• อ.วิ เคยอ่านหนังสืออะไรจำไม่ได้ค่ะ เพราะนานมากแล้ว จำได้เพียงว่า มีผู้ทดลองงานขายคนหนึ่ง ที่มีท่าทางขาดความมั่นใจในตนเอง จึงถูกพนักงานประจำแกล้ง โดยส่งให้ไปเสนอขายกับเป้าหมายที่พนักงานประจำที่เป็นยอดนักขายขนาดไหนก็ไม่เคยขายได้สำเร็จ
  • ผู้ทดลองงานขายคนนั้นเดินเข้าไปใน Gallery แสดงภาพของบุคคลเป้าหมายที่นั่งวาดภาพอยู่ด้านใน แต่ด้วยความไม่มั่นใจที่จะสื่อสารเลยไม่กล้าเดินเข้าไปพบ ได้แต่เดินดูภาพไปเรื่อยๆ เป็นเวลานานสองนาน เป้าหมายจึงออกมาทักทายพูดคุยด้วย เพราะเห็นว่าผู้มาใหม่ให้ความใส่ใจในผลงานของตน กระนั้นพนักงานทดลองขายก็ยังไม่กล้าแสดงบทบาทการขาย จึงคุยกันเรื่องภาพไปเรื่อยๆ ถึงขั้นถูกคอ
  • สุดท้าย เจ้าของ Gallery ก็ย้อนถามถึงหน้าที่การงานของผู้ร่วมสนทนา เลยได้ทราบข้อเท็จจริง ด้วยความต้องการที่จะตอบแทนผู้ที่ให้ความใส่ใจในผลงานของตน เป้าหมายคนนั้นเลยเอ่ยปากขอซื้อสินค้าจากพนักงานทดลองขายไป 3 ชิ้น ทำความงุนงงให้กับพนักงานประจำว่า ผู้ทดลองงานขายที่ดูไร้พลังทำสำเร็จได้อย่างไร   
  • ที่กล่าวมาคงเป็นตัวอย่างได้เป็นอย่างดีนะคะ ของผลพวงที่บุคคลได้รับจากการให้ความใส่ใจในคนอื่น
  • อ่านถึงตอนที่อาจารย์หมอป.ทิ้งท้ายว่า "...ไม่ว่าใครจะมองเราอย่างไร จะมองข้ามไปข้ามมาก็ไม่เป็นไร..ตราบใดที่ "กล้าศรัทธาในตนเอง" ทำให้นึกถึงตนเอง ที่ไม่ใช่แค่ถูกมองข้าม แต่ถึงกับถูกผู้บังคับบัญชาบันทึกตำหนิอย่างรุนแรงเรื่องการทำหน้าที่ อันเกิดจากความเห็นต่างในเรื่องของจุดที่ให้ความสำคัญในงาน บันทึกดังกล่าวแสดงว่าผู้บันทึกให้คุณค่าการเป็นครูของอ.วิติดลบไปหมด ทั้งที่อ.วิทำงานทุ่มเทและเสียสละขนาดไหน พอไม่พอใจจุดเดียวถึงกับมอง อ.วิเสียหายไปทั้งหมด จำได้ว่า อ.วิ บันทึกตอบโดยมีข้อความว่า "ดิฉันเป็นคนเคารพตนเอง" เป็นส่วนประกอบ
  • และในชีวิตการทำงาน อ.วิก็ถูกล่วงละเมิดแรงๆ มาบ่อยครั้ง แต่ที่อยู่ได้ก็ด้วยความเคารพตนเอง และมั่นใจในศรัทธาของตนที่มีต่อวิชาชีพ ความรักที่มีต่อองค์กร (อยากตอบแทนองค์กรในฐานะเป็นศิษย์เก่า) ความเมตตาสงสารนักศึกษาที่ถูกผู้บริหารและอาจารย์ดูถูกศักยภาพ และอยากตอบแทนประเทศชาติที่เลี้ยงดูเรามา
  • จึงนำประสบการ์มาแลกเปลี่ยนด้วยความเข้าใจถึงความรูสึกของอาจารย์หมอป.ตามที่ได้ทิ้งท้ายไว้ค่ะ