ทำให้ผมนึกถึงว่าเวลาไปประชุมวิชาการขององค์กรให้ทุนวิจัยใหญ่ๆ ของไทย จะไม่ค่อยได้เห็นงานวิจัยแบบ medium-tech แต่ใช้ประโยชน์ได้จริงกับบ้านเรา (อย่างที่อาจารย์เคยเขียน) แต่จะเป็นอะไรที่นึกไม่ออกว่าจะมีประโยชน์ต่อประเทศเราเมื่อไหร่ครับ

ผมพึ่งกลับจากชุมพรครับ ระหว่างรายทางเห็นคนขายเงาะเยอะแยะมากมายข้างถนนในราคาถูกอย่างเหลือเชื่อ

ผมคิดว่าปัญหาอีกอย่างหนึ่ง (ที่อาจจะเป็นความเห็นส่วนตัวของผมที่อาจจะมีอคติอยู่บ้าง) คือนักวิจัยไทยส่วนใหญ่รวมทั้งกรรมการขององค์กรวิจัยต่างๆ เป็น "คนเมืองหลวง" หรือ "คนในตลาด" (ลูกจีน) เกือบทั้งนั้น บางคนบ้านเกิดอยู่ต่างจังหวัดก็จริง (อย่างที่เขาชอบพูดกันอย่างภาคภูมิใจ) แต่พอดูประวัติกลับพบว่าเขาเข้าเมืองหลวงตั้งแต่เด็กๆ ไม่ได้มีโอกาสคลุกคลีกับชีวิตไทยๆ อย่างแท้จริง

คนเหล่านี้เขาไม่รู้ว่าประเทศไทยมีอะไรบ้างเพราะวิสัยทัศน์ที่เขามีต่อประเทศไทยนั้นจำกัดมากครับ ส่วนใหญ่จะเป็น "ความรู้มือสอง" คือ "เขาบอกมา" บางคนถามไปถามมาปรากฎว่ารู้มาจากละครหลังข่าว (ฮา)

ความรู้ที่มีต่อประเทศไทยที่จำกัดนี้ทำให้เขามี "passion" ต่อสิ่งที่จะมีประโยชน์ต่อประเทศไทยจริงๆ น้อยครับ

ปัญหานี้แก้ยากกว่าปัญหานักการเมืองครับ เพราะเป็นปัญหาแบบกระจายศูนย์ ถ้าจะแก้ก็อาจจะกลายเป็นวิธีการแบบ discrimination แบบมาเลย์เซียไปอีกครับ