"กาลี อัษฏกัม"
भुजे वामयुग्मे शिरोsसिं दधाना
वरं दक्षयुग्मेsभयं वै तथैव ।
सुमध्याsपि तुङ्गस्तनाभारनम्रा
लसद् रक्तसृक्कद्वया सुस्मितास्या ॥२॥
(เนื้อหาต่อจากบทแรก)
ทรงถือศีรษะแลดาบในหัตถ์ซ้ายทั้งสอง
พรและการคุ้มครองอยู่ในหัตถ์ขวานั้นแล
ทรงมีวรกายดั่งสิงห์ที่ค้อมลงเพราะถันอันสล้าง
โอษฐ์ฉาบโลหิตฉาน ยังแย้มด้วยพระเมตตา
शवद्वन्द्वकर्णावतंसा सुकेशी
लसत्प्रेतपाणिं प्रयुक्तैककाञ्ची ।
शवाकारमञ्चाधिरूढा शिवाभि-
श्चर्दिक्षुशब्दायमानाsभिरेजे ॥३॥
ทรงเครื่องประดับจากศพในพระกรรณทั้งสอง
ทรงมีพระเกศีงาม พาหุรัดเรืองรองคือศพแลเข็มขัด
ประทับบนอาสน์คือศพ แลส่งเสียงพึงแสยง
ทั่วสี่ทิศด้วยพลังแห่งพระนาง.
विरञ्च्यादिदेवास्त्रयस्ते गुणांस्त्रीन्
समाराध्य कालीं प्रधाना बभूवु: ।
अनादिं सुरादिं मखादिं भवादिं
स्वरूपं त्वदीयं न विन्दन्ति देवा: ॥४॥
สามแห่งเทพอันมีพระพรหมเป็นต้น อาศัยคุณทั้งสามแห่งพระองค์
และบังเกิดในการบูชาพระแม่กาลี เป็นประธาน
ทรงบังเกิดในเบื้องต้น แห่งการสังเวย แห่งทวยเทพ โดยไม่มีเบื้องต้น
เทพทั้งปวงไม่อาจเข้าถึงพระองค์ ผู้มีรูปแห่งตนเอง.
(สยองแฮะ...)
แปลได้กระท่อนกระแท่น ทั้งศัพท์และสำนวนไม่คุ้นเคยครับ
พอกล้อมแกล้มนะ...