บางท่านที่อ่านบันทึกนี้ อาจจะตีความไปในทำนองที่ว่า “ถ้าเช่นนั้น แสดงว่าเราไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้นนะซิ ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่มันเป็น  ไม่ต้องทำอะไร งอมืองอเท้าก็ได้ " ซึ่งถ้าเข้าใจเช่นนั้น ฟังดูน่ากลัวเหมือนกัน คล้ายๆ กับคนที่แยกไม่ออกระหว่างคำว่า “วางเฉย (อุเบกขา)” กับคำว่า “เพิกเฉย (เฉยเมย)” นั่นแหละครับ หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ตีความไปเช่นนั้น ผมแนะนำให้ท่านอ่านบทภาวนาในภาพข้างล่างนี้ให้ขึ้นใจ แล้วท่านจะรู้เองว่าจะต้องทำอะไรต่อไปครับ