สวัสดีครับอาจารย์หมอภูสุภาครับ

แนวคิด มุมมอง และจังหวะการถ่ายภาพของอาจารย์ดีครับ หากว่าตามคำกล่าวของพี่ใหญ่ นงนาทฯ ใน dialogue box ข้างบน ก็เรียกได้ว่ามีการวิเคราะห์ เรียนรู้จังหวะลีลาของสิ่งที่เคลื่อนไหว ดังเช่นนกบินโฉบน้ำ เพื่อจัดวางกระบวนการปฏิบัติของเราให้ประสานสอดคล้องกับสภาพการณ์ต่างๆที่เรากำหนดไม่ได้ ให้ได้ความพอดีในช่วงเสี้ยววินาทีเดียวแล้วก็ผ่านไปเลย วางแผน ทำงานในหัว จินตนาการ หรือทำโมเดลจำลองแบบภาพที่จะปรากฏออกมาเมื่อบันทึกภาพแล้ว ทั้งหมดเหล่านี้ ดีครับ หากผสมผสานลงตัวและเป็นหนึ่งกับมือได้เมื่อไหร่ อาจารย์ก็จะมีภาษาของตัวเองสำหรับบันทึก คิด คุย ถ่ายทอด และหายใจผ่านเลนส์ได้อีกมิติหนึ่งนะครับ 

การมอง บันทึก และบอกเล่าสภาพแวดล้อม รวมทั้งวิถีชีวิตการอยู่อาศัยในสังคมเมือง ที่สะท้อนออกมาบนภาพถ่าย (คลองเจดีย์บูชา นครปฐม) ในลักษณะนี้ เหมือนเป็นการบันทึกด้านที่เป็นบรรยากาศความประทับใจ สื่อแนวคิดคล้ายกับวิธีเขียนภาพในแนวแสดงความประทับใจหรือ Impressionism เหมือนกันครับ 

การถ่ายภาพโดยสิ่งที่อยู่ในภาพเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นจริงในสังคม แต่เราสามารถให้วิธีมองและสื่อความเป็นศิลปะ เพื่อชวนสัมผัสด้านที่ให้สุนทรียภาพ สะดุดใจให้เกิดวาระการคิดถึงสิ่งที่อยู่ในภาพ (เป็นต้นว่า สภาพแวดล้อม ทัศนียภาพ ระบบนิเวศในถิ่นอาศัย การจัดระบบบำบัดน้ำ การจัดการขยะกับแหแล่งแม่น้ำคูคลองในชุมชนเมือง การจัดผังแม่บทที่มีพื้นที่สร้างสุขภาวะและสุนทรียภาพ ฯลฯ ซึ่งปรกติผู้คนไม่ค่อยนึกถึงและสื่อต่างๆไม่ค่อยมีพื้นที่สำหรับนำเสนอให้สังคมคุยกัน) และเกิดความรื่นรมย์ในชีวิต อย่างนี้ ไม่เพียงมีบทบาททั้งต่อการบันทึกและถ่ายทอดข้อมูลข้อเท็จจริง อันเป็นจุดแข็งโดยธรรมชาติของภาพถ่ายอยู่แล้วเท่านั้น แต่มีพลังให้การกล่อมเกลา ให้คิด ให้วิธีมองโลกรอบข้าง ให้รสนิยมชีวิตแก่ผู้ชมอย่างเป็นไปเอง สามารถจัดความสัมพันธ์ของตัวเรากับสภาพแวดล้อมของสังคมและสิ่งแวดล้อมเมือง ได้ดีกว่าจัดความสัมพันธ์ตนเองกับสภาพที่ทำให้ตัวเราจมไปกับการเป็นเหยื่อของปัญหามากไป เพราะโดยมาก ผู้คนมักมองเห็นแต่ในด้านภาวะกดดันและความเป็นมลภาวะเสียเป็นส่วนใหญ่ 

เป็นต้นว่า เมื่อได้เห็นภาพอย่างนี้แล้ว ก็ทำให้อยากเดินออกไปนอกบ้านมากกว่าอยากจ่อมจมอยู่อย่างเอกเทศแบบตัวใครตัวมันซึ่งเป็นวิสัยทั่วไปของคนอยู่ในสังคมเมือง อยากไปอยู่ในพื้นที่แห่งความสุขที่มีผู้คน มีตึกรามบ้านช่อง มีความจอแจ เห็นมิติจิตใจและแง่งามบนรายทางชีวิตของสังคมเมือง รู้สึกมีความวางใจและมีความสุขไปกับการอยู่ในสังคมของตัวเอง เลยก็เป็นพื้นฐานให้ใช้ชีวิตที่พอดีๆสำหรับตัวเราเองได้ เป็นศิลปะและสื่อสร้างสุขภาวะสังคมจากจิตใจ มุมมอง และมือเล็กๆ ที่ทำได้เสมอๆของเรา .... ทำนองนี้แหละครับ

เป็นอีกแง่มุมหนึ่ง ที่ใช้ทำงานให้มีความหมายได้ดีนะครับ