ผมทำงานในสถาบันการศึกษามาสักพัก ก็ขอร่วมแสดงความคิดเห็นสักหน่อยนะครับ

ผมคิดว่าเราควรแยก การเรียนรู้ (learning) ออกจากการสอน (teaching) คือการสอนนั้นเกิดที่โรงเรียน แต่การเรียนรู้นั้นมีตลอดชีวิต

ผมสรุปกับตัวเองมานานพอสมควรว่า โรงเรียนไม่สำคัญเท่าครอบครัว คงต้องขอมองแบบคนชั้นกลางนะครับ (ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าจะแสดงความเห็นแทนคนชั้นอื่นได้หรือเปล่า) ส่วนใหญ่แล้วมองการศึกษาแยกส่วนกับการใช้ชีวิต ไม่แน่ใจว่าความเชื่อนี้เกิดขึ้นมาเมื่อไหร่ อาจจะเริ่มตอนปฏิวัติอุตสาหกรรมหรือเปล่า? ผมเองเชื่อมาตลอดว่าเรียนจบแล้วจะได้ใช้ชีวิต.. นั้นหมายถึงว่า เวลาเราเรียน เราไม่ทำอย่างอื่น จบแล้วค่อยทำ ค่อยหางาน ค่อยทำอะไรก็ได้อย่างที่อยากทำ บางคนอยากเป็นนักดนตรี แต่เรียนหมอเพราะพ่อแม่อยากให้เรียน แล้วหัวพอไปไหว

อีกความเชื่อที่ผมค่อนข้างจะเห็นด้วยคือ ครู ต้องรู้ ต้องทำสิ่งที่ตัวเองสอน ครูสอนคอมพิวเตอร์ต้องเป็นคอมพิวเตอร์ ครูสอนภาษาไทย ต้องเขียนหนังสือเก่ง อ่านหนังสือเยอะ รวมๆ แล้วต้องไม่หยุดหาความรู้  และต้องไม่ถือตัว

ผมบ่นไปนอกเรื่องเพราะผมไม่มีคำตอบให้กับคำถามของคุณ สมพรครับ ไม่รู้จริงๆ ว่าจะทำอย่างไรให้คนเก่งหันมาเป็นครู แต่ผมเชื่อว่าคนเก่งในสาขาต่างๆ ถึงที่สุดแล้วจะหันมาให้ความสนใจด้านการศึกษาครับ เรื่องนี้เพื่อนผมเคยตั้งข้อสังเกตไว้ สังเกตว่าคนเก่ง คนประสบความสำเร็จในชีวิตหลายท่าน สุดท้ายแล้วกลับมาให้ความสำคัญด้านการศึกษานะครับ

ก็คงได้แต่หวังว่า ครอบครัว จะเลี้ยงให้เด็กเก่ง เป็นเด็กดี ที่โตขึ้นแล้วประสบความสำเร็จ พอแก่ไปก็หันมาสนใจการศึกษา...