ด้วยความยินดียิ่งครับอาจารย์หมอภูสุภาครับ
รูปถ่ายฝีมืออาจารย์นี่ เมื่อดูแล้วจะมีการจัดองค์ประกอบทางความคิดนำเสนอในภาพเสมอครับ หากเป็นการพรรณาด้วยการบอกเล่า ก็เรียกว่ามีประเด็นและธีมของการพรรณาแจกแจงครับ เมื่อเป็นภาพ การมีประเด็นและธีม ก็อยู่ในรูปของสิ่งที่เป็นจุดสนใจหลัก
การมีจุดสนใจหลักนี้ จะแตกต่างมากกับการถ่ายภาพเพียงให้ติดและมีความคมชัด และสะท้อนหลายอย่างครับ นับแต่การมีเนื้อหาและเรื่องราวสำหรับสร้างมุมมอง การมีจุดหมายและมีความสนใจสำหรับบันทึกและถ่ายทอด มีศิลปะในการจัดองค์ประกอบของเรื่องราว การรู้จังหวะในการเข้าถึงโอกาสที่จะถ่ายภาพอย่างที่ต้องการ รวมทั้งมีทักษะการสื่อภาษาภาพและทักษะทางเทคนิคการถ่ายภาพ กระบวนการข้างในเหล่านี้ สามารถถ่ายทอดและเห็นได้ในภาพถ่าย เหมือนกับจะเห็นได้เช่นกันในการถ่ายทอดลงสู่การแสดงออกมาของคนเราทั้งในการทำงานและการดำเนินชีวิตครับ
การทำงานจากข้างในในลักษณะนี้ กับการรู้จักใช้เทคนิคเครื่องมือและใช้ความรู้แบบกลไกเพื่อลงมือปฏิบัติแต่ขาดทำงานข้างใน สองวิธีปฏิบัตินี้ หากนำเอางานมาพิจารณาดูดีๆแล้ว ก็จะแตกต่างกันมากอย่างยิ่งครับ เป็นต้นว่า บางที ภาพถ่ายออกมาซ้วยสวย ชัดแจ๋ว แต่กลับไม่ให้ความคิดอะไรเลย ไม่บันทึกถ่ายทอดและบอกเรื่องราวที่เป็นสาระสำคัญ เพราะรู้จักใช้เทคนิคเครื่องมือและทำงานกับกลไกกล้องเป็น แต่ว่าการขาดทำงานเชิงเนื้อหาและการทำงานความคิดข้างใน
ในขณะที่บางที คุณภาพทางเทคนิคภาพยังไม่ค่อยดีเพราะมือถ่ายภาพยังไม่คุ้นกับเครื่องมือและเทคนิคเฉพาะสำหรับปฏิบัติการบนกลไกกล้อง แต่ทักษะภาษาภาพ ภาษาการเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น และศิลปะการมอง ซึ่งอยู่ข้างในนั้นดี มีอยู่ในตัวอยู่แล้ว ก็จะเห็นในภาพถ่ายได้ครับ ประการหลังนี้ เป็นแง่มุมที่เห็นจากกรณีอาจารย์น่ะครับ ภาพบนเพดานศาสนสถานจำลองสรวงสวรรค์ของเหล่าเทวดา กับภาพที่เหมือนกับกำลังลอยเรือคืนเดือนเพ็ญ น่าสนุก กล้าเล่นมุมกล้อง เห็นแนวคิดและเล่าเรื่องได้เป็นอย่างดีครับอาจารย์ เหลือแต่การจัดภาพและการนำเอาสิ่งที่สะท้อนความสนใจหลัก ให้ไปอยู่ในจุดรวมความสนใจที่เหมาะสม และองค์ประกอบอื่นๆ ก็เชื่อมโยงเข้าหากัน มีความประสานกลมกลืน ลงตัว เท่านั้นแหละครับ ผมลองนำมาจัดวางดูนะครับ

ลองจัดให้สมมาตรแบบปีกผีเสื้อซึ่งเท่ากันทั้งสองข้าง (Symmetry) เส้นโดยรวมในภาพพุ่งสอบเข้าหากัน ทำให้จุดรวมสายตาแรงและจะแจ้งมากขึ้น ความกลมกลืน ความเป็นเอกภาพ และการช่วยกันเล่าเรื่องเป็นธีมเดียวกันได้ดีกว่าเดิม สื่อความนิ่ง มั่นคง อลังการ มีพลังอำนาจ

อีกมุม ลองจัดความสมดุลแบบการถ่วงน้ำหนักความพอดีให้กันโดยซ้ายขวาของภาพไม่เท่ากัน (Unsymmetry Balancing) ให้ความเคลื่อนไหวแต่ลงตัวอยู่ในกรอบภาพ มุมนี้ หากขยายขนาดภาพ ให้ส่วนเพดานเข้ามาอยู่ในกรอบมองภาพมากขึ้น ก็จะได้จุดสนใจซึ่งเป็นหมู่ดาวกระจายบนสวรรค์ เป็นแนวคิดหลักได้อย่างที่ต้องการมากขึ้นครับ

อีกมุมหนึ่ง เน้นแสดงจุดสนใจและความคิดหลัก เจาะจงออกมาให้เด่นชัดเลย ก็ได้ความสวยงามและลงตัวดีเหมือนกันครับ แต่ลดความโอ่อ่าอลังการไปเยอะ
ผมก็ชอบมองในมุมที่อาจารย์บันทึกภาพนี้เหมือนกันครับ และหากมีโอกาส ก็จะถือโอกาสนั่งสมาธิ ดัดแปลงวิธีทำสมาธิแบบผสมผสาน ระหว่างวิธีเพ่งกสิน กับการเจริญอาณาปนสติ กำหนดลมหายใจเข้าออกและเดินทางเข้าไปในตัวเองกับลมหายใจ เพื่อสร้างประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ บันทึกภาพและสะสมนิมิตดีๆไว้กับตัวเราเอง เป็นการถ่ายภาพเหมือนกันครับ แต่ถ่ายและบันทึกลงบนหน่วยความทรงจำที่ทำให้ละเอียดสักหน่อย เมื่อ ๒-๓ สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ผมยังได้เดินชมศิลปะในวัดของเมืองเชียงใหม่ ก็ได้ใช้วิธีอย่างนี้อีกในหลายสภาพแวดล้อมที่ได้สัมผัส โดยเฉพาะในอุโบสถ ซึ่งมีรูปอย่างที่เห็นในภาพถ่ายอาจารย์นี่แหละครับ
ขนบในการสร้างอุโบสถและศาสนสถานอย่างในภาพฝีมือของอาจารย์นี้ ต้นธารของจินตภาพนั้นมาจากระบบคิดเกี่ยวกับจักรวาล สวรรค์ และการใฝ่สดับธรรมจากพระพุทธองค์ของเท้าสักกะผู้เป็นใหญ่ในหมู่เทวดาทั้งหลายในสวรรค์น่ะครับ ดังนั้น เพดานและสภาพแวดล้อม จึงจำลองภาพสรวงสรรค์ เพื่อให้ประสบการณ์ทางจิตวิญญาณในความเป็นเทวดาแก่ผู้คนที่เข้าไปในพื้นที่สมมติดังกล่าว กระทั่งได้อยู่กับอารมณ์การเข้าถึงองค์พุทธะ เรื่องราวอย่างนี้ จะทำให้เราเห็นและสามารถบันทึกถ่ายทอดบรรยากาศ ที่สื่อแนวคิดต่างๆได้เป็นอย่างดี
วิธีสัมผัส เข้าถึงความซาบซึ้ง รวมทั้งสร้างความประทับความทรงจำได้เป็นอย่างดีเมื่อเห็นบรรยากาศอย่างนี้ สำหรับผมแล้ว ก็จะใช้วิธีนั่งสมาธิแบบเพ่งกสิน เพียงแต่เปลี่ยนจากเพ่งแสงไฟ ไปสู่การจดจ่อภาพของสวรรค์ ซึ่งก็คือ มองชมงานศิลปะบนเพดาน ฝาผนัง กำหนดลมหายใจเข้าออกให้ละเอียดไปด้วย เมื่อนิ่งและเห็นภาพได้ทั่วอย่างจุใจแล้ว ก็เล็งสมาธิไปยังองค์พระประธานในโบสถ์ซึ่งจะเป็นสีทองเหลืองอร่าม แล้วก็นั่งอยู่กับอารมณ์นั้นสักครู่ใหญ่ การทำอย่างนี้นี่ ได้ความทรงจำที่ประทับแน่นดีมากเลยละครับ เมื่อเดินออกไปแล้วก็ติดตา บางทีเอิบอิ่มเป็นวันๆ
การบันทึกภาพแบบนี้ เมื่อเก็บข้อมูลด้วยกล้องถ่ายภาพ ก็จะทำให้ถ่ายทอดเรื่องราวได้หลายแง่มุมครับ ยิ่งไปกว่านั้น ความที่เป็นการถ่ายภาพและบันทึกจากข้างในอีกด้วยนั้น เมื่อผ่านไปแล้ว จะดึงข้อมูลภาพเหล่านั้นออกมาอีกก็ทำได้ครับ สำหรับผมนั้น วิธีอย่างนี้ ก็ช่วยทำให้สามารถวาดรูปจากความทรงจำได้ อีกทั้งนำเอาเรื่องราวต่างๆมาจัดองค์ประกอบพลิกแพลงแง่มุมต่างๆได้อย่างใจที่ต้องการ
ขอให้อาจารย์มีความสนุกเพลิดเพลินนะครับ ขอบพระคุณที่นำมาแบ่งปันและทำให้ได้ชม มีความสุขเพลิดเพลินไปด้วยมากๆครับ