- สวัสดีครับ ผมขอมองต่างมุมเพิ่มอีกนิดนะครับ
- จริงๆ แล้วผมไม่ค่อยจะเห็นด้วยที่จะไปโทษ "ค่านิยม สังคม และวัฒนธรรมไทย ซึ่งกำลังถูกทำลายด้วยค่านิยม และวัฒนธรรมจากสังคมตะวันตก" ผมว่าเราไม่น่าจะไปโทษสังคมตะวันตกเลยครับ
- ผมว่าเราน่าจะโทษตัวเราเองต่างหากครับ ที่เราไม่สร้างภูมิคุ้มกันให้กับสังคมไทยเราให้เด็กรู้จักเลือก ให้ครูรู้จักเสพ ให้ผู้บริหารรู้จักคิด ว่าอะไรควรอะไรไม่ควรที่จะนำมาใช้ต่างหากครับ
- สังคมตะวันตกเป็นของเค้าอย่างนั้น เค้าก็มีรากเหง้าของเค้านะครับ เราก็มีรากเหง้าของเราอยู่ เราจะทำอย่างไรหล่ะครับที่จะให้รากเหง้าของเรามันอยู่และเกิดแต่สิ่งดีๆ และยังอยู่ในสังคมเรา ไม่ใช่อะไรเราก็รับๆ รับ รับ มาอย่างเดียว โดยไม่ผ่านกระบวนการโดยการใช้ปัญญาที่เรามี มองและดูว่าเหมาะสมแค่ไหนกับบ้านเรา เราจะยืนอยู่บนขาเราเองได้ไหมครับ
- หากผมมีลูก ลูกผมกับลูกคนข้างบ้านทะเลาะกันผมต้องตีลูกผมไว้ก่อนนะครับ
- หากเรารู้จักประเมินตัวเราผมว่าเราจะรู้ว่าเรามองแล้วมีส่วนไหนดีไม่ดี หากเราพร้อมจะปรับปรุง เราก็ทำได้ครับ
- การศึกษาไทย หากจะเอากันให้จริงๆ แล้ว เราต้องแยกออกจากการเมือง นะครับ ไม่งั้นไม่มีทางหรอกครับ ที่จะพัฒนาได้ เพราะว่าตอนนี้ประเทศไทยเราหน่ะครับ ถูกปกครองด้วยการเมือง แทนที่จะเป็นการศึกษาปกครองประเทศ
- จะมีใครกล้าแยกออกมาไหมครับ ที่จะแยกมาบริหารกันแยกส่วน โดยเอาเงินงบประมาณแผ่นดิน 10-20% มาใส่ในด้านการศึกษาไปเลย หรือมากน้อยแล้วแต่เป้าหมายในการพัฒนา โดยที่ไม่มีการเมืองมาเกี่ยวข้องในส่วนนี้เลย การศึกษาจะได้คิดและพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง เพราะการเมืองขึ้นกับพรรคการเมือง แล้วมีวาระ แต่การศึกษาต้องห้ามล้มเหลว การเมืองล้มเหลวได้ ก็ล้มไป แต่การศึกษาต้องยังอยู่ เด็กต้องมีชีวิตกันต่อไป
- ต่อไปเมื่อแยกการศึกษาออกมาแล้วนะครับ ก็จัดการล้างส่วนที่เน่าๆ ในการศึกษาออกให้สะอาด ตรงไหนมีปัญหาก็ซ่อมเสีย แล้วสร้างครูให้เป็นอาชีพที่คนอยากเป็นให้ได้ มีการให้แรงจูงใจที่ดีในการเป็นครู การขาดสิ่งต่างๆ ไม่ว่าเทคนิคการสอน จิตวิทยาการเป็นครู เรื่องเหล่านี้ ใครๆ ก็สามารถจะเรียนรู้ได้ หากได้คนที่มีจิตใจอยากสอน อยากให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
- ผมเองเป็นครูแบบไม่ได้เรียนผ่านกระบวนการทางศึกษาศาสตร์มาก่อน แต่ผมก็ต้องพร้อมจะศึกษาเรื่องเหล่านี้ ว่าต้องทำอย่างไรเช่นกัน
- ต่อมา เมื่อการศึกษามีมาแล้ว การจะจัดการเรื่องการพัฒนาครูให้มีคุณภาพทำได้ไม่ยากครับ เพราะงบประมาณก็มี บริหารได้เต็มที่ อาจจะมีการสร้างชุดคณะกรรมการประเมินผลด้วย การจะสร้างการศึกษาให้บริการชุมชนจริง การศึกษาต้องเกิดจากความต้องการของชุมชนด้วย ตามรากเหง้าของแต่ละภาค เพราะแต่ละภาคจะต่างๆ กัน ดังนั้น การเรียนการสอน แล้วแต่สาขา ศึกษากันให้ดี หลักสูตรไม่เน้นรับต่างชาติมามากเกินไป จนเราเป็นง่อย
- เมื่อคัดครูได้ แล้วครูที่ไม่ผ่านเกณฑ์ในระบบคุณจะทำอย่างไร ทำได้ง่ายๆ อาจจะมีการให้โอกาสครูปรับปรุงตัวเอง ให้แนวทางในการเรียนการสอน ให้ปรับความรู้เพิ่ม อาจจะมีการสอบคัดคุณภาพครูทุกๆ สามปี เปิดสอบเนื้อหา และเปิดสอบการสอน โดยที่คณะกรรมการการสอน อันนี้แบ่งงานกับทำตามภาคส่วนได้ เพื่อปรับปรุงและคัดออก (มันดูเหมือนจะโหดไปหน่อยครับ สำหรับครู แต่นี่หล่ะ ที่มาของคำว่าคุณภาพ)
- คราวนี้ ทีมบริหารการศึกษาก็มีคณะกรรมการประเมินผลการบริหาร ครูก็มีคณะกรรมการประเมินผลครู โดยชุมชนมีส่วนร่วมด้วยครับ แล้วเด็กหล่ะครับ ใครประเมิน ก็สถาบันนี่หล่ะครับประเมินในการสอบเข้า หรือว่าไม่มีการสอบเข้าก็ได้ ตามรูปแบบที่วางไว้ อันนี้คิดกันได้ หากเล่นกันตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถม ดีขึ้นมาเรื่อยๆ ระดับอุดมศึกษา ก่อนสอนง่ายขึ้นครับ
- ต่อมาถึงระดับของการสร้างคนดี มีคุณธรรม และปัญญา ส่งออกไปในองค์กรต่างๆ ในประเทศ เช่นการเมือง การศึกษา ภาครัฐ เอกชน ชุมชน และส่วนอื่นๆ ในประเทศ
- คนที่มีปัญหาก็จะเริ่มจางลง ไปเองครับ แรงต้านก็จะหายไปครับ ระบบเจ้าพ่อ ระบบอะไรก็จะหดไปมากขึ้น เพราะเรามีการศึกษาให้กับชุมชนออกแบบการศึกษาให้กับตัวเองด้วย โดยทีมการศึกษาจะต้องทำงานกับภาคชุมชน การวิจัยก็ต้องเกิดการทำร่วมกัน
- เมื่องานวิจัยก็มี การสอนก็ได้คุณภาพ ประเทศตะวันตกเค้าก็มาดูงานเมืองไทยเองหล่ะ ว่าเราจัดการบริหารกันอย่างไร
- เราส่งคนมาดูงานในยุโรป ตะวันตกกันแล้วกลับไปก็ทำอะไรกันได้บ้างครับ นอกจากเขียนรายงานว่าได้อะไรบ้าง เราจะจัดการอย่างไร จัดการไม่ได้ใช่ไหมครับ เพราะมันโยงใยกันทั้งหมด นี่คือหนทางที่ผมแนะนำให้แยกออกมา
- ซึ่งผมก็เขียนไว้ในบทความแยกกันบริหารจะได้ไหม เรื่องการศึกษาและการเมือง ลองเข้าไปเยี่ยมได้ที่นี่ ครับ การศึกษากับการเมืองควรรวมหรือแยกกันบริหาร คุณคิดอย่างไร
- เมื่อการศึกษาไปได้ดีแล้ว ปัญหาอื่นๆ ก็ไม่ต้องมีอะไรมากครับ คือ ไม่ต้องเขียนกฏหมายให้ยุ่งยาก ซับซ้อน เพราะคนมีคุณธรรม ไม่ต้องส่งคนมาเรียนกฏหมายต่างประเทศมากมาย เพราะไม่จำเป็น ส่งไปฝึกงานหรือร่วมงานประชุมก็พอ
- ไม่ต้องแก้ปัญหาการว่างงาน เพราะคนถูกวางแผนให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน
- และปัญหาอื่นๆ ไม่ต้องวุ่นวายกันต่อไป
- การแยกการศึกษาออกมาจากการเมืองนั้น ห้ามนักการเมืองมาบริหารนะครับ เราจะไม่รับคนทำงานการเมืองมาทำงานทางด้านการศึกษาเพราะมันคนละเรื่องกัน ตอนนี้ต้องเข้าใจว่าการเมืองแทรกไปในวงการศึกษาทั่วทุกแห่ง เมื่อแยกออกมาจะลำบากในช่วงแรก แต่ผมเชื่อว่าไปได้ อันนี้ต้องขอความเห็นใจจากคนทำงานการเมือง หากเห็นอยากจะให้การศึกษาโตจริงๆ
- แต่.....หากคนเล่นการเมืองให้ความสำคัญกับการศึกษาจริงๆ ไม่จำเป็นต้องแยกเลยครับ ที่พูดมาทั้งหมดนี้ เพราะหากเห็นความสำคัญและจริงใจในการแก้ไขปัญหาจริง รวมหรือแยกก็ไม่ใช่ประเด็น แต่นั่นหมายถึงว่าคนทำงานการเมืองจะต้องมีคุณภาพจริงๆ ที่เห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นกิจที่หนึ่ง ส่วนตนมาเป็นอันดับสอง
- ขอบคุณมากนะครับ ต้องขออภัยด้วยนะครับ หากความเห็นอาจจะตรงและแรงไปบ้าง แต่นี่คือความอัดอั้นในใจผมที่อยากจะบอกนะครับ
- ส่วนเรื่องคุณภาพอาจารย์นั้น.....ผมว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอกครับ.... กู้คืนระบบเก่าขึ้นมาให้ได้ก่อนครับ อย่าไปโทษตะวันตกครับ เพราะข้อดีเค้าก็มี เราควรเลือกข้อดีๆ มาปรับใช้ เรากล้าวิจารณ์คนไทย กันหรือเปล่าครับ เรากล้าจะวิจารณ์ทำให้เราเสียหน้าไหมครับ หากเรากล้าฉีกหน้าตัวเราเอง นั่นหล่ะเราพร้อมที่จะปรับปรุงระบบของเราแล้วครับ
- ขอบคุณมากนะครับ ขอโทษด้วยครับที่พิมพ์ไปยาวมากเลยนะครับ ท่าทางจะยาวพอสมควรนะครับพี่กมลวัลย์
เม้ง สมพร ช่วยอารีย์ ---------> http://www.somporn.net ---------> http://www.schuai.net เมื่อ จ. 14 พฤษภาคม 2550 @ 00:14 [259473] |