด้วย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอวดศักดาให้คนโง่งมงายหลงเชื่อบูชามัน ด้วยเหตุนี้ชัยฏอนจึงประสบความสำเร็จในสิ่งที่อิบลีสหัวหน้าของพวกมันได้ขอต่อพระเจ้าไว้ งานที่พวกชัยฏอนชอบที่สุดก็คือการสร้างความแตกแยกขึ้นในหมู่มนุษย์โดยเฉพาะการกระซิบกระซาบในจิตใจของคู่สามีภรรยาให้เกิดความระแวงและแตกแยกกัน 

ความรู้เรื่องญินได้ถูกกล่าวไว้ในคัมภีร์กุรอานเพื่อให้มนุษย์ได้รู้ว่า วิญญาณของมนุษย์กับญินไม่เหมือนกัน วิญญาณมนุษย์เมื่อออกไปจากร่างแล้วก็จะไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งซึ่งมนุษย์ไม่สามารถติดต่อสัมพันธ์ได้ แต่ญินเป็นสิ่งมีชีวิตเร้นลับที่มนุษย์ยังสามารถติดต่อกับมันและใช้ประโยชน์จากมันได้ และถึงแม้ญินจะมีอยู่จริง แต่อิสลามก็ห้ามมุสลิมไปยุ่งเกี่ยวกับมัน เพราะอาจเกิดความเพลี่ยงพล้ำทำให้ตัวเองและคนอื่นเสียความศรัทธาไปด้วย และหากมุสลิมถูกชัยฏอนรุกราน มุสลิมจะต้องขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าเท่านั้น

โดย โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม (ขอบคุณข้อมูลจากอินเตอเน็ต)