อันนี้...เป็นการตีความของผม...จากภาษาที่ใช้สนทนา (ผ่านตัวอักษร) ในประเด็นนี้นะครับ...โดยเฉพาะภาษาของอาจารย์ผู้นำเสนอประเด็น...นั่นแน่...ผมบังอาจอวดอ้างว่าตัวเองสามารถจับความรู้สึกจากโครงสร้างของภาษาเขียนได้ด้วย...อันนี้เรียนตามตรงว่า...วิธีที่ใช้ไม่ใช่ scientific method นะครับ...เพียงแต่ผมเอาความคิดโยนทิ้งไป...เอาความรู้สึกไปจับ...ผมรู้สึกอย่างที่ผมต้องการจะเล่าจริง ๆ...ว่า

...โครงสร้างของภาษา  เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย...แม้ตัวบทจะบอกว่าไม่ท้อ...แต่ความรู้สึกข้างในลึก ๆ ของผู้เขียนบอกว่า...ความอ่อนล้าภายใน...เข้ามาเกาะกุมจิตใจเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ...

ถือเสียว่าเป็นการอ่านใบเซียมซีก็แล้วกันนะครับ...ประเด็นไม่ใช่การตีความถูกหรือผิด...แต่สิ่งที่ผมอยากจะเสนอคือมุมมองใหม่ต่อปรากฏการณ์ทางการศึกษาของบ้านเราในขณะนี้ครับ...ลองพิจารณาดูนะครับ

...ก่อนอื่นเลย...ปรากฏการณ์แบบนี้ ผู้เสนอใช้คำว่า "ค่อยข้างแย่"  ซึ่งต้องการจะสื่อว่า  "เละเทะ" ผมพูดได้เพราะผมคนนอก...แต่ท่านเป็นอาจารย์ก็เหมาะสมแล้วที่ใช้คำกลาง ๆ...แต่ประเด็นคือ  ไม่ว่าจะเป็นคำว่า "ค่อนข้างแยะ" หรือคำว่า "เละเทะ" ของผมนั้น  ผมอยากจะบอกว่า...มันเป็นปรากฏการณ์ที่ยอดเยี่ยมครับ...เพราะว่า...

มันเป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่า...ระบบการศึกษาของเราได้มีการเคลื่อนตัว...มันจึงไม่ได้ "ค่อนข้างแย่" หรือ "เละเทะ" อย่างที่คิด  แต่มันเป็นสัญญาณให้เห็นว่า..."มันกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลง"  และแน่นอน  มันจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น  ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของทุกคนที่เฝ้าดูระบบการศึกษาบ้านเราต้องเชื่อว่า "มันจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น"  ย้ำนะครับว่าเป็นความรับผิดชอบของทุกคนที่ต้องเชื่อแบบนี้...

นี้ผมซีเรียสมากนะครับ..."เพราะความเชื่อเป็นจุดเริ่มต้นของความจริง"  นี่ก็ไม่ใช่ไสยศาสตร์นะครับ...อาจารย์กมลวัลย์น่าจะทราบว่าเพราะท่านอยู่ในสายนี้...

เชื่อแล้ว...ทำไงต่อ...ก็เอาความเชื่อไปสร้างเป็นวิสัยทัศน์ร่วมกัน...ให้คนทั้งชาติเห็นในสิ่งเดียวกัน...ทีนี้ก็ไม่ต้องมานั่นเศร้า..ถกเรื่องเศร้ากันอีกต่อไป..."เพราะมนุษย์จะเดินไปสู่จุดหมายปลายทางที่เขาเห็น"  นี่ก็เป็นกฏธรรมชาติอีกแหละครับ...ยกตัวอย่าง...ในการวิจัยเรื่องอุบัติเหตุบนท้องถนน...รถยนต์ 100 คนที่ตกถนน 75 คัน ไปชนเสาไฟ...เคยแปลกใจไหมหละครับ...ทั้งที่ช่องว่างระหว่างเสาไฟกับต้นเสา...ความกว้างเทียบกันไม่ได้เลย...คำอธิบายคือ...เพราะเขามองเสาไฟไง...เวลาจะชนถึงได้แม่นนัก...

...การศึกษาบ้านเราก็เหมือนกัน...ถ้าเรามองแต่ปัญหา...เราก็จะชนปัญหานั่นแหละครับ...ทำไมเราไม่มาสร้างภาพอนาคตที่เราต้องการ...แล้วเดินไปจะดีกว่าไหม...อันนี้ท่านมีอิสระในการเลือกอีกนั่นแหละครับ...

ย้อนกลับไปในตอนแรก...ถึงแม้ว่าการศึกษาอุดมศึกษาบ้านเราตอนนี้มีปรากฏการณ์ที่ "ค่อยข้างแย่" ให้เห็นมากมาย...ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้มองว่าเป็นปัญหา...เป็นแต่เพียงการขับเคลื่อนในตอนแรก...ก็มักจะมีสภาวะไร้ระเบียบเป็นธรรมดา...เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่ง...ระบบก็จะจัดการตัวเองได้...

เหมือนช้างที่นอนอยู่...ขณะช้างกำลังจะลุกขึ้นเดิน...ระหว่างที่ช้างจะลุก...คนที่นั่งอยู่ส่วนใหญ่ก็จะตกจากหลังช้าง...ถ้าเราจะสรุปว่า...ช้างเราแย่...ข้อสรุปนี้จะอ่อนด้อยทางวิชาการเป็นอย่างมาก...ผมเคยได้ยินคนที่เรียนสูง ๆ เขาคุยข่มกันว่ามันเป็น "over inductive" อันนี้ก็ไม่รู้เท็จจริงประการใด...แต่ที่แน่ ๆ...และผมยืนยันได้ พัน% ชัวร์ว่า...

การศึกษาของเรากำลังส่งสัญญาณนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดี...ขยายการลงทุนให้เต็มที่...เดินหน้าเต็มกำลัง...

...นี่แหละครับ...ความรู้สึก...เมื่อไม่มีความคิดมาขัดขวาง...มนุษย์จะปลดปล่อยพลังได้อย่างเต็มที่...

...ผมจะไม่จบด้วยการปลอบประโลม...ผมจะไม่ให้กำลังใจ...ผมแค่ชี้ให้เห็นความเป็นจริง...และทางเลือก...อนาคตเราเป็นคนกำหนดเอง...ความเป็นจริงเป็นสิ่งที่เราสร้างมันขึ้นมาเอง...ด้วยสองมือของเรา...ท่านอยากเห็นความจริงแบบไหนหละ...ท่านมีอิสระเต็มที่...ครับ