สวัสดีครับ ดร.โอ๋-อโณครับ

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับความคิดนี้มากเลยครับ ถิ่นฐานบ้านเกิดและถิ่นที่เราได้อยู่อาศัยต่างๆนั้น มีหลายสิ่งที่จะมีความผสมกลมกลืนอยู่กับวิถีชีวิต วัฒนธรรมจิตใจ และผูกพันกับผู้คนอย่างลึกซึ้ง หากจะศึกษาและสร้างความรู้ รวบรวมภูมิปัญญาต่างๆ ทั้งเพื่อใช้ชี้นำการพัฒนาทางด้านต่างๆของการอยู่อาศัยร่วมกันอย่างมีสุขภาวะในปัจจุบันให้อย่างสอดคล้องกับความจำเพาะของถิ่นฐาน หรือต้องถือว่าจำเป็นที่คนในรุ่นต่างๆต้องมีบางส่วนที่คิดที่จะสร้างและสั่งสมสืบทอดให้คนรุ่นต่อๆไปแล้วละก็ ก็คงจะไม่มีใครที่จะทำได้ดีและทำให้เกิดความต่อเนื่องยั่งยืนได้ดีเท่ากับคนในชุมชนและคนที่ได้อยู่ในถิ่นอาศัยนั้นๆช่วยกันทำเลยนะครับ

ผมว่าทั้งคนที่เป็นบ้านเกิดและคนที่ได้อาศัยทำการงานและอยู่อาศัย ในพื้นที่ต่างๆนี่ ต้องรีบกลับไปช่วยกันทำ ริเริ่มขึ้นในบ้านเกิดและถิ่นอาศัยของเราเองนี่แหละนะครับ รวมทั้งผ่านไปทางไหน หรือพบเห็นเรื่องราวอะไร ก็รีบบันทึกถ่ายทอดไว้เลย ถ่ายทอดด้วยสายตาของเราและถอดบทเรียนจากประสบการณ์เชิงสัมผัสของเรา ให้ลงลึกไปถึงระบบวิธีคิด โลกทัศน์ชีวทัศน์ ที่อยู่ภายใต้ปรากฏการณ์ต่างๆ เท่าที่เราเองมีกำลังสติปัญญาจะทำได้ในห้วงนั้นๆ แล้วก็เรียนรู้พัฒนามันไปเรื่อยๆ หากรอทำโดยหาดูคนอื่นทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้ได้แบบอย่างที่ดีที่สุดหรือรอให้คนที่ทำได้ดีกว่า รวมทั้งรอใช้ความรู้ของต่างประเทศที่ดีกว่ามาทำให้ หรือมาชี้นำการปฏิบัติให้ ก็ยากที่จะได้ทำได้อย่างทั่วถึงและทันกับความเคลื่อนไหวเปลี่ยนของสังคมซึ่งเร็วมากยิ่งๆขึ้นนะครับ เมื่อไม่มีการให้ความสำคัญและชุมชนในพื้นที่ต่างๆไม่มีการทำอย่างนี้ไว้ ก็เชื่อว่าอีกไม่กี่ปี สภาพความเปลี่ยนแปลงทางด้านต่างๆที่เกิดขึ้นทั่วไปหมด ก็จะทำให้ประสบการณ์ของสังคมไทย ซึ่งโดยมากนั้น ก็จะอยู่ในตัวคน ประสบการณ์ชุมชน และสืบทอดไว้ในวัฒนธรรมมุขปาฐะ ไม่มีอยู่ในสังคมวัฒนธรรมหนังสือและความรู้แบบมีการบันทึกสืบทอดให้กันทางสื่อความรู้ ต้องสูญเปล่าไปกับการล้มหายตายจากกันไปของผู้คนแต่ละรุ่น ดังนั้น ลูกหลานและคนในถิ่นฐานบ้านเกิดและถิ่นอาศัยต่างๆ จึงน่าจะหาโอกาสคิดและทำเรื่องอย่างนี้ทีละเล็กละน้อยกันบ้างตามแต่เงื่อนไขต่างๆจะเอื้อให้ทำกันได้นะครับ

หากชุมชนและพื้นที่ต่างๆ มีการสร้างความรู้ในลักษณะนี้ช่วยกันทั่วประเทศ ก็เชื่อว่าการเรียนรู้เกี่ยวกับสังคม รวมทั้งการเห็นตนเองของผู้คนในสังคม จะมีความลึกซึ้งและได้ปัญญาที่เชื่อมโยงกับความเป็นจริงอีกหลายอย่างของสังคมที่เราไม่เคยรู้ และในระบบความรู้ของสังคมก็ไม่เคยมีให้เข้าถึงกัน อีกมากมายมหาศาลเลยนะครับ เลยขอสนับสนุนและจะถือหลักคิดของดร.โอ๋-อโณ บ่มเป็นหลักคิดไปกับการทำงานกันของคนหนองบัวไปด้วยเสมอๆนะครับ เห็นประเด็นสำคัญและมีความหมายมากนี้ด้วยอย่างมากครับ