สวัสดีครับกล้วยไข่

น่าสนใจดี เลยต้องเอามาเล่าและแบ่งปันกันดูน่ะครับกล้วยไข่ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าให้ความสนใจมากเหมือนกันครับ

การสะท้อนประเด็นที่เป็นข้อจำกัดอยู่ในกระแสหลักของสังคม เหมือนกับผนังที่หมดความหมายและถูกมองข้ามไปจนไม่เห็นโอกาสสิ่งใหม่ๆในเงื่อนไขใหม่ๆได้อีกอยู่เสมอ ไปสู่การทำงานงานศิลปะ รวมทั้งเกิดความริเริ่ม และความสร้างสรรค์ กระทั่งเกิดมิติอื่นๆ นอกเหนือจากการเป็นผนัง เช่น กลายเป็นงานศิลปะจัดวาง กลายเป็นสื่อและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ กลายเป็นสื่อเพื่อให้ข่าวสารและอัตลักษณ์องค์กร กลายเป็นวิธีบริหารจัดการพลังงานและทรัพยากรให้เกิดอรรถประโยชน์เพื่อการใช้สอยได้มากกว่า ๑ อย่าง เหล่านี้ เป็นตัวบอกได้อย่างหนึ่งนะครับว่าศิลปะและโอกาสแห่งความริเริ่มสร้างสรรค์นั้นมีอยู่รอบตัว ใกล้ตัว อยู่ในมือ และหัวใจของคนทั่วไปทุกคนเหมือนกัน ต้องชวนกันดูเพื่อพากันหาความซาบซึ้งและได้ความคิดดีๆจากสังคมและสิ่งรอบตัว เป็นทางหนึ่งที่จะทำให้ปัจเจกได้ความผูกพันและเชื่อมโยงตนเองกับการอยู่อาศัยในสังคมและสิ่งแวดล้อมต่างๆได้อย่างดีเสมอ

ในวิถีชีวิตและรอบตัว จึงมีเรื่องเล่าที่ชวนคิด ชวนคุย และแบ่งปันกันได้ไม่รู้จบ และมีงานศิลปะที่งดงามให้ได้ชมอยู่เสมอ สร้างความหมายได้บนความว่างเปล่า มีความสุขได้บนสิ่งที่เป็นความทุกข์ในคติของคนทั่วไป เป็นกำลังการได้สร้างสุขภาวะสังคมร่วมกันและทำให้การอยู่ร่วมกัน แลกเปลี่ยนแบ่งปันและและสร้างปฏิสัมพันธ์กันอย่างมีศิลปะ เป็นปัจจัยให้เกิดความรื่นรมย์เบิกบานใจต่อกันของมนุษย์

มีความสุข ได้ความสำราญใจ และได้ความคิดดีๆ สั่งสมเป็นทุนประสบการณ์เอาไว้ใช้ทำงานนะครับ