สวัสดีครับอาจารย์หมอภูสุภาครับ
เมื่อก่อน ในช่วงที่กำลังเรียอยู่ผมก็ได้ไปอยู่บ่อยๆครับ ตั้งแต่ยุคที่เป็นศูนย์สังคีต หลังจากทำงานแล้ว ก็พอได้มีโอกาสไปบ้าง รวมทั้งต่อมาก็เป็นหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯ มีการแสดงงานศิลปะดีๆหลายครั้ง ก็พอได้ไปเหมือนกันครับ ครั้งที่นำมาเขียนไว้ในบันทึกนี้ก็เป็นครั้งหนึ่ง
อาจารย์อวบ สาณเสนและงานของท่านนั้น สำหรับผมแล้วงามมากครับ ภาพเขียนสีน้ำมันของท่านเป็นภาพที่เล่นเรื่องแสงและเงาโดยวิธีใช้ลินสีดมากๆแล้วเช็ดออก เป็นภาพที่สื่อผ่านชามเบญจรงค์ สังคโลก ไวโอลิน ดอกกุหลาบ ดอกกล้วยไม้ แล้วก็เล่นแสงเงาลดทอนแบนๆบางๆ เป็นความเบาบางที่ดูเป็นปึกแผ่น หนักแน่น ด้วยวิธีที่ไม่เหมือนกับอารมณ์ภาพที่ได้จากภาพเขียนสีน้ำมันแบบทั่วไป ลินสีดนี้เป็นน้ำมันมะกอกอย่างดีสำหรับผสมสีน้ำมัน ซึ่งมีน้อยคนนักที่จะนึกถึงการนำเอาลินสีดมาใช้เป็นเทคนิคสื่อผสม เพราะลินสีดเป็นเพียงน้ำยาผสมสีน้ำมันให้รื่น อาจารย์นำมาใช้เป็นเทคนิคเฉพาะตน
งานสีน้ำมันโดยทั่วไปนั้นจะเล่นอารมณ์ภาพด้วยเนื้อสี ต้องใส่ทีแปรงปึ่กปั่กโครมคราม แต่งานของอาจารย์อวบกลับเล่นแสงเงา ความแน่น ความมีน้ำหนัก ด้วยการใช้สีน้ำมันที่เบาบางและการเช็ดออกให้เกิดส่วนที่เป็นแสง
ผมและเพื่อนๆชอบงานของท่านมากครับ ครั้งหนึ่ง เลยรวมตัวกันแล้วก็เดินไปบ้านอาจารย์ ไปเคาะประตู ขอเข้าไปกราบท่าน ขอชมงานต้นฉบับในบ้านของท่าน แล้วก็ขอดูทั้งหมดที่เป็นเบื้องหลังการทำงาน ทั้งสตูดิโอ หลอดสี อาจารย์ให้ความเมตตาอย่างยิ่งครับ นอกจากเปิดประตูและออกมารับพวกผมแบบงงๆ แต่ก็นำชมงานและสิ่งต่างๆในบ้านของท่านแล้ว อาจารย์ก็ยังนั่งคุยวิธีคิดต่างๆให้ฟัง ยิ่งไปกว่านั้น ก็เลี้ยงข้าวและหยิบเอาไวโอลินมาเล่นให้ฟัง พอฟังแล้วก็เหมือนสัมผัสได้ครับว่า สไตล์การเขียนภาพ ซับเจ๊คที่มักมีไวโอลินในภาพของอาจารย์ ความเบาบางแต่หนักแน่นในอารมณ์ภาพของอาจารย์นั้น ก็คือตัวอาจารย์และเสียงไวโอลินของอาจารย์นั่นเอง
ต้องขอบพระคุณอาจารย์มากจริงๆที่กล่าวถึงท่านและชวนให้ได้คุยถึง อาจารย์ทำให้ได้รำลึกถึงว่าไม่ว่าจะตอนเด็กๆหรือแม้แต่ตอนนี้ ผมชอบเดินไปหาคนที่ชอบงานของเขาแบบดุ่ยๆ ทั้งเดินไปคนเดียวและพากันไปหลายๆคน อย่างเช่นอาจารย์อวบ สาณเสนที่อาจารย์ก็ชอบด้วยนี่แหละครับ
คนอื่นๆผมก็เคยได้ทำอย่างนี้เหมือนกัน หลายคนเป็นผู้หลักผู้ใหญ่และต่อมาก็เป็นคนมีผลงานมีชื่อเสียงของประเทศ ตอนนั้นไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรหรอกครับ ก็เราชอบนี่ เมื่อชอบก็ไปหา ทำนองนั้น แต่ต่อมา เมื่อนึกถึงทีไรก็ทำให้เกิดกำลังใจที่จะทำสิ่งต่างๆให้กับสังคมบนพื้นที่ชีวิตและการงานของเรา รวมทั้งเมื่อไหร่ที่ตนเองมีโอกาส ก็ไม่ลืมที่จะต้องหยิบยื่นโอกาสที่ดีๆให้กับคนอื่นๆโดยเฉพาะเด็กๆคนรุ่นหลังๆด้วย เพราะผมเคยได้รับสิ่งดีๆจากท่านเหล่านี้ โดยที่ท่านก็ไม่รู้ว่าเราเป็นใครมาจากไหน แต่ก็กลับให้เราอย่างไม่มีเงื่อนไข เพียงเพราะแสดงความสนใจด้วยบริสุทธิ์และเดินไปหาเท่านั้นเอง ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีตัวตน ไม่มีความน่าเชื่อถืออะไรไปแสดงกับท่านเลย นอกจากชอบและอยากคุยรับฟังการถ่ายทอดสิ่งต่างๆจากท่าน ก็ไปเลย