ดังกล่าวข้างต้นว่าความสัมพันธ์ระหว่างเพศตรงข้ามมักนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ การมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเป็นจุดเริ่มต้นของการมีเพศสัมพันธ์ครั้งต่อๆไป ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันว่าอายุแต่งงานของคนไทยทั้งชายและหญิงสูงขึ้น การมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเมื่ออายุยังน้อย ทำให้เวลาแห่งความเป็นอิสระในการมีเพศสัมพันธ์ยาวนานออกไป จึงมีโอกาสเปลี่ยนคู่นอนในการมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงานมากขึ้น ดังนั้นการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเมื่ออายุยังน้อย ทำให้เวลาแห่งความเป็นอิสระในการมีเพศสัมพันธ์ยาวนานออกไป โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกกับบุคคลที่มิใช่คู่สมรสหรือคาดว่าจะเป็นคู่สมรสจึงมีโอกาสเปลี่ยนคู่นอนก่อนแต่งงานมากขึ้น ในสังคมไทยเป็นที่ยอมรับว่าผู้ชายเป็นผู้นำทางเพศและมีรายงานการศึกษาที่ยืนยันว่าผู้ชายไทยมีประสบการณ์ทางเพศมากกว่าเพศหญิงในกลุ่มอายุเดียวกัน แม้ว่าจะมีรายงานการศึกษามากมายให้ความสนใจในเรื่องนี้อยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาแบบ Cross Sectional Study จากการทบทวนรายงานการศึกษาเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกของชายไทยได้ข้อค้นพบที่ใกล้เคียงกันทั้งที่มีความแตกต่างเกี่ยวกับระเบียบวิธีวิจัย กลุ่มเป้าหมายและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์รวมทั้งพื้นที่การศึกษา ซึ่งจากการศึกษาต่างๆ ดังกล่าว ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบเพื่อดูแนวโน้มการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกอย่างต่อเนื่องได้ชัดเจนนัก

แต่จากการทบทวนวรรณกรรมพบมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจ ของ Thongthai & Guest, 1995ได้ใช้เทคนิคการวิเคราะห์ทางประชากรคือ การศึกษาตามรุ่นปี(Cohort Study) วิเคราะห์ข้อมูลตามรุ่นปีที่เกิด ทำให้เห็นรูปแบบแนวโน้มของการมีสัมพันธ์ครั้งแรกของชายไทยได้ชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ตามรุ่นปีที่เกิดยังไม่สามารถเชื่อมโยงพฤติกรรมกับสถานการณ์ที่เป็นจริงทางสังคมได้ ผลจากการพัฒนาประเทศโดยใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตั้งแต่ฉบับแรก (พ.ศ. 2513-2515) จนถึงแผนพัฒนาฉบับที่เจ็ด (พ.ศ. 2535-2539) ในช่วงเวลา 25 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ และโครงสร้างทางสังคมอย่างรวดเร็ว เช่น การขยายตัวของสังคมเมือง การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมทำให้เกิดการย้ายถิ่นจากชนบทสู่เมือง รวมทั้งอารยธรรมตะวันตกได้เข้ามามีอิทธิพลอย่างมากในสังคมไทย รูปแบบการดำเนินชีวิตเปลี่ยนแปลงไป ชายหญิงมีอิสระเสรีในการติดต่อคบหากันมากขึ้น การมีสถานบริการทางเพศและสถานเริงรมย์รูปแบบใหม่ๆที่ส่งเสริมความใกล้ชิดและความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง โดยเฉพาะสื่อมวลชนแขนงต่างๆไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์หรือสิ่งตีพิมพ์ต่างๆที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวข้องกับเรื่องรักใคร่ การมีคู่รัก การแสดงซึ่งความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างชายหญิงและการได้เห็นแบบอย่างตามกระแสอารมณ์และสังคมเหล่านี้ย่อมมีผลต่อพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นและผลักดันให้มีเพศสัมพันธ์ได้