"....ตอนนั้นนะ ไม่มีเงิน ไม่ค่อยมีกิน..
แต่ตาอยากให้ลูกได้กินปลาเยอะๆ
กลับจากปั่นสามล้อ ต้องเอาปืนไปหนอง ยิงปลาช่อนมาให้เขากิน..
แล้วก็บอกให้เขาขยันเรียน
ถ้าสอบได้ที่หนึ่ง พ่อจะซื้อนาฬิกา 70 บาทให้....."
มีปรากฏการณ์และพัฒนาการทางสังคมจำนวนมากที่มีลักษณะอย่างนี้
ที่คนให้นิยามความสำเร็จในชีวิตและสิ่งที่มีคุณค่าต่อตนเอง บนความสุข
ความสำเร็จ และความงอกงามที่ไม่ได้เกิดบนตนเองโดยตรง แต่เกิดที่คนอื่น
ชีวิตอื่น แล้วตนเองค่อยได้รับผลแห่งความสำเร็จนั้นในภายหลัง คำว่า
'พ่อค้า' 'แม่ค้า' ที่มีใช้อยู่ในสังคมนั้น
มีความหมายลึกซึ้งมากกว่าคนทำอาชีพขายของเพื่อได้กำไรมากนัก
แต่เป็นวิถีปฏิบัติอย่างหนึ่งที่คนทำมาค้าขายด้วยจิตวิญญาณความเป็นพ่อแม่
ปราถนาให้ผู้อื่นและคนอื่นเป็นสุขมากกว่ามุ่งได้แก่ตนเอง
สังคมไทยในอดีตก็มักเรียกกันว่าพ่อโน่นแม่นี่ น่าจะมีนัยะที่สะท้อนบางอย่างที่บอกว่าผู้คนเมื่อก่อนนั้น ให้วามนอบน้อมต่อความดีงามของผู้อื่น รวมทั้งปฏิบัติต่อผู้อื่นให้ได้ความดี งาม จริง อย่างพ่อแม่ทำสิ่งต่างๆให้แก่ลูก สำนึกและจิตวิญญาณของสังคมอย่างนี้เชื่อว่ายังมีอยู่อีกมากนะครับ บทสนทนาของคุณหมอกับคุณลุงยืนยันการยังคงมีอยู่อย่างเข้มแข็ง แต่คนต้องเรียนรู้และพัฒนาตนเองไปด้วยที่จะให้ความหมายความเป็นครอบครัว ขยายใหญ่ไปสู่สังคม มีความเป็นพี่น้องกันกับคนอื่น และเรียนรู้ที่จะร่วมชะตากรรม ร่วมทุกข์สุขกับผู้คนอย่างมีความเป็นญาติพี่น้องกันด้วย มากกว่าหยุดความเป็นครอบครัวให้นิ่งอยู่ในบ้านส่วนตัวของตนเอง นอกบ้านก็กลายเป็นคนอื่นไปหมด การปฏิบัติดีๆอย่างพ่ออย่างแม่ต่อกัน จึงเกิดขึ้นแต่ในบ้านแคบๆ ไม่สามารถเกิดพ่อค้า แม่ค้า พ่อโน่นแม่นี่ ที่มุ่งความสำเร็จและความงอกงามของชีวิต ผ่านการให้แก่ผู้อื่น ต่างให้กันและกันอย่างพ่อแม่ให้สิ่งต่างๆแก่ลูก ซึ่งแม้แต่คนเป็นพ่อเป็นแม่ ก็ต้องเรียนรู้ที่จะรู้จักสังคมที่จัดความสัมพันธ์แห่งการให้แก่กันอย่างนี้ด้วยเหมือนกันนะครับ
ชอบทั้งบันทึกและที่มาของบันทึกมากเลยครับ พอคุยเสร็จคุณลุงก็เดินปร๋อกลับบ้านอย่างมีความสุข ความเจ็บความไข้แม้นจะหายหรือไม่หาย สุขภาวะและคุณภาพชีวิตของคุณลุง นอกจากก็ไม่ลดน้อยลงไปแล้ว ก็กลับเพิ่มพูนขึ้นมาอย่างมหาศาลเลยใช่ไหมครับ