Panel Discussion การบริหารการเปลี่ยนแปลง (2)
โดย ผศ.ปัณรส มาลากุล ณ อยุธยา
กรณีศึกษาของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
โดย คุณกิตติ เพ็ชรสันทัด
ดำเนินการอภิปรายโดย
อาจารย์ทำนอง ดาศรี
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
- สิ่งสำคัญที่สุดคือ Change Management
- เวลาเปลี่ยนไป ต้องเปลี่ยนแปลงการดำรงชีวิต ไม่ประมาทเรื่องสุขภาพ ต้องออกกำลังกายทุกวัน และไม่ประมาทเรื่องความรู้ มีความรู้ที่ทันต่อเหตุการณ์
- การนำเสนอกรณีศึกษากฟผ. ต้องอภิปรายเกี่ยวกับการเปลี่ยนบทบาทจากวิศวกรเป็นพัฒนาชุมชน ต้องเป็นแบบ win-win
- ต้องดูว่าจะทำให้ชุมชนอย่างเดียวหรือไปแข่งกับเอกชน
- ต้องดูภูมิสังคมด้วยเพราะมีอิทธิพลต่อการทำงานของการเคหะ
ผศ.ปัณรส มาลากุล ณ อยุธยา
- บทเรียนจากการชมวีดิทัศน์คือ ประเทศไทยกำลังถูกขวดโคล่าหล่นใส่ การเคหะก็โดนหลายขวด
- ขวดโคล่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำอย่างไรจะรับมือและอยู่กับมันได้
- ถ้าต้องการเป็นผู้นำต้องริเริ่มการเปลี่ยนแปลงเอง
- บทบาทหน้าที่หลักของผู้บริหาร ต้องบริหารการเปลี่ยนแปลง
คุณกิตติ เพ็ชรสันทัด
- ผมเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรไฟฟ้า เคยไปดูแลระบบให้ 80 ประเทศ ล่าสุดไปทำงานให้ซูดานและภูฏาน
- แนวคิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่ไปพบมา
- ทุกคนมีการบริหารการเปลี่ยนแปลงส่วนบุคคลตลอดเวลาอยู่แล้ว
- ปัจจุบันแม้เราไม่สามารถใช้แหล่งพลังงานในไทย ก็ต้องไปใช้ไฟฟ้าพลังน้ำในลาว พอมีวิกฤตินิวเคลียร์ก็ไม่สามารถตั้งโรงงานนิวเคลียร์ได้
- เราต้องเปลี่ยนแปลงภายใต้เงื่อนไขเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
- การรักษาสถานะ First Choice Energy ทำได้ลำบาก
- สังคมก็ต่อต้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มาจากโรงไฟฟ้า ก็ทำให้กฟผ.อยู่ไม่ได้
- ในการลงทุนโครงการใหญ่ๆ กฟผ. ยังมีความเสี่ยงเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจ
- เมื่อมี AEC ต่างชาติที่ทุนหนาจะมาลงทุนและควบคุมกิจการของภูมิภาค
- แนวนโยบายรัฐกำหนดกรอบและการชี้วัดของกฟผ.
- การพัฒนาทีมและองค์กร แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ควบคุมไม่ได้ กฟผ.จะเปลี่ยนแปลงมุมมองเพื่อสร้างสมดุล ต้องดูว่ามีข้อมูลอะไร เราดูความต้องการไฟฟ้าแล้วพัฒนากำลังการผลิต แต่ไม่ยั่งยืน
- กฟผ.กำลังเปลี่ยนมุมมองปรับทัศนคติของชาวบ้านเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าถ่านหิน ทำให้ได้รับการยอมรับมากขึ้น
- เดิมเราเดินตามเทคโนโลยี สร้างสมดุลระหว่าง Demand และ Supply ตอนนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปแล้ว
- สิ่งสำคัญคือเปลี่ยนความคิดเพื่อเลือกความรู้ที่หลากหลายขึ้น ผู้นำต้องเป็นตัวอย่างในการเปลี่ยนแปลง สร้างสมดุลในการเปลี่ยน
- ในกฟผ. ผู้ว่าท่านปัจจุบันมองว่า การนำองค์กรเป็น First Choice Energy ก็ต้องมีการปรับ mindset ของ Management Team
- องค์กรมี Stakeholder รอบด้าน ต้องพัฒนาคนให้มีความรู้หลากหลาย ใช้ความรู้เป็นปัญญา
- ต้องสร้างค่านิยมองค์กร ให้คนทุ่มเททำงาน
- กระบวนการสร้างผู้นำ ก็เลือกคนที่มีสมรรถนะสูง และใช้ Executive Coaching
ผศ.ปัณรส มาลากุล ณ อยุธยา
- เมื่อความเปลี่ยนแปลงเข้ามา จะรับมือกับมันอย่างไร หรือจะลุยเลย
- ถ้าไม่บริหารการเปลี่ยนแปลงจะเกิดอะไรขึ้น
- เมื่อ 100 ปีที่แล้วโลกาภิวัตน์ทำให้ไทยเกือบเสียเอกราช
- ตอนนี้ เราก็ซื้อของจากอียูแล้วเพราะห้างใหญ่ๆก็เป็นของประเทศในยุโรป
- มองนอกและใน แล้วเลือกทำในสิ่งที่ถูก ทำอะไรเพื่อใคร อย่าทำอย่างเดิม
- จะเป็นทหารราบสร้างที่อยู่อาศัยให้คนอยู่หรือจะเป็นทหารอากาศจุดประกายให้คนมีที่อยู่อาศัยและเมืองที่ดี ไม่ต้องสร้างเอง
- มีกลยุทธ์อะไร Do the thing right
- สคร.ให้ทำ SOD (Statement of Direction)
- ถ้าจะทำบ้านเอื้ออาทรเอง ต้องดูว่าบุคลากรพอไหม อาจให้ภาคเอกชนช่วยพัฒนาบ้านคนจนอีก
- กระทรวงการคลังให้การเคหะทำเซป้าซึ่งถือเป็นขวดโคล่า ทำให้การเคหะต้องทบทวนสภาพแวดล้อมและความท้าทายที่มีอยู่
- ถ้านโยบายและผู้นำมุ่งไปสู่อาเซียน การเคหะต้องมีความรู้เกี่ยวกับอาเซียนโดยเฉพาะลูกค้า ต้องหาคนมาทำงานด้านอาเซียน
Workshop
กลุ่ม 1
- ช่วงบ้านเอื้ออาทรเหมือนขวดโค้กทั้งลังตกลงมา
- เราเปลี่ยนแปลงโดย ให้ผู้ประกอบการสร้างให้เรา เรียกว่า เทิร์นคีย์
- องค์กรเปลี่ยนเป็น CBU ดูว่าโครงการอยู่ที่ไหน เท่าไรที่ควรจะรับโครงการนั้น
- อุปสรรคการขายคือ ผู้จองบ้านไม่ผ่านการพิจารณาของธนาคาร การเคหะต้องให้เขาเช่าซื้อทำให้มีหนี้ค้าง
- ปัญหาคือ การดูแลชุมชนแบบเดิมทำได้ยากขึ้น แก้โดย Outsource มาดูแล
- การเปลี่ยนแปลงอีกอย่างคือ Junk Cost ปรับปรุงจากการลดหน่วย เราต้องบริหาร Junk Cost โดยขายมันด้วยราคาต่ำกว่าที่เราลงทุนไป
- ปัญหาการทำบ้านเอื้ออาทรสร้างความเปลี่ยนแปลงเท่าที่ควรและต้องวางแผนแก้ไขในอนาคต
กลุ่ม 2
- เราเสียเวลามากในการทำแบบ จึงนำแบบมาตรฐานมาทำ เพื่อให้ได้แบบและราคาที่เหมาะสม จึงคัดหัวหน้าทีมกลุ่มงานมาหารือกัน แล้วหัวหน้ากลุ่มคัดเลือกทีมมาปฏิบัติ แต่เดิมให้เอกชนทำ
- ตัวมาตรฐานนำไปต่อยอด เราได้ดำเนินการจากงบประมาณใหม่ จะนำมาทำทั้งหมดให้เป็นแนวทางเดียวกัน
กลุ่ม 3
- เรื่องผู้บุกรุกริมคลองอาศัยอยู่นาน เราได้ทำแผนการสร้างคล้ายเอื้ออาทร แต่ไม่มีการบริหารชุมชนแล้วให้หน่วยงานอื่นรับไปดูแล เราจะสร้างได้ก็ต่อเมื่อเขายินยอมย้ายออก เราไม่มีอำนาจรื้อย้าย
- เราต้องกำหนดกลยุทธ์ ต้องมีกรรมการระดับชาติมากำกับดูแล
- ตอนนี้โครงสร้างเรามีฝ่ายก่อสร้าง 4 ฝ่าย แต่บุคลากรไม่พอรองรับภารกิจนี้ บุคลากรช่างเกษียณอายุมาก ไม่สามารถรับคนแทนได้
- ต้องปรับเปลี่ยนการบริหารโครงการ กำหนดรูปแบบรับซื้อโครงการ ต้องร่วมมือกับเอกชน
- งบมาจากเงินกู้และเงินอุดหนุน ถ้ากู้อีก รัฐบาลจะมาดูแลอย่างไร
- การบริหารจัดการโครงการปัจจุบันให้ผู้รับเหมามาสร้างจะพอหรือไม่ ก็ยังสร้างช้า
กลุ่ม 4
- เรื่องพ.ร.บ.บริหารหนี้สาธารณะ
- แนวทางแก้คือ ต้องไม่กู้ จะได้ไม่ขาดทุน หรือต้องเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย
- การทำโครงการสำหรับผู้มีรายได้น้อย รัฐต้องมีทางออกโดยหาแหล่งเงินที่ถูก เช่น โครงการเมืองใหม่บางพลี ทำให้ได้เงินกู้ต่างประเทศมาโดยไม่มีดอกเบี้ย แต่มีค่าผูกพันเงินกู้ 7% แต่นี่ก็น่าจะเป็นทางออก
- ปัจจุบัน เราปรับโครงสร้างเพื่อรองรับการหารายได้เพิ่มขึ้น
- กำหนดลักษณะโครงการ ฝ่ายโครงการเชิงสังคมและเชิงพาณิชย์
กลุ่ม 5
- นโยบายสร้างที่อยู่อาศัยแสนหน่วยตามรถไฟฟ้า การเคหะต้องไปทำแม้ช้ากว่าเอกชน
- เราอาจดำเนินการเองหรือ รับซื้อหรือร่วมทุนกับเอกชน
- ถ้าทำเอง ก็มีปัญหาคือที่ดินโดนเอกชนซื้อไปแล้ว
- การเคหะยังไม่มีการเวนคืนที่ดินและที่ดินตาบอด
- เรื่องเงินทุน ไม่ใช่ปัญหา รัฐเข้ามาช่วยค้ำประกันหรือเงินสนับสนุนถ้ามีประโยชน์จริง
- ปัญหาเรื่องบุคลากร ขาดอัตรากำลังในอนาคต
- ก่อนมีโครงการเอื้ออาทรดำเนินการได้ 3 หมื่นหน่วย ยังไม่ถึงแสน
- ก็ต้องรับคนเพิ่ม ยืดอายุบุคลากร
- การรับซื้อโครงการจากเอกชน มักมีปัญหาว่าเป็นโครงการไม่โปร่งใส ต้องตั้งกรรมการ
- การร่วมลงทุนกับเอกชน ถ้าสร้างแรงจูงใจให้เอกชนมากไป ตนเองจะมีปัญหา
กลุ่ม 6
- เรื่องเดียวกับกลุ่มที่ 5
- การใช้ทรัพยากรร่วมกัน ลงทุนบนพื้นฐานของรถไฟฟ้า อาจจะเช่าเซ้ง เพราะพ.ร.บ.เวนคืนที่ดินมีข้อจำกัด
- หรือการเคหะมีที่ดินใกล้รถไฟฟ้าอาจจะขอให้ทำรถรับส่งถึงรถไฟฟ้า
- การให้เอกชนดำเนินการแล้วเรารับซื้อ ต้องนำประสบการณ์โครงการเอื้ออาทรมาใช้
- แหล่งเงินทุนและภาระดอกเบี้ย รัฐ
- พ.ร.บ.บริหารหนี้สาธารณะ เราจะได้ข้อยกเว้นหรือลดหย่อนไหม
ผศ.ปัณรส มาลากุล ณ อยุธยา
- ที่ท่านพูดคือเป็นการคาดการณ์รับมือกับการเปลี่ยนแปลง ยังไม่ได้คิดเชิงรุกเท่าไร
- นำข้อผิดพลาดมาแก้ไข
- การพัฒนาคนเพื่อสืบทอด
- เวลาความเปลี่ยนแปลงมา ก็ต้องบริหารความเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี บริหารจัดการการเปลี่ยนระเบียบสังคม
- ต้องเปลี่ยนค่านิยมอุดมการณ์ด้วย
- ผู้บริหารต้องทำอุดมการณ์ให้แน่วแน่คงอยู่และไปด้วยกัน
- ต้องเริ่มจากเศรษฐกิจพอเพียงแล้วจัดระเบียบสังคมตามนั้น
- ต้องสร้างบรรทัดฐานด้วย
- ต้องพัฒนาคนรุ่นใหม่เรื่องจิตสำนึกคิดถึงคนอื่น
- จากตัวอย่างราชการสิงคโปร์ เน้นการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า ต้อนรับการเปลี่ยนแปลงและบริหารการเปลี่ยนแปลง
คุณกิตติ เพ็ชรสันทัด
- ประเด็นปัญหาคือ นโยบายและทรัพยากร
- นโยบายรัฐเป็นเรื่องปกติ ต้องเปลี่ยนแปลงตามเขา แต่ถ้าเรามีพลังความรู้และปัญญา ก็จะสร้างสรรค์ได้ ใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมก็ได้ นำคนรุ่นอื่นมาเสริมแล้วทางออกจะเกิด
- ถ้าบูรณาการได้ มีกลุ่มที่เราเป็นพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศทำโครงการใหญ่ๆ
- สิ่งสำคัญคือสังคมยอมรับหรือไม่ เพราะเขามุ่งหวังความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
- ที่ดิน ทุน คนเป็นปัญหาทั่วไป
- ผู้นำระดับสูงต้องมีคนกล้า Integrate, Create และกล้าตัดสินใจเพื่อความยั่งยืน
อาจารย์ทำนอง ดาศรี
- ต้องใช้ 2 C คือ Competency ความรู้ความสามารถ และ Collaboration ร่วมมือกับเอกชน