กำหนดการสัมมนา

งาน วันนิคม จันทรวิทุรครั้งที่ 10 ประจำปี 2555

เรื่อง อนาคตเศรษฐกิจและแรงงานไทยภายใต้ประชาคมอาเซียน

วันพุธที่ 31 ตุลาคม 2555 ณ ห้องประชุมจอมพล ป. พิบูลสงคราม ชั้น 5 กระทรวงแรงงาน

 

ปาฐกถาหัวข้อ “อนาคตเศรษฐกิจและแรงงานไทยภายใต้ประชาคมอาเซียน”

โดยดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์

และ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป มหาวิทยาลัยรังสิต

  • ขอขอบคุณที่กระทรวงแรงงาน สถาบันทรัพยากรมนุษย์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ  และ มูลนิธินิคม  จันทรวิทุร   ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้นมา

  • ผมชื่นชมและมีความศรัทธาต่อแนวคิดของท่านอ.นิคม จันทรวิทุร
  • ท่านเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลชาติชาย ที่ทำเรื่องกฎหมายประกันสังคม เกิดขึ้นในประเทศไทย ปี 2533 กฎหมายนี้ถึงผ่าน
  • หากย้อนกลับไปในยุคที่ผลักดันเศรษฐกิจสมุดปกเหลือง  ก็มีการต่อต้านเรื่อการทำประกันสังคม แต่หลังจากนั้น ก็รู้ว่าเป็นประโยชน์ต่อคนหมู่มาก ระบบประกันสังคม สร้างหลักประกันให้กับคนทำงาน เป็นการลงทุนเพื่อให้เกิดความมั่นคงในการทำงาน
  • ปี 2540 รณรงค์และผลักดันให้เกิดการประกันการว่างงาน ซึ่งเป็นประโยชน์มาก

 

         อนาคตเศรษฐกิจไทย ที่จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะทำให้เกิดการขยายตัวของการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจ  ซึ่งอยากให้มองเป็นโอกาส ถ้าเรามียุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง

         ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง และมีความได้เปรียบมาก คือ ประชากรมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นจาก 66 ล้านคน เป็น 583 ล้านคน จำนวนนักท่องเที่ยว เพิ่มขึ้นจาก 14.6 ล้านคน เป็น 65.1 ล้านคน

         นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ที่จะให้เกิดต้นปีหน้าทั่วประเทศ เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเดินหน้า แม้จะมีเสียงคัดค้านก็ตาม ต้องคิดให้ดี เพราะมันเป็นสิ่งที่ต้องทำ นโยบายหรือมาตรการต่างๆย่อมมีผลด้านบวกและลบ มีผลกระทบกับคนไม่มากก็น้อยแตกต่างกัน กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบ รัฐต้องเข้าดูแลเพิ่มเติม

         ประโยชน์ของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ

1. ประโยชน์ด้านการผลิต

2. ประโยชน์ด้านการบริโภค

3. ประโยชน์ด้านอำนาจต่อรอง

         ต้องดูว่าการกำหนดค่าจ้างแบบไหน ถึงจะทำให้แรงงานดีมากพอ และไม่สูญเสียให้กับต่างประเทศ และทำให้เกิดการแข่งขันได้

         ปัญหาการกระจายรายได้เป็นเรื่องสำคัญ ต้องมีความเป็นธรรม เพราะอาจเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งในการเมืองและทางสังคมในอนาคต

         รัฐต้องมีมาตรการให้เข้าสู่รัฐสวัสดิการที่มีคุณภาพ และมีความยั่งยืน

4เป้าหมายภายใต้ AEC Blueprint เพื่อประสานกลายเป็นหนึ่งเดียว คือ อาเซียน

1. การเป็นตลาดและฐานการผลิตร่วม

2. การเสริมสร้างขีดความสามารถแข่งขัน

3. การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค

4. การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก

         ประเทศไทย ไม่กล้าประกาศว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เพราะยังไม่มีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ และมีความต่อเนื่อง

         ศตวรรษที่ 21 ประทศไทยมีความพร้อมมากที่สุด ซึ่งยุโรปมีปัญหายูโรโซน และอเมริกามีปัญหาภัยธรรมชาติ พายุแซนดี้

         การเปิดเสรีภาคแรงงาน ที่เป็นส่วนหนึ่งของภาคบริการ ทั้งด้านสุขภาพ ท่องเที่ยว โลจิสติกส์ และแรงงาน

         การเปิดเสรีทางด้านแรงงาน ต้องแยกศึกษาออกมาโดยเฉพาะ พลวัตรทางด้านแรงงานมีความเชื่อมโยงอย่างมากกับภาคการศึกษา

         การเปิดเสรีการให้บริการ เกิดการต่อสู้กันบนเวทีการค้าระหว่างประเทศ  ต้องมีการเจรจาต่อรองกัน โลกแห่งความเป็นจริงใครมีอำนาจมากกว่าก็ได้ไป ชัยชนะจะเป็นของประเทศทีพัฒนาแล้ว และเป็นแรงงานระดับสูง  มีโอกาสที่จะไปทำงานไร้พรมแดนมากขึ้น

แรงงานระดับล่าง ก็ไม่ทำอาชีพบางอาชีพ ต้องอาศัยแรงงานต่างด้าว ถ้าการเปิดเสรีนำมาสู่การพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกัน อาจเห็นการเคลื่อนย้ายแรงงานกลับประเทศมากขึ้น

         ประเด็นเรื่องนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ ก็เป็นเรื่องสำคัญ ควรจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ไม่อย่างนั้นก็จะเผชิญกับปัญหาแรงงานกลับประเทศ

            การปรับตัวเป็นกระบวนการที่ใช้เวลา ค่าแรงขั้นต่ำต้องเดินหน้าด้วยปัญหาความไม่เป็นธรรมของระบบเศรษฐกิจไทย ที่ต้องดูแลกิจการขนาดเล็กให้อยู่รอดให้ได้ ขณะนี้แรงงานที่อยู่รอดเพียงร้อยละ 0.6-0.7  เท่านั้น

         คนจากประเทศอื่นจะเข้ามาทำงานในประเทศไทย แล้วแย่งคนไทยทำงานหรือไม่ ใน 7 สาขาวิชาชีพ ว่าแพทย์จะต้องเข้าใจภาษาไทย ต้องมี License ด้วย

         โอกาสและความเสี่ยงในมุมของนายจ้าง เริ่มจาก นายจ้างมีโอกาสเลือกลูกจ้างมากขึ้น อำนาจในการต่อรองลดลง มีการแข่งขันสูงขึ้น  

         อนาคตของเศรษฐกิจไทย ต้องมียุทธศาสตร์ และนโยบาย ให้เดินสู่เป้าหมายร่วมกันได้