- เรามีตลาดเพิ่มขึ้นในกลุ่มอาเซียน มีการร่วมมือกันจากต่างประเทศ ต้องหาความรู้สดๆ ให้กับตัวเรา
- อย่าคิดว่าเราจะอยู่อย่างสบาย อาจจะมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับเรา เราต้องเตรียมตัวให้ดี ยังไม่สายเกินไปที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา
- ความใฝ่รู้คืออยากรู้อยากเห็น
- ค้นหาตัวเอง หลังจากฟังแล้ว ก็ไปเล่าต่อๆกันฟัง
- คิดทำงานร่วมกับคนอื่นๆ
- ผมมีประสบการณ์ในด้านอาเซียนเสรี ทำให้กับผู้นำอบต. อบจ.
- ข้อตกลงร่วมมือกัน 3 สาขาใหญ่ เศรษฐกิจ และการค้า การลงทุนสังคมและวัฒนธรรม
ความมั่นคงทางการเมือง และสำคัญที่สุดจะเชื่อมโยงทั้ง 3 เรื่องเข้าด้วยกัน เรียกว่า “ASEAN Connectivity” เชื่อมโยงเข้าหากัน
- การร่วมทางเศรษฐกิจ สหกรณ์ร่วมมือทั้ง 3 ด้าน เรื่องความมั่นคงสหกรณ์ต้องมีให้เหมือนกัน
- อาเซียนมีทั้ง 3 เสาหลัก
- ในวันนี้อยากให้ผู้นำสนใจเรื่องเศรษฐกิจมากหน่อยแต่ก็ไม่ละเลยเรื่องภูมิปัญญา หรือวัฒนธรรมของเรา
- เสรี แปลว่า สินค้าและบริการที่ตกลงกันแล้ว จะไม่มีการกีดกัน ประเทศใดเก่งก็สามารถไปขายสินค้าหรือบริการในประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มอาเซียนได้โดยไม่มีภาษีศุลกากร
- แต่ขณะเดียวกัน.. ถ้าประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนเก่งกว่าประเทศไทย เขาก็เข้ามาแข่งกับประเทศเราได้
- ถ้าท้องถิ่นอ่อนแอ.. ธุรกิจบางอย่างก็จะหายไป
- เราสามารถถือหุ้น ได้ถึง 60 % และต่างประเทศก็สามารถถือหุ้น 60% เท่ากัน
- มีการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรี
- ที่กระทบกับเรามากๆคือ นักบัญชี
- ยิ่งไปกว่านั้นยังเปิดโอกาสให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามประเทศอาเซียนด้วย เช่น ถ้าคนไทยเก่งก็สามารถไปทำงานในอาเซียนได้ และคนมาเลเซียก็อาจจะมาทำงานแข่งกับคนไทยได้ คนไทยก็อาจจะตกงานได้ หากไม่พัฒนาทุนมนุษย์
- เมื่อเห็นภาพดังกล่าวแล้ว.. สิ่งที่สำคัญที่สุดในวันนี้ ก็คือ ค้นหาตัวท่าน
- ต้องคิด วิเคราะห์ว่าอะไรเกิดขึ้น เตรียมพร้อม และสำคัญที่สุดจะฉกฉวยโอกาส และหลีกเลี่ยงการคุกคามอย่างไร?
- มีความมั่นใจว่าท้องถิ่นปรับตัวได้
- ธุรกิจสหกรณ์ร้านค้าหากไม่มีการปรับตัว ก็ไม่สามารถอยู่ได้
- ก่อนที่จะมีอาเซียนเสรี ก็มีการเปิดประเทศที่กำหนดโดยองค์การการค้าระหว่างประเทศ (WTO) หรือการเซ็นสัญญาเปิดเขตการค้าเสรีเฉพาะ (FTA) เช่น ไทย – อินเดีย, ไทย – จีน มาแล้ว ซึ่งในอดีตจุดอ่อน ก็คือ รัฐบาลยังไม่ได้ให้ข้อมูลที่สมบูรณ์ ทำให้ประชาชนชาวไทยโดยเฉพาะผู้นำท้องถิ่นบางกลุ่มได้ แต่บางกลุ่มเสีย เช่น ผู้ส่งออกได้ แรงงานมีคุณภาพได้เพราะมีทักษะ และภาษาดีกว่า มีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ธุรกิจเล็ก เช่น โชห่วย ต้องปิดตัวไป.. วันนี้จึงเป็นจุดที่สำคัญที่ได้มาแบ่งปันความรู้กัน
- ในการปรับตัวของผู้นำสหกรณ์ในวันนี้
- สิ่งแรกก็คือ เข้าใจ ศึกษาให้ถ่องแท้ โอกาสที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง อยู่ที่ว่าผู้นำจะฉกฉวยอย่างไร? โอกาสแรก คือ เรื่องการขยายของตลาด เฉพาะอาเซียน อย่างเดียวก็เพิ่มประชากร/ผู้บริโภคเพิ่มจาก 64 ล้านคน เป็น 500 ล้านคน.. ถ้านับอาเซียน+6 ก็มีผู้บริโภคเพิ่มขึ้นหลายพันล้านคน
- เราต้องเปลี่ยนภูมิปัญญาของเราให้เป็นมูลค่าเพิ่ม ต้องสื่อสารกับเค้าให้ได้
- เราต้องมีเพื่อน มีเครือข่ายร่วมกัน และในอาเซียน ต้องมีเพื่อนเพิ่มขึ้นในต่างประเทศด้วย
- สิ่งที่สำคัญคือ ปรับตัวเอง เรียนรู้ประเทศอื่นๆให้มากขึ้น
- ต้องหาความรู้ทุกๆวัน และตรงประเด็น
- ต้องมีความใฝ่รู้
- ถ้าเราทำ 8K’s สำเร็จ เราต้องคิดนอกกรอบ ใน 5K’s มีความรู้ในเกษตร ความรู้ข้ามชาติ มีนวัตกรรมทำในสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ
- เราอย่าอะไรเดิมๆ คือ อย่าติดสันดานเสมียน จัดสันดานผู้นำ ควรพัฒนาภาษา
- ต้องมีการเจรจาต่อรอง
- การปรับตัวที่สำคัญที่สุด ก็คือ เรื่องทัศนคติ คือ ประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม จะเป็นประเทศที่ต้องอยู่ร่วมกับประเทศอื่น ๆ อีก รวม 10 ประเทศ - ผู้นำท้องถิ่นไม่ใช่แค่ผู้นำของอำเภอหรือตำบล ในประเทศไทยอีกต่อไป จะต้องเป็นผู้นำในชุมชนเดียว (One Community) คือ ชุมชนอาเซียน
- การปรับตัวครั้งนี้ต้องกระจายความรู้ไปยังชุมชนในแนวกว้าง
- รักษาภูมิปัญญาและรากเหง้าหรือความเป็นตัวตนของท้องถิ่นไทย แต่ที่สำคัญที่สุด ถึงเราจะเป็นชุมชนอาเซียน แต่เราก็ต้องคงไว้ที่ภูมิปัญญาและรากเหง้าความเป็นตัวตนของท้องถิ่นไทย ของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งในอนาคตก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น หากมีบริหารจัดการที่ดี
- ต้องพัฒนา “คนไทย” ให้ “สื่อสาร” ภาษาอังกฤษ+ภาษาอาเซียนได้ ถึงเวลาแล้วที่ท้องถิ่นต้องพร้อมมากขึ้นในเรื่องภาษา ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียน และยิ่งไปกว่านั้นภาษาคอมพิวเตอร์ ที่จะคุยแลกเปลี่ยนกับชาวอาเซียนด้วยกัน
- ต้องสนับสนุนให้โรงเรียนภายใต้การดูแลของ อบจ. / เทศบาล และอบต. สนใจการพัฒนาภาษาต่างประเทศ ทั้งอังกฤษ + ภาษาอื่น ๆ เพื่อสร้างทุนมนุษย์ของประเทศไทยให้มีความสามารถเรื่องภาษาให้ได้โดยเร็วที่สุด
- การปรับตัวที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือ ความใฝ่รู้ คือสร้างให้ท้องถิ่นเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ เปิดเวทีให้ชาวบ้านได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนกันไม่ใช่ผู้นำสั่งการให้ทำตามสั่งอย่างเดียว – ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของท้องถิ่นก็ต้องมีความใฝ่รู้ด้วยและต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลกิจกรรมที่เกี่ยวกับ“อาเซียน”เป็นพิเศษ ซึ่งจะต้องกระตุ้นให้ชุมชนสนใจและเข้าใจเพื่อสร้างโอกาส
- ต้องทำสินค้าให้แปลกกว่าคนอื่นถึงจะอยู่ต่อไปได้
- มีการคิดร่วมกัน อยากให้ชอบการเรียน มีบรรยากาศที่ดี มีการปะทะกันทางปัญญา
- อยากให้ใฝ่รู้ต่อไป และเป็นชุมชนต่อการเรียนรู้ต่อไป