• ชอบ "เทคโนโลยีการศึกษา ควรเป็น Hitech ที่ส่งเสริม Hitouch คือมีความสามารถในการจับ (capture) ข้อมูลตามจริง แล้วสามารถมาทบทวน (review) เพื่อเรียนรู้" ค่ะ
  • อ.วิ ก็ทำตามหลักการนี้เลยนะคะ คือ ใช้เทคโนโลยีที่จะช่วยนำสิ่งที่นักศึกษาปฏิบัติจริง มาให้นักศึกษาได้มองเห็นสิ่งที่ตนปฏิบัติเพื่อประเมินและปรับแก้ไข เช่น ถ่าย Video การทำงานเป็นกลุ่ม และถ่าย Video การพูดภาษาอังกฤษของแต่ละคน มาให้ชมประกอบข้อชี้แนะ เป็นต้น
  • แต่เหนื่อยจังเลยค่ะ แค่เรื่องการแสดงภาพประจำตัวให้ถูกต้อง ที่อ.วิเริ่มจากคำอธิบายพร้อมตัวอย่างว่า ภาพประจำตัวของนักศึกษา จะต้องพิมพ์ข้อมูลในภาพ ให้แถวบนขึ้นต้นด้วยรหัส Section (เช่น 02, 03, 04) ตามด้วยชื่อ (ไม่ใส่นามสกุล) ตามด้วยรหัส 4 ตัวท้ายของลำดับที่สมาชิก GotoKnow (สองตัวแรกของทุกคนจะเป็นเลข 17 เหมือนกัน) และแถวล่างเป็นตัวย่อของสาขาวิชาที่เรียนและชั้นปี ดังภาพ 

      และต่อมาก็นำภาพที่นักศึกษาทำออกมาไปให้ดูว่า ใครทำถูกใครทำไม่ถูก ไม่ถูกตรงไหน จะต้องแก้ไขให้ถูกอย่างไร พร้อมคะแนนที่ได้รับการประเมิน

 

 

ให้ดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ ณ ขณะนี้ ก็ยังมีทำไม่ถูกจำนวนมากอยู่เหมือนเดิม ดังตัวอย่าง

     อ.วิ ขัดใจมากที่ผู้บริหารสูงสุดทั้งในอดีตและปัจจุบัน พูดในวันแรกของการประชุมอาจารย์ว่า ผู้ที่เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยมีระดับสติปัญญาไม่สูง โบกมือผ่านหน้ายังตาไม่กระพริบ และก็ใช้เป็นข้ออ้างว่า มหาวิทยาลัยจึงไม่สามารถพัฒนาให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพได้ ผู้บริหารและอาจารย์ก็เลยไม่ใส่ใจสอนไปแบบสุกเอาเผากิน ดูแค่ว่ามีผลการเรียนส่งแค่นั้น อาจารย์ที่เชื่อว่า "นักศึกษาพัฒนาได้ ถ้าได้ใช้วิธีการที่เหมาะสม" และพยายามทุกวิถีทางที่จะพัฒนา อย่างอ.วิก็เลยเหนื่อย พ่อใหญ่สอพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก ว่า "บ้า" มีคนเดียวในมหาวิทยาลัยที่ทำแบบนี้ ค่ะ 

     อ.วิเคยพูดในที่ประชุมอาจารย์ว่า อาจารย์ที่มีหน้าที่ทำเอกสารหลักฐานต่างๆ เพื่อรับการประเมินคุณภาพภายนอก ซึ่งทุกรายก็บ่นว่าทำงานหนักและสารภาพในที่ประชุมว่า พวกตนต้องทิ้งห้องเรียนเพื่อเตรียมเอกสารเป็นเวลาหลายเดือน อ.วิเลยพูดว่า เมื่อสภาพจริงของการพัฒนาคุณภาพนักศึกษามันเป็นเช่นนั้น แล้วจะมาเขียนเอกสารหลักฐานว่าได้พัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นอย่างดีได้อย่างไร ซึ่งพูดความจริงเมื่อไหร่ก็พบว่า ความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย แต่คนพูดความจริงตายลูกเดียว เมื่อนั้น ค่ะ