ขอบคุณครับปัทมา
ตอนผมอยู่ที่ซิดนีย์ ใครที่จะ discharge ออกจาก hospice เขาจะมี cool-off period เก็บเตียงไว้ที่ hospice 3 วัน เผื่อว่าจะต้องกลับมาอีก อยู่บ้านไม่ไหว ให้ลองดูก่อน การทำอย่างนี้ดูเผินๆเป็นการเปลืองเตียง แต่ไม่ใช่ เพราะที่ผ่านมาปัญหาก็คือถ้าคนไข้ไม่แน่ใจว่ากลับไปแล้วมีปัญหา จะไม่มีเตียงกลับมาใหม่ ก็จะไม่ยอมกลับ คือขออยู่ที่ hospice ไปเรื่อยๆ ชัวร์กว่า ดีกว่าเสี่ยงกลับไปแล้วดูแลก็ไม่ได้ กลับก็ไม่ได้
พอมี cool-off period กลับกลายเป็น encourage ให้คนไข้และญาติ willing ที่จะลองกลับไปดูสักตั้ง เพราะใครๆก็อยากกลับบ้าน แต่ไม่แน่ใจเท่านั้นเอง
เรื่องการ manage ยาเป็นเรื่องใหญ่ และมีผลต่อการควบคุมอาการ (และการ readmit) มาก ถ้าจัดการไม่ดี คนไข้ก็จะต้องเทียวมาเทียวไปหลายครั้งหลายหน การจดบันทึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามอร์ฟีน เป็นเรื่องสำคัญ เราอาจจะต้องฝึกให้คนไข้และญาติทำบันทึกคู่ขนานไปกับของเราที่เก็บ record morphine ตั้งแต่ตอนอยู่ รพ. อธิบายว่าทำไมเราถึงต้องทำ และทำอย่างไร ผมเคยเจอญาติคนไข้ที่ทำ morphine record ที่บ้านให้แก่คนไข้อย่างสวยงามและแม่นยำมาก
home visit จะช่วยในความอุ่นใจและเป็นสายใยอบอุ่นว่าเขาไม่ห่างจากบริบาล ยังมีการดูแลอย่างใกล้ชิด และหากเราทำบันทึกดีๆ เราสามารถจัดลำดับความเสี่ยง และลดความถี่ให้เหมาะสมตามจำนวนบุคลากรและเวลาที่มีได้ด้วย นี่เป็นที่มาของ COPP (community-own palliative care programme) ของ ดร.สุเรษฐ์ ที่คาเรรา อินเดีย ทำสำเร็จมาแล้ว