ประเด็นนี้...หากเราถอยออกมาจากสมรภูมิรบ...เราจะเห็นภาพรวม...เห็นความเชื่อมโยงที่ซ่อนเร้นอยู่...แล้วจะเข้าใจ...ไม่เป็นทุกข์...ไม่คอยจับผิดคนโน้นคนนี้...จนไม่มีเวลาพัฒนาตัวเอง...ผลก็คือคนที่มองหาแต่สิ่งที่เลวร้าย (ความผิดของคนอื่น)...ชีวิตก็จะพบเจอแต่สิ่งที่เลวร้าย...

นี่ไม่ใช่ไสยศาสร์นะครับ...แต่เป็นวิทยาศาสตร์แบบควอนตัมเชียวนะ..."สสารจะแสดงสถานะตามที่ผู้สังเกตต้องการสังเกต"...หวังว่าคงจำเขามาถูกนะ...ผมจัดอยู่ในพวก "ดอกเตอร์กล้วยด้วยสิ"..ผมชอบมากเลยคำนี้...

เอาหละ...สิ่งที่ผมมองเห็นจากผู้ถอยออกมาอยู่ในระยะสูงเป็นอย่างไร...จะลองขยายความดูนะครับ...

อย่าปฏิเสธเลย...คนที่เป็นอาจารย์...ก็เหมือนกับคนที่กำลังขายสินค้าเพื่อเลี้ยงชีพนั่นแหละ...ไอ้ความโก้หรูที่ที่ยึดติดกันนั้นหนะ...มันเป็นแค่วาทกรรมที่ถูกสร้างขึ้นจากโครงสร้างของสังคม...

แรงไปหรือเปล่าครับ...ไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นครูบาอาจารย์นะครับ...เพราะครูจริง ๆ ผมก็ไม่เคยหวังจะให้ครูออกปริญญาให้...ครูไม่เกี่ยวกับปริญญา...คุณจ่ายเงิน...มหาวิทยาลัยค้าขายปริญญามันก็ไม่เห็นแปลก...อาจารย์ท่านเป็นลูกจ้างของมหาวิทยาลัย...อย่าไปคาดหวังอะไรจากท่านเลย...ท่านก็เป็นคนธรรมดา...ต้องทำมาหากิน...เลี้ยงครอบครัว...

ส่วนเรื่องที่เดี๋ยวนี้มักจะมีข่าวออกมาโจมตีกันเป็นระยะว่า...ที่นี่เจ๋ง...นี่โน่นปลอม...ออกมาจากบรรดาท่านที่เรียกตัวเองว่าอาจารย์บ้าง...นักวิชาการบ้าง...ผมเห็นว่ามันเป็นปรากฏการณ์ธรรมดาของการแสดงความรู้สึกออกมา...แบบรู้ตัวบ้าง...ไม่รู้ตัวบ้าง...ว่าการกระทำแบบนั้นเป็นการทำการตลาดแบบโบราณมาก...ที่ในวงการเซลล์แมนตัวจริงเขาเลิกใช้แล้ว...เป็นธรรมดาครับ...เซลล์แมนมือใหม่มักจะหงุดหงิดอารมณ์เสียง่าย...ผมก็เคยเป็นสมัยผมไปหัดขายของ...ขายจริง ๆ นะครับไม่ใช่ไปสอนหนังสือ...กว่าจะทำใจได้...เอาเป็นว่ากว่าจะเป็นผู้ใหญ่ทางอารมณ์ในอาชีพเซลล์แมน...ก็ปาเข้าไปเป็นปีแหนะ...

เอาเป็นว่าการโจมตีกัน...การจับผิดกัน...เป็นปรากฏการณ์ธรรมดาของตลาดที่เริ่มมีการแข่งขันครับ...อาชีพสอนหนังสืออาจจะคุ้นเคยกับความมั่นคงปลอดภัยไร้คู่แข่ง...แต่พอตลาดจะเปิด...ก็เป็นธรรมดาที่คนอยู่ในตลาดเดิมจะ "ร้องแรกแหกกระเชอ" เป็นธรรมดา...ผมไม่หงุดหงิดเลยกับปรากฏการณ์เหล่านี้ครับ...การมาสร้าง "นิยามใหม่ ๆ" ของคู่แข่งที่จะเข้ามาในตลาด...เป็นเพียงความพยายามรักษาตลาดของตนไว้...มันก็เท่านั้นเองครับ...

ในโลกการขายจริง ๆ นะครับ...หากท่านขืนทำแบบนี้ต่อไป...ท่านจะหลุดจากธุรกิจครับ...

ผมไม่ติดใจนะกับคำว่า "ธรุกิจการศึกษา"  ผมว่ามันเป็นคำที่ดีนะ...สำหรับผมมันสื่อว่า...เราต้องพัฒนาตัวเอง...เราต้องแข่งขัน...มันไม่ได้สื่อถึง "กำไร" เลย...เพราะธุรกิจสมัยใหม่เขาสอนกันว่า..."คุณจะประสบความสำเร็จได้เมื่อคุณช่วยให้ผู้อื่นประสบความสำเร็จ"...เขาไม่ได้สอนเรื่องกำไรสูงสุดเลย...คงมีแต่มหาวิทยาลัยแบบโบราณละมั้งที่สอนเรื่องกำไรสุงสุดอยู่...โลกธุรกิจไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เราต้องการให้มันเป็นหรอกครับ....หลายธุรกิจกำลังช่วยกันกอบกูโลกอยู่นะ...

อย่ากลัวเลย...กับคำว่า "ธุรกิจการศึกษา"...อย่ามัวแต่จับผิดกันเลย...ค้นหาจิตวิญญาณของตัวเองให้เจอ...สร้างวิสัยทัศน์จากจิตวิญญาณนั้น...นำวิสัยทัศน์ไปสู่การลงมือปฏิบัติ...แล้วเสริมสร้างกำลังใจตัวเองอยู่เสมอด้วยการมองแง่บวก...ท่านทุกคนมีสิทธิ์ประสบความสำเร็จในตลาดเกิดใหม่ "ธุรกิจการศึกษา" นี้ได้แน่นอนครับ...

...เราอาจจะมองว่า...ชาวบ้านไม่มั่นใจในตัวเอง...เราจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ชาวบ้านมั่นใจในตัวเอง...แต่เราก็ลืมสังเกตว่า...คนที่ให้การศึกษากับลูกหลานของเรายังขาดความมั่นใจในตัวเอง...เพราะท่านต้องรอให้คนเอากระบี่มาแตะบ่าท่าน...ท่านจึงจะเชื่อว่าท่านเป็นอัศวิน...แล้วท่านจะสอนให้เด็ก ๆของเราเชื่อมั่นใจตัวเองได้อย่างไรเนี่ย...

คงจะพอเป็นประโยชน์บ้างนะครับ...กับคำแนะนำของดอกเตอร์กล้วยอย่างกระผม...

ด้วยความเคารพ
สวัสดิ์