ช่วงเดือนที่ผ่านมา มีงานให้ประสานกับองค์กรระดับผู้กำหนดนโยบายอยู่หลายแห่งหลายเรื่อง (อย่าให้ระบุชื่อหน่วยงานเลย) แต่สิ่งที่ได้เรียนรู้ ก็คือ
ประการแรก ความรู้ทางวิชาการจริงๆไม่ค่อยมีโอกาสไปถึงหูถึงตาของผู้กำหนดนโยบายตัวจริงเท่าใดนัก เพราะทุกครั้งที่เชิญเข้าร่วมประชุม ท่านมักส่งลูกน้องมาฟัง เพราะท่านอาจยุ่งเกินไป หรือท่านยังมองไม่เห็นความสำคัญ จนเกิดปัญหา จึงวิ่งลงมาหาตัวนักวิชาการให้ช่วยเล่าให้ฟังอีกที
ประการที่สอง ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ระดับกลางจะเป็นผู้กรองงานให้เจ้านาย โดยที่ตัวเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องงานที่ตนกำลังพิจารณาอยู่ การตัดสินใจบางอย่างจึงรู้มากเกินนาย และมักสำคัญว่า หน่วยงานของตนมีความสำคัญมาก เจ้าหน้าที่บางหน่วยงานเรียกร้องสิทธิพิเศษ และคิดว่าเจ้านายของตนเป็นบุคคลสำคัญที่สุด
ประการที่สาม เป้าหมาย ผลลัพธ์ที่ต้องการ มักใช้หน่วยงานของตนเป็นตัวตั้ง (โดยมีกฎหมายเป็นตัวกำหนดกรอบในการตัดสินใจของตน) ลืมตั้งคำถามเอากับกฎหมายที่ถูกกำหนดมาจากผู้รู้ไม่กี่คน หรือ กฎหมายถูกกำหนดมานานแล้ว ในขณะที่สถานการณ์เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็น การปฏิรูประบบราชการ การมีส่วนร่วม การทำ KM … ทุกกระบวนท่าคงต้องเอามาใช้เพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ปรับเปลี่ยนให้ทุกฝ่ายเห็นเป้าหมาย มีทัศนคติที่ดีต่อกัน เห็นปัญหาร่วมกัน และทำงานเพื่อชาวบ้านจริงๆ