ผมมีความเห็นเชิงวิพากษ์หน่อยครับ ดังนี้ครับ

  1. การพิจารณาเพียงตัวเลขจำนวนเงิน อาจพบดังที่ท่านว่าคนรวยจ่ายภาษีมากกว่าคนจนหลายเท่า (ท่านบอกว่ากว่า 10 เท่า) แต่หากพิจารณาอย่างเป็นองค์รวม เช่น รวมมุมมองด้านโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองที่ไม่เสมอภาค ชาวบ้านที่ทำอาชีพในภาคการผลิตหรืออาชีพแท้ที่ทำงานหนัก แต่ได้ค่าแรงหรือผลตอบแทนนิดเดียว ต่างจากพวกซื้อมาขายไป ใช้ความด้านเปรียบด้านความรู้ศาสตร์วิชาหรือกลยุทธต่างๆ ทางการตลาด ที่ได้มาเพราะมีโอกาสดีที่ดีกว่า..... จึงไม่สามารถเปรียบเทียบหรือบอกได้ว่า คนรวยมีหุ้นส่วนในโรงเรียนมากกว่า คนรวยควรได้รับสิทธิมากกว่า......นอกจากนี้แล้วหากรวมเอาบริบทของคนไทยที่คนรวยส่วนมากเป็นคนค้าขายเชื้อสายจีน ส่วนคนจนเป็นชาวพื้นเมืองแต่เดิมที่ยึดอาชีพเกษตรกรรมค้าขายไม่เก่ง ซึ่งทำให้ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน  อาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำกันอย่างรุนแรงได้.......หากมองในมุมเงินหรือวัตถุอย่างเดียว การมองแยกส่วน คือต้นตอของปัญหา ความจริงแล้วระบบการศึกษาที่เน้นตัววิชาและการแข่งขันนั่นและสาเหตุที่ควรแก้ไขโดยด่วน........... โปรดอย่ามองว่า ต้องมองในมุมของกฎแห่งกรรมด้วยนะครับ....ฮา
  2. .....ท่านคงจะแหย่เล่นๆ ให้คนอ่านคิดตามกระมังที่ว่า..... ให้ลูกคนรวยได้เรียนโรงเรียนดีๆ เพราะคนกุมชะตาประเทศตอนนี้มีแต่ลูกคนรวย ดังนั้นต้องทำให้ลูกคนรวยฉลาดและมีความรู้........เพราะปัญหาของประเทศตอนนี้ไม่ใช่ ผู้กุมชะตาบ้านเมืองฉลาดและมีความรู้ แต่เป็นเพราะคนเหล่านี้ ไม่ฉลาด และไม่มีความรู้ แต่เข้าใจว่า ตนเองฉลาดและมีความรู้ต่างหาก....... สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความดีต่างหาก..... 

พอเท่านี้ก่อนครับ

มีรู้ว่า ASTV จะพิจารณาแนวคิดของท่านในบทความนี้อย่างไร

ผิดถูกอย่างไรก็อภิปรายกันครับ