ในยุคอพอลโล๑๑นั้น

ชาวบ้านหนองบัวนอกจากจะจำเกวียนวัวควายของกันและกันได้แล้ว
อีกสิ่งหนึ่งก็คือสัญญาณจากเสียงของกะแหล่ง,โปง(กระดึง)
(เครื่องทำเสียงสัญญาณ สำหรับแขวนคอ วัว-ควาย)
เมื่อเพื่อนบ้านนำเกวียนไปนา ไปไร่
ผ่านหน้าบ้าน ในเวลาเช้ามืด กลับบ้านตอนค่ำ
เราก็บอกได้เลยว่าเป็นเสียงกะแหล่งของบ้านใคร

หรือนำวัวควายไปเลี้ยงในป่าเหนือ เขาพระ เขามรกต
พอได้ยินกะแหล่งวัวควายในป่าโดยไม่เห็นตัว
คนเลี้ยงหรือเจ้าของสามารถจำและแยกเสียงนั้นได้

คนที่มีฝีมือดี หรือมีความสามารถทางช่าง
ก็จะทำกะแหล่ง,โปง ได้สวยงามและมีเสียงไพเราะมากด้วย

หรืออีกเสียงหนึ่งคือเสียงไล่ควายคนหนองบัว
ต้องบอกว่าเป็นเสียงที่ล้อเลียนได้ยากมากๆ

ปีพ.ศ.๒๕๑๒ นี่อาตมาน่าจะอยู่ป.๓ นะ
เป็นคนที่อยู่ในยุคนี้ด้วย
ก็พยายามจะนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นอยู่
แต่เลือนลางมาก คือนึกไม่ออกเอาเลย
ที่จำได้ก็คือกระแสอพอลโลนี่แหละ

ขอบคุณบันทึกที่มีคุณค่านี้
ที่ทำให้มองเห็นหนองบัว
ซึ่งอยู่อีกซีกโลกหนึ่งของอเมริกา
แต่เหมือนได้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์สำคัญนี้ด้วย


ภาพจากอินเตอร์เน็ทภาพซ้าย เรียกว่าผางลาง ภาพขวาเรียกว่ากะลอหรือกะแหล่ง
ภาพขวาคนหนองบัว เรียกโปง(ทำด้วยไม้)
ส่วนคนบ้านดอนม่วงอ.วังทองเรียกว่ากะล้อ


ภาพนี้ชาวหนองบัวเรียกว่ากะแหล่ง(ทำด้วยเหล็ก สองลูกด้านขวา)