สวัสดีคะอาจารย์แผ่นดิน ขอบคุณมากนะคะที่เข้ามาเยี่ยมพี่สุคะ พี่สุเห็นอาจารย์มาเยี่ยมก็หลายครั้งแล้ว  แต่ไม่ได้เยี่ยมตอบซักที ไม่ได้ลืมนะคะ เห็นมาเยี่ยมทุกครั้ง แต่ไม่ตอบ ครั้งนี้ พอปลีกเวลาได้บ้างคะ และขอบคุณที่แสดงความคิดเห็นว่า ตัวเราเป็นหมอประจำตัวที่สำคัญที่สุด ถูกต้องคะ เพราะตัวของเราเท่านั้นจะรู้ว่าเราทำอะไรลงไป และผลจากการกระทำ ทำให้ตนเองไม่สบาย ทานยาไม่ปรึกษาแพทย์ ด้วยอยากหายเร็ว ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือหาสาเหตุของการเกิด และพี่สุคิดว่า ภูมิปัญญา สมุนไพร ผักปลอดสารพิษ ธรรมชาติบำบัด ทุกอย่างของธรรมชาติ ถ้าเรารู้ เราก็ไม่ต้องพึ่งหมอ ในสิ่งที่เราพอแก้ไขได้ เช่น ไอ แต่ถ้าไอจนเลือดออก หรือไอนาน เราจำเป็นต้องพึ่งหมอ อาศัยธรรมชาติคงไม่ทันการ หรืออาจสายไปเสียแล้ว  คงต้องไปหาหมอหละคะ พี่สุไม่ประมาท แต่คิดว่า พอรักษาตัวได้ถ้าเปลี่ยนพฤติกรรม  เช่นเดียวกัน ถ้าพี่น้องเรา รู้จักใช้ภูมิปัญญาตนเอง ภูมิปัญญาชาวบ้าน รู้จักใช้สมุนไพรเป็นยา รู้จักใช้ปุ๋ยชีวภาพทำเอง หรือขี้หมู ขี้หมา ขี้วัว ขี้ควาย มาใส่พืช ผักปลอดสารพิษ รับรองว่า จะไม่มีคนป่วยอาการหนัก ไม่ตายเร็ว แลถ้าหวนคืนย้อนหลัง พ่อแม่เราเก่งนะคะ และอายุยืนด้วย พี่สุกลัวภูมิปัญญาจะหายไป ก็ดีแล้วคะ ที่พากันหันกลับมาศึกษาภูมิปัญญาในอดีตที่ดีดีคะ

    หลายบทความ พี่สุอ่านมา ขอเม้นบทความนี้นะคะ พี่สุขอชมเชยในความคิดที่ ให้นักศึกษา หา KM แบบใช้การกิจกรรมข้าค่าย  เข้าไปหาข้อมูลของชุมชน ซึ่งในชุมชนนั้นย่อมมีจุดแข็งจุดอ่อน เมื่อนักศึกษาพบของจริง ซึ่งในแต่ละชุมชนมันต่างกันแล้วนำมาถกมาแก้ปัญหา หรือมาช่วยกันคิด เป็นการฝึกทักษะและเรียนรู้วิถีชีวิตแบบจังๆๆ ดีกว่าไปอ่านหนังสือแล้วก็จินตนาการตามไป แต่ไปแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะไม่ได้เจอของจริง แล้วบูรณาการไม่ได้ พี่สุว่า ต้องสอนนักศึกษาแบบนี้แหละคะ ได้เห็น ได้คิด ได้บูรณาการ แก้ไขปัญหา ถ้าหากเป็นท้องถิ่นตนเอง จะได้คิด เรามีอะไรดี ขอบคุณคะ สวัสดีคะ