วิจัยในชั้นเรียนจะไม่ยืดยาว ไม่ต้อง 5 บทได้ไหม คำตอบ (1) ทำไมต้องมี 5 บท ควรมีหรือไม่ ต้องพิจารณาว่า แต่ละบทมีประโยชน์อย่างไร บทที่ 1 ที่ดีควรเขียนเมื่อตั้งโจทย์คำถาม และเขียนวัตถุประสงค์ได้ชัดเจน วัตถุประสงค์จะชัดเจนได้ ต้องหาปัญหาก่อน (เป็นปัญหาของใคร รู้ได้อย่างไรว่าเป็นปัญหา) ต้องถามว่าเราสงสัยอะไร มีคำตอบหรือยัง มีหลักการอย่างไร มีทฤษฎ๊ใดกล่าวไว้(ทบทวนวรรณกรรม) ใครหาคำตอบไว้แล้วบ้าง (ทบทวนงานวิจัย) และทบทวนเพื่อหากรอบแนวคิดว่า มีปัจจัยใดเกี่ยวข้องบ้าง นั่นคือ บทที่ 2 แล้เราจะค้นหาคำตอบที่เราสงสัยได้อย่างไร มีวิธีค้นหาคำตอบอย่างไร ต้องค้นหากระบวนหาคำตอบ ต้องใช้การสังเกต หรือสัมภาษณ์ และหาจากใคร(กลุ่มตัวอย่าง) นั่นคือ บทที่ 3 สำหรับคำตอบที่ได้จะเขียนในบทที่ 4 และเมื่อได้คำตอบแล้ว ต้องอธิบายคำตอบที่ได้อย่าเป็นเหตุเป็นผล ทั้งนี้เพื่อทบทวนว่าสิ่งที่เราสงสัยนั้น ตรง/แตกต่างจากสิ่งที่ควรจะเป็น(ตามหลักการ/ทฤษฎี/ผลการวิจัยที่ผู้อื่นค้นพบหรือไม่อย่างไร สุดท้ายควรเขียนข้อเสนอแนะในการนำงานวิจัยไปใช้ ว่าควรระมัดระวังอย่างไร หรือควรทำวิจัยเพิ่มเติมอะไรอีก เพื่อประโยชน์สำหรับการค้นหาคำตอบต่อไป เท่าที่พบปะคุณครูทั้งหลาย ผู้วิจัยมักกลัว 5 บท จริงแล้วแต่ละบทไม่ต้องเขียนมากมาย เป็นบทๆก็ได้ แต่ต้องครอบคลุมเนื้อหาสาระตามที่อาจารย์ชวนคิด ไม่งั้นก้อทำไปเรื่อยเปื่อยไม่ตรงประเด็น ขอตอบคำถามสั้นๆนะคะ ไม่แน่ใจว่าเขียนครบ/หรือสามารถทำให้ท่านเข้าใจมากน้อยเพียงใด เขียนตามความคิดและประสบการณ์ที่ใช้บ่อยๆเท่านั้นเองค่ะ สำหรับตัวอย่างเดี๋ยวตอนต่อไปนะคะ